พิธา ตั้งข้อสังเกตงบพัฒนาเมียวดี ชี้ไม่สอดคล้องบริบทเมียนมาร์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขอสงวนความเห็นต่อการปรับลดงบประมาณกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะการตัดงบโครงการพัฒนาเมืองเมียวดี ซึ่งเห็นว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์หลังรัฐประหารในเมียนมาร์ที่มีผู้เสียชีวิตและถูกจับกุมจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้อาเซียนและนานาชาติเร่งขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างช่องทางช่วยเหลือมนุษยธรรมให้ผู้หนีภัย และคัดค้านการสนับสนุนรัฐบาลทหารผ่านโครงการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับหลักสากล พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมเหตุผลในการอ้างงบรายจ่ายที่เชื่อมโยงกับโครงการของธนาคารพัฒนาเอเชียโดยไม่มีความเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์ ย้ำบทบาทรัฐสภาในการผลักดันความร่วมมือเพื่อคลี่คลายวิกฤติในเมียนมาร์

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ ขอสงวน ความเห็นปรับลดงบประมาณของกระทรวงการคลัง มาตรา ๙ คงเหลือ ๑๐,๙๔๕,๒๖๒,๔๔๙ บาท ผมขอตัดงบของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงการคลัง เกี่ยวกับโครงการพัฒนาเมืองในส่วนของเมืองเมียวดี ก่อนที่จะอภิปราย ผมคงต้องขอแสดงความห่วงใยไปยังพี่น้องชาวเมียนมาร์ แล้วก็ขอแสดงความกังวลใจไปถึง สถานการณ์หลังจากที่มีการรัฐประหารในประเทศเพื่อนบ้านของเรา สำนักงาน ข่าวต่างประเทศรายงานมาว่ามีผู้เสียชีวิต วันนี้ครบ ๑,๐๐๐ คน ใน ๑,๐๐๐ คนนั้น ๗๕ คน เป็นเด็กครับท่านประธาน มีผู้สูญหายมากกว่า ๑๐๐ คน คนที่ถูกคุมขังเพราะความคิด ทางการเมือง ๕,๗๐๐ คน และมีมากกว่า ๒๓๐,๐๐๐ คน ที่ต้องหนีตายจากสงคราม ถึงแม้ว่าเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน จะมีการประชุมที่กรุงจาการ์ตาเกี่ยวกับสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ว่ามีฉันทามติ ๕ ข้อ มีการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษอาเซียน (ASEAN) รัฐมนตรีช่วย ของบรูไน ท่านเอรีวัน ยูซอฟ อาเซียน (ASEAN) ก็ไม่สามารถที่จะขับเคลื่อน แล้วก็ยังรู้สึกว่า ยังมีความเฉื่อยชากับปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ของเรา จนกระทั่ง ต้องมีคนจากนานาชาตินอกอาเซียน (ASEAN) อย่างประเทศออสเตรเลีย รัฐสภาออสเตรเลีย กรรมาธิการต่างประเทศ ขอให้รัฐบาลประเทศออสเตรเลียดำเนินการในการขอเข้า ความร่วมมือแก้ไขปัญหาในเมียนมาร์โดยด่วน เข้าใจว่าเมื่อวานท่านนายกสกอตต์ มอร์ริซัน ของประเทศออสเตรเลียก็คุยกับท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเรื่อง ความร่วมมือระหว่างอาเซียน (ASEAN) กับประเทศออสเตรเลียในการที่จะแก้ปัญหาให้

สำหรับประเทศไทยในฐานะทั้งที่เป็นเพื่อนมนุษย์ ทั้งในฐานะที่เป็น เพื่อนบ้านที่แชร์ (Share) ชายแดนมากกว่า ๒,๔๐๐ กิโลเมตร มีความจำเป็นที่จะทำให้ อาเซียน (ASEAN) มีเสถียรภาพในช่วงที่เป็นวิกฤติโควิด (COVID) แบบนี้ ตอนนี้เรื่องของ โควิด (COVID) อาเซียน (ASEAN) เป็นศูนย์กลางของการระบาด ถ้ายังมีวิกฤติเกี่ยวกับ มนุษยชาติ มีวิกฤติความรุนแรงในอาเซียน (ASEAN) วิกฤติการเมืองอีก จะกลายเป็นวิกฤติ ซ้อนวิกฤติที่ประเทศไทยจะต้องรับกับคอนซิเควนซ์ (Consequence) หรือว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไปอย่างเต็ม ๆ สิ่งที่รัฐบาลไทยควรที่จะต้องทำตอนนี้ก็คือการสร้างฮิวแมนนิทาเรียน คอริดอร์ (Humanitarian Corridor) หรือว่าช่องทางการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้ยูเอ็น (UN) สามารถเอาความช่วยเหลือไปช่วยผู้หนีภัยสงครามภายใต้เมียนมาร์ได้โดยที่ไม่ต้องผ่าน กองทัพ แต่สิ่งที่กระทรวงการคลัง นิด้า (NIDA) ได้เสนอ เป็นโครงการในการพัฒนาเมือง เพื่อที่จะช่วยเหลือรัฐบาลทหารของพม่า ผมจึงมีเหตุผลอยู่ ๓ เหตุผลในการที่มีความจำเป็น ที่จะต้องตัดงบตรงนี้ลง

เหตุผลข้อแรกครับท่านประธาน ก็คือในเรื่องของมิติเศรษฐกิจ ตอนนี้ ชายแดนแม่สอด-เมียวดียังมีสงครามการเมือง และจีดีพี (GDP) ของพม่าปีนี้จะติดลบ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นสมมุติฐานที่ใช้เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลพม่าที่ได้เตรียม ไว้ไม่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงอีกต่อไป แถมเศรษฐกิจของพม่าจะติดลบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อ เปรียบเทียบกับช่วงก่อนรัฐประหาร สถานการณ์การต่อสู้ในชายแดนแม่สอด-เมียวดียังมี ปัญหาอยู่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนและเดือนพฤษภาคม มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

เหตุผลข้อที่ ๒ เหตุผลก็คือในเรื่องของมิติหลักสากล ถ้าท่านประธานไปดู ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ไม่มีหน่วยงานไหน ที่อนุญาตให้มีการเบิกจ่ายและมีความจำเป็นที่จะต้องชะลอโครงการพัฒนาที่เกิดขึ้นหลัง รัฐประหารทั้งสิ้น การที่เรายังสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการทหารต่อเป็นการส่งสัญญาณว่า เราให้คุณค่ากับการปกครองแบบไหน

เหตุผลข้อที่ ๓ ก็คือมิติลักษณะรายจ่าย งบปีที่แล้วไม่ได้เป็นงบที่ผูกพันกับ ปีนี้ แล้วก็ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขยะ หรือเรื่องเกี่ยวกับวอเตอร์ ซัปพลาย (Water Supply) หรือว่าเรื่องเกี่ยวกับการประปา ตอนที่อยู่ในช่วงกรรมาธิการก็มี การชี้แจงว่าโครงการในเมืองเมียวดีมีความเกี่ยวข้องกับโครงการของเอเชียน ดีเวลลอปเมนต์ แบงก์ (Asian Development Bank) หรือธนาคารพัฒนาเอเชีย แต่เมื่อผมไปเช็ก (Check) ดูแล้ว โครงการของเอดีบี (ADB) ที่ทำอยู่อยู่ในเมืองเมาะลำเลิง และเมืองพะอาน ในขณะที่ โครงการของ สพพ. เป็นโครงการที่อยู่ในเมืองเมียวดี ห่างกัน ๑๐๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้น เหตุผลที่ผู้ชี้แจงนำมาให้นี้เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

ด้วยความตั้งใจที่รัฐสภาไทย ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรมีความตั้งใจที่จะ เข้าช่วยและให้ความร่วมมือในการที่จะคลี่คลายวิกฤติของพม่าเป็นไปได้ด้วยดี ผมมีโอกาส ที่ได้ทำงานกับอดีตรัฐมนตรีช่วยหลายประเทศผ่านเอพีเอชอาร์ (APHR) หรืออาเซียน พาร์เลียเมนทาเรียนส์ ฟอร์ ฮิวแมน ไรท์ (ASEAN Parliamentarians for Human Rights) นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยจะทำได้เพื่อที่จะคลี่คลายวิกฤติ ของเมียนมาร์เพื่อนบ้านของเราในอาเซียน (ASEAN) ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ