อนุพงษ์ เผ่าจินดา อธิบายแผนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ โดยเน้นการดำเนินการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ผ่านแนวทาง 3R (ลด ใช้ซ้ำ รีไซเคิล) การคัดแยกขยะ และการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชี้แจงปัญหาความล้นเกินของความสามารถในการกำจัดขยะและการฝังกลบในปัจจุบัน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการส่งเสริมให้ท้องถิ่นแยกขยะอินทรีย์ออกจากถุงพลาสติก
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบในกรณีเรื่องขยะของ กรุงเทพมหานคร ในลำดับแรก ปริมาณขยะในกรุงเทพมหานครในขณะนี้ก็เป็นไปตามที่ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติกรุณาได้กล่าวถึงแล้ว โดยเฉลี่ยขณะนี้อยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตันเศษ ต่อวัน ซึ่งต่อปีก็จะเป็น ๓ ล้านตันกว่า ในจำนวนนี้กรุงเทพมหานครเองต้องมีการดำเนินการ ในการที่จะต้องบริหารจัดการ คือทั้งเก็บแล้วก็เอาไปกำจัดให้เป็นไปตามสุขอนามัย อย่างไรก็ตามก็อยากจะเรียนว่าปัญหาสำคัญของขยะนี้ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดหรือเมืองใด ในโลกนี้ ความสำคัญของการดำเนินการขยะนั้นจะต้องอยู่กับประชาชนเป็นหลัก เมืองที่ สะอาดทั้งหลายอยู่ที่ประชาชน หมายความว่าถ้าประชาชนเราทิ้งเก่ง โอกาสที่จะทำให้ สะอาดได้ก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่มากพอที่จะเก็บได้ ซึ่งไม่เคยมีประเทศใดที่ทำได้ นอกจาก คนในประเทศนั้นเขาจะช่วยกันดูแลพื้นที่ของเขาเป็นหลัก คือพูดง่าย ๆ ต้องให้คนทิ้งไม่เก่ง ถ้าคนทิ้งเก่งคนเก็บยิ่งต้องเก่งมากขึ้นไปซึ่งจะเป็นปัญหา เมื่อเทียบจำนวนประชากรดังกล่าว ทั้งประชากรแฝงกรุงเทพมหานครด้วย แล้วเทียบกับเจ้าหน้าที่และเขต ความกว้างใหญ่ น่าจะไม่น่าสามารถกระทำได้
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบ คือเรื่องของการบริหารจัดการขยะ ถ้าขยะนี้อยู่ในระบบ คือคนทำขยะทิ้งอยู่ในที่ทิ้งแล้วเข้าสู่กระบวนการตามแนวทาง ก็สามารถดำเนินการได้ ก็จะต้องมีแผนการซึ่งผมได้เรียนต่อไป อย่างไรก็ตามปัญหาของขยะ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครของเราและทั่วประเทศของเรา คือประชาชนหรือคนที่ทำขยะดีกว่านะครับ ไม่ทิ้งขยะในที่ที่ทิ้ง มันก็เป็นขยะที่ไปอยู่ในพื้นที่ สาธารณะ แล้วก็ลงไปอยู่ในแม่น ้าลำคลอง แล้วก็รวมอยู่ในทะเล ซึ่งจะยากลำบากในการ บริหารจัดการเป็นอย่างมาก ในเรื่องต่อไปที่อยากจะเรียนให้ทราบถึงรัฐบาลมีนโยบาย มีแนวทาง มีมาตรการอย่างไรในการที่จะบริหารจัดการขยะ รัฐบาลมีแนวทางในการบริหาร จัดการขยะตั้งแต่เรื่องแรกเลยคือมีโรดแมป (Roadmap) ในการบริหารจัดการขยะ ทั้งขยะที่มีตกค้างอยู่เก่า ขยะที่เกิดขึ้นใหม่ แล้วก็การจัดระเบียบในการที่จะดำเนินการ รวมทั้งการรณรงค์ ซึ่งผมได้เรียนแล้วว่าเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นั่นเป็นเรื่องแรก ที่รัฐบาลมี
ในส่วนที่ ๒ ก็คือรัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีแผนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ซึ่งทำตามหน้าที่ของกระทรวง ทส. เพื่อกำหนดกรอบในการดำเนินการ นอกจากนั้นหน่วยที่ดำเนินการคือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงมหาดไทย ก็มี พ.ร.บ. รักษาความสะอาดนะครับ กระทรวงมหาดไทยได้ใช้ พ.ร.บ. รักษาความสะอาด แล้วก็ใช้กรอบแผนแม่บทของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการที่จะทำประกาศกระทรวงมหาดไทยในการจัดการ ขยะมูลฝอยเป็นแนวทางในการดำเนินการ สำหรับกรุงเทพมหานครก็ยังมีแผนบริหารจัดการ ขยะของกรุงเทพมหานครแล้วก็มีแผนพัฒนาของท้องถิ่น ซึ่งมีการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่อง ขยะ นั่นเป็นกรอบของการดำเนินการนะครับ กระผมจะขอเรียนรายละเอียดโดยย่อ ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ต้นทางคือผู้ทำ ให้เกิดขยะขึ้นนะครับ ก็มีแนวทางในการที่จะให้ประชาชนหรือผู้ที่ทำขยะได้ใช้แนวทาง ๓ อาร์ (3R) หรือ ๓ ช ๓ อาร์ (3R) ก็คือ รีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) รีไซเคิล (Recycle) หรือใช้ใหม่ ใช้ซ ้า ใช้ลดลง เป็นหลัก นอกจากนั้นก็ให้พี่น้องประชาชนได้ดำเนินการในการ ที่จะคัดแยกขยะ เพราะทั้ง ๒ อย่างจะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการขยะให้ได้เป็นไปตาม แนวทางแล้วเกิดประสิทธิภาพและประหยัดที่สุด ก็มีการดำเนินการตั้งแต่ต้นทางให้ผู้ที่ทำ ขยะได้ดำเนินการ ต่อไปในกลางทางก็จะมีเรื่องของการเก็บและขนย้ายจากผู้ทำขยะไป ที่ตำบลที่จะกำจัดขยะ รวมทั้งการดำเนินการขยะในพื้นที่สาธารณะก็ได้มีการให้มีถังขยะ ๒ ใบ ในพื้นที่สาธารณะ แล้วก็มีการเก็บขยะจากผู้ทำขยะโดยเก็บแยก ในขณะนี้ กรุงเทพมหานครได้ปรับทั้งในเรื่องของรถที่เก็บสามารถเก็บแยกได้ กำหนดเรื่องเวลาการเก็บ ที่สามารถให้เก็บแยกได้ในบางพื้นที่นะครับ นั่นเป็นเรื่องที่ที่ในขณะนี้ได้ดำเนินการไป ในส่วนปลายทางนั้นในเรื่องของการกำจัดขยะอันนี้ก็เป็นเรื่องของที่ท่านได้ตั้งประเด็นมาว่า ขยะของกรุงเทพมหานครมีต่อวันนั้นถึงหมื่นตัน ความสามารถในการดำเนินการกำจัด ในขณะนี้เรามีความสามารถในการกำจัดไม่หมด เพราะฉะนั้นการกำจัดที่ว่านี้การกำจัดให้ เป็นไปตามหลักการนะครับ เพราะฉะนั้นในขณะนี้เรายังต้องเอาขยะไปฝังกลบถึง ๘,๐๐๐ ตันด้วยกันในขณะนี้ แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะได้พยายามที่จะสร้างโรงกำจัด ขยะเพิ่มขึ้นมา แต่คาดว่าจะสร้างเสร็จก็คงจะได้อีกสักประมาณ ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน ก็ยังมีขยะ เหลือจำนวนหนึ่งซึ่งต้องไปฝังกลบอยู่ในขณะนี้ นั่นคือประเด็นปัญหาที่อยากจะเรียนต่อไปว่า ในปัจจุบันนี้มันอยู่ในอารยธรรมผมอยากจะใช้คำว่า อารยธรรมถุงพลาสติก เมื่อสัก ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปีที่แล้วมานี้เราจะไม่มีถุงพลาสติก ถังขยะเราจะไม่มีพลาสติก แต่ปัจจุบันนี้ ทั้งบ้านเรือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาคารชุดทั้งหลายก็ใช้ถุงพลาสติกในการใส่ขยะทั้งสิ้น นะครับ อันนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยากลำบากในการที่จัดการขยะ เพราะว่า ขยะประเภทนี้ก็คงจะไม่มีใครไปรีไซเคิล (Recycle) หรือเอามาใช้ใหม่ มันจะเป็นขยะที่ไปอยู่ ที่กองขยะแล้วก็จะฝังอยู่ ไม่ว่าจะฝังโดยวิธีฝังกลบที่ถูกต้อง มันก็จะอยู่ในธรรมชาติ เราไปอีกนานนะครับ ในเรื่องนี้เองทางกระทรวงมหาดไทยก็มีแนวทางที่จะให้นโยบายกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะให้เขาได้มีการที่จะแยกโดยใช้เครื่องตีให้ขยะนั้นแยกจากกัน ระหว่างขยะที่เป็นอินทรีย์กับขยะตัวถุงพลาสติกแล้วก็ไปฝังกลบ ขณะนี้ก็ได้ดำเนินการที่จะ ให้นโยบายกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการนะครับ ก็เป็นเรื่องแนวทางของ การดำเนินการจัดการขยะที่พอจะเรียนให้ทราบคร่าว ๆ ครับ