เพชรดาว โต๊ะมีนา หารือการใช้จ่ายเงินกู้พ.ร.ก. 5 แสนล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใส เกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ และความล่าช้าในการเบิกจ่ายที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ พร้อมเรียกร้องให้ปรับกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้านในอ่าวปัตตานีที่ได้รับผลกระทบหนัก ให้ได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนและเหมาะสม
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันอภิปราย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) คือพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ท่านประธานคะ ถ้าจำกันได้เมื่อปีที่แล้ว วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ สภาแห่งนี้ก็ได้มีการอภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท กับบัญชีแนบท้าย พระราชกำหนดเป็นกระดาษ ๒ หน้าที่ระบุเพียงแผนงานที่ขาดรายละเอียดให้เรา พิจารณากัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกู้เงินในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ แต่ด้วยความห่วงใยนะคะ ครั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยก็เป็นพรรคหนึ่งที่ได้เสนอและ สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท แล้วก็ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท แล้วก็เริ่มประชุมตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓ เป็นต้นมา แล้วเมื่อวานนี้เราประชุมเป็นครั้งที่ ๔๔ หรือ ๔๕ นะคะ ไม่มีใครปฏิเสธว่าความ จำเป็นของเงินกู้มีความจำเป็นมาก ในหลายประเทศในโลกนี้ก็มีการกู้ในช่วงวิกฤติ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ดิฉันได้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกจาก ท่านประธานสภาได้แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขของสหภาพรัฐสภา หรือไอพียู (IPU) แอดไวซอรี กรุ๊ป ออน เฮลท์ (Advisory Group on Health) โอกาสในครั้งนี้ทำให้ดิฉัน ได้ร่วมประชุมประเด็นสุขภาพ เศรษฐกิจ แล้วก็สังคม วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ของสมาชิกสหภาพรัฐสภาจากหลากหลายประเทศ เราเห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็สุขภาพที่มีอยู่ มันเลวร้ายอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็ยังเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส และ ในหลายประเทศก็ยังพบมีการทุจริตเกิดขึ้นในช่วงนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทกับบัญชีแนบท้ายที่มีเพียง ๒ หน้า ไม่มีรายละเอียดนั้น มาถึงขั้นกรรมาธิการ วิสามัญติดตามตรวจสอบ และดิฉันก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการด้วยนะคะ เราทำงานมา ปีกว่าเราเปรียบเสมือนตรายางที่คอยแสตมป์ (Stamp) เพียงแค่รับทราบในสิ่งที่ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ซึ่งมีสภาพัฒน์เป็นประธานส่งมา ผ่านคณะกรรมการ กลั่นกรอง ส่ง ครม. แล้วก็ส่งมาให้พวกเราติดตามตรวจสอบ ดิฉันทราบมาว่า พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท งานของสาธารณสุขได้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เราพิจารณาอยู่นี้ ทางสาธารณสุขได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่ดิฉันมีคำถามนั่นคือเอาฐานคิดมาจากไหน ได้มีการประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สรุปปัญหาอุปสรรคอะไรออกมาได้ให้เราเห็นบ้างหรือยัง ถ้าย้อนกลับไปดู ดิฉันเห็นในสื่อนะคะ จากไทยรัฐออนไลน์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามค่ะ ครั้งที่ผ่านมาทางสาธารณสุขนี้ได้ของบเงินกู้โควิด (COVID) ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕๑,๙๘๕ ล้านบาท ๒๓๔ โครงการ มายังคณะกรรมการกลั่นกรอง แต่ก็ถูกตัดไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมถึงถูกตัด แล้วครั้งนี้ทำไมตัวเลขของสาธารณสุขถึงเป็น ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ความสำคัญด้านสาธารณสุขในประเทศนี้ในวันเวลาที่โรคร้ายระบาด เช่นนี้คนที่รู้ดีที่สุดนั่นคือกระทรวงสาธารณสุข ฉะนั้นก็ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือกี่หมื่น ล้านบาทสำหรับสาธารณสุขดิฉันคิดว่าคงต้องมีเหตุและมีผลในการที่จะตั้งวงเงินนะคะ ดิฉันมี ประสบการณ์ตรงของโรงพยาบาลปัตตานีค่ะ และเมื่อวานในคณะกรรมาธิการเงินกู้ ๑ ล้าน ล้านบาทเราก็คุยกัน มีท่าน ส.ส. จากจังหวัดสุพรรณบุรีก็มีปัญหาหรือประสบเช่นเดียวกันคือ โรงพยาบาลขาดเครื่องเอ็กซเรย์ (X-Ray) โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเอ็กซ์เรย์ (X-Ray) เคลื่อนที่ ของจังหวัดปัตตานีเองไม่เคยมี แต่เรามีโรงพยาบาลสนามเกือบ ๑๐ แห่ง ฉะนั้นตอนนี้ต้อง ขอบคุณโรงพยาบาลบุรีรัมย์ส่งรถเอ็กซ์เรย์ (X-Ray) เคลื่อนที่มาให้โรงพยาบาลปัตตานีใช้เป็น เวลาหลายเดือนแล้ว อันนี้พอเรากลับไปดูงบเงินกู้ค่ะ รายละเอียดเรื่องรถเอ็กซ์เรย์ (X-Ray) หรือว่าเครื่องเอ็กซเรย์ (X-Ray) ไม่มีการขอกัน เขาบอกว่ามันมีขั้นตอนมีระเบียบที่จะจ่ายเงิน ซึ่งไม่ทันต่อเหตุการณ์ อันนี้ดิฉันคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะตั้งเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คงต้องพิจารณาว่าอันไหนที่ระเบียบมันช้าจะทำให้มันเร็วได้อย่างไร
อีกประเด็นหนึ่งค่ะประเด็นสุดท้าย นั่นคือการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้โควิด (COVID) มันน้อยมาก แทบจะไม่มีเลย คณะกรรมาธิการเราได้ลงไปที่จังหวัดปัตตานี เราพบผู้แทนของภาคประชาชน โดยเฉพาะ จังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับประมงท้องถิ่นซึ่งได้รับผลกระทบเยอะมาก โดยเฉพาะประชาชนรอบอ่าวปัตตานีส่วนใหญ่เป็นประมงพื้นบ้าน จัดสัตว์น้ำตามฤดูกาล แล้วก็ในช่วงของโควิด (COVID) คนไทยในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คน ทำงานที่มาเลเซีย แล้วกลับมานี้เป็นแสนนะคะ ตกงาน ถูกเลิกจ้างต่าง ๆ แต่พอกลับมาถึงแล้วจะประกอบอาชีพจับสัตว์น้ำในอ่าวปัตตานีก็ยังไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะไม่มีเครื่องมือเครื่องใช้ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและทราบว่าทางประมงปัตตานี ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเมื่อวานก็ได้เรียนให้ทราบว่างบประมาณส่วนหนึ่งของ พ.ร.ก. เงินกู้โควิด (COVID) ได้ลงไปเพื่อช่วยเหลือในจุดนี้ ได้เพราะอะไรทราบไหมคะ เพราะคณะกรรมาธิการได้ลงไปในพื้นที่ แล้วก็ได้พูดคุยแล้วก็รับทราบปัญหาอุปสรรคจริง ๆ ถ้าจะรอขั้นตอนทางราชการที่ส่งมาเป็นขั้นตอนดิฉันคิดว่าคงจะยากนะคะ ฉะนั้นประเด็น สุดท้ายดิฉันคิดว่าความสำคัญของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มีความจำเป็นแล้วก็สนับสนุนค่ะ อยากให้มีส่วนร่วมจากภาค ประชาสังคม ภาคประชาชนให้มากกว่านี้ ขอบพระคุณค่ะ