ครูมานิตย์ สังข์พุ่มพูดเรื่องการช่วยเหลือเด็กนักเรียนในโรงเรียนต่างจังหวัดที่ไม่สามารถเปิดเรียนได้ เนื่องจากโควิด-19 และขอให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือในการจัดซื้อวัคซีนและแท็บเลต (Tablet) เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถเรียนรู้ออนไลน์ได้ และยังขอให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่โรงเรียนต่างจังหวัด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ครับ ผมนั่งฟังรัฐมนตรีบรรยาย ผมถามนิดเดียวเองจริง ๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าผมไม่เข้าใจหรือรัฐมนตรีไม่เข้าใจคำถามผม จริง ๆ ผมไม่ได้มาต่อล้อต่อเถียงอะไรกับน้องเขาละครับ ถึงแม้เป็นรัฐมนตรี แค่ผมถามว่าวันนี้ รัฐบาลได้ส่งโควิด (COVID) ไปต่างจังหวัด พอส่งไปต่างจังหวัดแล้วผมเป็นห่วงกลัวจะติด เด็กนักเรียน โรงเรียนมันเปิดเรียนไม่ได้สักทีหนึ่ง ก็อยากรู้ว่ากระทรวงมีนโยบายที่จะขอเงิน จากรัฐบาลส่วนหนึ่ง เหมือนที่ขอเงินจากรัฐบาลส่วนหนึ่ง เหมือนที่ขอเงิน ๒,๐๐๐ บาทที่ไป โม้ว่าจะแจกให้เด็กนักเรียน จะไปซื้อวัคซีนฉีดให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อไรให้มัน หมดสักทีโรงเรียนจะได้เปิด ฉีดให้เด็กนักเรียน ท่านก็ไปโน่นละครับ ถึงกระทรวงสาธารณสุข รพ.สต. ดีท่านไม่คุยถึง อสม. ด้วย ผมถามสั้น ๆ เอง เรื่องแท็บเลต (Tablet) ก็ตอบง่าย ๆ ว่า ที่ผมอยากถามรัฐมนตรีว่าการเพราะมันเป็นงานนโยบาย เผื่อสมัยปีหน้ารัฐสภายังอยู่ รัฐมนตรีเขาจะได้ทำงบขอซื้อแท็บเลต (Tablet) แจก ก็ว่ากันไปครับ ท่านไปเลย ผมยังไม่ได้ คำตอบเลย ท่านก็บอกว่ามา ๒-๓ ล้านโดสมาแน่ละครับ ถ้าไม่ซื้อเขาก็แจกอยู่แล้ว สหรัฐอเมริกาเหลือก็มาประเทศไทย ประเทศออสเตรเลียเหลือก็มาประเทศไทย นี่เป็นที่ เขาเรียกว่ารับเศษเดนของต่างประเทศ วันนี้อย่าว่าแต่ซื้อเลยครับ มาแน่ อันนั้นไม่ใช่เป้า ผมถามว่าวันนี้เด็กนักเรียนไม่สามารถเปิดเรียนได้ เมื่อไม่สามารถเปิดเรียนได้ทำอย่างไร ให้เด็กได้เรียนรู้ ออนไลน์ (Online) ไม่ประสบผลสำเร็จ ก็อยากรู้ว่ากระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายของบไปซื้อวัคซีนต่างหากมาได้ไหม ถ้าตอบแบบท่านผมก็ตอบได้ ตอบง่าย ๆ เลย ก็ไปเรื่อย ผมฝากว่านโยบายมีหรือเปล่ากระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้คิดเรื่องให้เปิดเรียน เร็ว ๆ เพื่อเด็กจะได้พัฒนาความรู้ พัฒนาอารมณ์ พัฒนาสังคม พัฒนาทางด้านจิตใจ ท่านก็ตอบไปเหมือนกับ ศบค. ตอบ เอาละครับผ่าน อันนี้ฝากด้วยนะครับ เพราะว่าเวลาของ รัฐมนตรีในการตอบหมดแล้ว มันจะเปลืองเวลาของสภา เงิน ๒,๐๐๐ บาท ที่จะให้ไปรีบ จัดส่งเร็ว ๆ อย่างน้อย ๆ มันก็ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง เนื่องจากว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้น ต่างจังหวัดมีความสำคัญมาก วันนี้กระทรวงบอกว่าจะให้ ๆ ทางเขต ทางโรงเรียนรับคำสั่ง ๒-๓ ฉบับแล้ว ก็ยังไม่ได้เงินไป อย่างน้อย ๆ เด็กก็จะได้ไปเติมบัตร โทรศัพท์ได้โน้นได้นี่ ฝากอีกเรื่องหนึ่งก็คือคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตามโรงเรียนมันเก่ามากแล้ว ท่านประธานสุชาติคงจำได้คอมพิวเตอร์ครั้งแรกที่ซื้อให้โรงเรียนคือยุคพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้ราษฎรอยู่ วันนี้ซ่อมแล้วซ่อมอีก ซ่อมแล้วซ่อมอีก โรงเรียนไหนมีผ้าป่าเขาก็โชคดีไป โรงเรียนไหนไม่มีผ้าป่า อันนี้เอามาแจ้งให้ ทราบเผื่อกระทรวงจะได้ตั้งงบปีหน้านะครับ อันต่อไปฝากเรื่องของงบประมาณกับเรื่องของ คนที่อยากให้ท่านรัฐมนตรีหรือกระทรวงศึกษาธิการเอางบประมาณนี้ไปลงโรงเรียนเยอะ ๆ เอาคนไปไว้กับโรงเรียน อย่าไว้ที่เขตการศึกษา อย่าไว้ที่สำนักงานศึกษาจังหวัดไม่มีประโยชน์ หรอกที่สำนักงานศึกษาจังหวัดล้นคนเฉย ๆ ไปให้ทำอะไรสำนักงานศึกษาจังหวัด ศึกษาภาค ยังไม่ได้ทำอะไรครับท่านประธาน อันนี้ผมรู้ดีนะครับ เอาไปไว้ที่โรงเรียนไม่ใช่ว่าคิดจะยุบ จะยุบ จะยุบ ลองประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ครู ๑ คน ต่อเด็ก ๕ คน เด็กเก่งไป นานแล้ว ท่านเห็นไหมครับ เด็กกรุงเทพมหานครที่มันเก่ง เพราะพ่อแม่จ้างครูมาสอนตัวต่อตัว ต่างจังหวัดมันไม่เป็นอย่างนั้น แล้วสิ่งที่ได้ตามมานอกจากเด็กได้ความรู้แล้วเด็กที่เรียนจบครู จะไม่ตกงานครับท่านประธาน นี่จ้างได้เลยโครงการโควิด (COVID) งบฟื้นฟูงบอะไร จ้างครูที่ จบครูมาไปสอนเป็นลูกจ้าง ๆ ไม่ต้องเงินเดือนถึง ๑๕,๐๐๐ บาทหรอกครับ เดือนละ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาทก็พอแล้วครับ ในต่างจังหวัดก็พออยู่ได้ดีกว่าไม่มีอาชีพอะไรทำ ผมอยากให้ขยายส่วนตรงนี้ได้ช่วยกันดูแลเด็ก แต่สิ่งที่สำคัญผมฝากท่านรัฐมนตรีไว้จริง ๆ เรื่องของวัคซีน ท่านรัฐมนตรีอย่าตอบแบบเป็นงานนโยบาย ไม่ใช่ครับ นี่มันเป็นงานเร่งด่วน ถ้าโรงเรียนได้เปิดแล้ว การศึกษาของเด็กมันได้เรียน ถ้าตอบแบบนี้ก็มันเหมือนเดิมมันไม่มี อะไรที่จะมากระตุ้นขึ้นมาในสภาแห่งนี้ พอเด็กมันได้ฉีดแล้วมันได้เรียน วันนี้คลัสเตอร์ (Cluster) ก็จะอยู่ที่ต่างจังหวัดเห็นไหมครับ ตอนหลังที่กรุงเทพมหานครมันลด เพราะคน ป่วยนโยบายรัฐบาลส่งคนกลับบ้านแล้วคนที่มีเชื้อติดโควิด (COVID) กลับบ้าน มันจะ เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ใหญ่ที่โรงเรียน ผมก็เลยเป็นห่วงในฐานะเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน ผมก็ขอฝากไว้ ๒-๓ เรื่องแค่นี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ส่วนท่านจะไปคิดกันอย่างไรก็สุดแล้ว แต่ท่าน ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ