จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เสนอความเข้าใจในผลประโยชน์ของการส่งออกสินค้า โดยเน้นย้ำว่าการส่งออกไม่ใช่เพียงประโยชน์ของผู้ส่งออกเท่านั้น แต่ยังช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศและสร้างรายได้ให้กับประเทศ นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องการลดต้นทุนการผลิตข้าว และพูดถึงยุทธศาสตร์ข้าวไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาและสร้างนวัตกรรมข้าวเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ ต้องขออนุญาตอธิบาย ประเด็นที่ท่านนิยมพูด เดี๋ยวจะเข้าใจผิด แล้วก็มันเป็นประเด็นที่พูดท่อนเดียวครับ ประเด็น ที่ท่านพูดก็คือว่าเรื่องการส่งออก ถ้าส่งออกได้มากเช่นข้าวก็แสดงความยินดีกับ ผู้ส่งออก แล้วก็กลุ่มทุน มันไม่ใช่หรอกครับ ถ้าพูดท่อนเที่ยวคิดท่อนเดียวอาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าจริง ๆ ถ้าคิดได้ครบท่อนท่านจะเห็นภาพ การส่งออกไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะ ผู้ส่งออกครับ แน่นอน ผู้ส่งออกต้องมีกำไรจึงจะส่งออก แต่การส่งออกไม่ว่าส่งออกสินค้า อะไร ไม่เฉพาะข้าว มันมีผลคือการทำรายได้ให้ประเทศ เงินที่เข้าประเทศมาส่งผลต่อ การเก็บภาษี และเงินที่เข้าประเทศก็คือเงินทั้งหมดที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศ ขับเคลื่อนต่อไปได้ สำคัญก็คือเอามาทำเงินงบประมาณแผ่นดิน สำคัญกว่านั้นก็คือ เงินงบประมาณแผ่นดินก็เอามาทำไฟฟ้า ประปา แหล่งน้ำ ถนนหนทาง และมาทำประกัน รายได้ช่วยเกษตร แล้วถ้าส่งออกได้มากก็จะช่วยดึงราคาพืชผลการเกษตรในประเทศ ได้มาก ถ้าส่งออกไม่ได้ราคาพืชผลการเกษตรในประเทศก็ตกต่ำไปโดยกลไกการตลาด เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตทำความเข้าใจ และขอความกรุณาท่านนิยมได้ทำ ความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรให้เกิดความเข้าใจในตรรกะที่ถูกต้องด้วย
ประการต่อมาก็คือท่านพูดถึงการลดต้นทุน เมื่อกี้ผมตอบกระทู้ถาม เรื่องปุ๋ยไป ผมคิดว่าท่านก็คงฟังอยู่ ขอความกรุณาช่วยประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ ของท่านว่าท่านสามารถสั่งซื้อปุ๋ยในราคาพิเศษโดยการรวมกลุ่มเกษตรกร สั่งซื้อจากสหกรณ์ อำเภอ สหกรณ์จังหวัด แล้วก็เกษตรอำเภอก็ได้ในราคาพิเศษ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ไม่ขออนุญาตที่จะเรียนซ้ำเพราะว่าจะกินเวลาสภา ที่สำคัญก็คือท่านพูดถึงการลดต้นทุน ท่านบอกว่าถ้าเป็นไปอย่างนี้ต่อไปมันก็ไปต่อไม่ได้ แต่ผมขออนุญาตเรียนว่าการแก้ปัญหา พืชผลการเกษตร โดยเฉพาะข้าว มันมีหลายเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ปัญหา ระยะยาว แต่ว่าที่ผ่านมาเราก็แก้ปัญหาไปตามอาการ ราคาตกก็ดึงราคา ส่งออกไม่ได้ก็เร่งรัด การส่งออก ส่งเสริมการส่งออก หรือใช้นโยบายต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยให้เกษตรกรขายข้าว ได้ราคาดีขึ้น ก็สุดแล้วแต่มาตรการแต่ละรัฐบาล แต่ทั้งหมดแก้ไปตามอาการ แต่รัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลแรก ผมขอเรียนกับท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียว ที่มียุทธศาสตร์ข้าวเพื่อแก้ปัญหา ครบวงจร ยุทธศาสตร์ข้าวที่ว่านี้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการ มาตั้งแต่ต้น ผมนั่งเป็นประธานหัวโต๊ะด้วยตัวเอง และบัดนี้เสร็จแล้วครับ ครม. เห็นชอบแล้ว เดินหน้า ๕ ปี เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีประเทศไทยมาที่มียุทธศาสตร์ข้าว ยุทธศาสตร์สำคัญก็คือ ต่อไปนี้เราผลิตข้าวจะใช้ตลาดนำการผลิต และในเรื่องการผลิตที่ท่านนิยมพูดเมื่อกี้ก็คือว่า ในเรื่องต้นทุนเป้าหมายชัด ใน ๕ ปีจะต้องดำเนินการลดต้นทุนจากไร่ละ ๖,๐๐๐ บาท โดยประมาณให้ลงเหลือไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อไร่ใน ๕ ปี อันนี้เป็นหน้าที่กระบวนการ ต้องดำเนินการต่อไป
อันที่ ๒ โพรดักทิวิที (Productivity) หรือผลผลิต จากปัจจุบันนี้ได้เฉลี่ย ประมาณ ๔๖๕ กิโลกรัมต่อไร่ ๕ ปีจะต้องทำให้มันขึ้นไป ๖๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ให้ได้
อันที่ ๓ ในเรื่องพันธุ์ข้าวที่เป็นจุดอ่อนที่สุดของประเทศไทย ที่ลดศักยภาพ ในการแข่งขันข้าวไทยในตลาดโลก เพราะที่ผ่านมาเราผลิตแต่ข้าวพันธุ์พื้นแข็งเป็นหลัก และทำให้เราแข่งในตลาดโลก แข่งเวียดนามไม่ได้ เพราะเขามีข้าวพันธุ์พื้นนุ่มที่ตรงตาม ความต้องการของตลาด แต่ยุทธศาสตร์ข้าวสรุปชัดแล้วว่าใน ๕ ปีเราจะต้องมีข้าวพันธุ์ใหม่ ๑๒ พันธุ์ ๑. ต้องเป็นข้าวพื้นนุ่มไม่ต่ำกว่า ๔ พันธุ์ เพื่อแข่งในตลาดโลกได้ต่อไป ๒. พันธุ์พื้นแข็ง ที่ก็ยังมีตลาดบางส่วนรองรับอยู่ แต่ไม่ทั้งหมดอีก ๔ พันธุ์ อันที่๓. ข้าวหอมไทยต้องมี พันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย ๒ พันธุ์ และสุดท้ายที่ตรงกับเทรนด์ (Trend) ใหม่ของโลกคือ ข้าวโภชนาการสูงจะต้องมีไม่ต่ำกว่า ๒ พันธุ์ อันนี้ก็คือรวมแล้ว ๑๒ พันธุ์ข้าวชนิดใหม่ ที่อยู่ในยุทธศาสตร์ไทย เริ่มแล้วตั้งแต่ปีนี้ที่จะต้องเดินหน้าต่อไป อันนี้ก็คือแนวทางที่ ขออนุญาตที่จะกราบเรียน และที่สำคัญก็คือต่อไปเราจะไม่ปลูกข้าวเฉพาะขายข้าวเป็น กระสอบ เป็นข้าวสาร แต่เราจะต้องมุ่งเน้นการแปรรูปและสร้างนวัตกรรมเพื่อทำให้ข้าว กลายเป็นผลิตผลการเกษตรมูลค่าสูงต่อไปให้ได้ เช่น เอาไปทำเครื่องสำอาง เดี๋ยวนี้ข้าวไทย ทำเครื่องสำอางแล้วครับ แล้วก็ขายในราคาสูงมาก อันนี้ก็คือทิศทางที่เราจะต้องเดินต่อไป ภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าวไทยที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และทุกองคาพยพจะต้องร่วมกัน ขับเคลื่อนต่อไป ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาตให้ท่านนิยมได้เห็นภาพ เพื่อกรุณาช่วยชี้แจงกับเกษตรกรต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ