สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ วิจารณ์ประสิทธิภาพของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ที่ถูกมองว่าใช้ทรัพยากรรัฐแต่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันเทคโนโลยี และเรียกร้องให้หน่วยงานนี้ใช้ศักยภาพจากการควบรวมเพื่อสร้างมูลค่าสูง สร้างรายได้ให้ประเทศชาติ แทนที่จะเป็นเพียงคู่สัญญาของเอกชนที่มีคอนเนกชันเท่านั้น พร้อมขอให้มีการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ของการจัดจ้าง
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและ เขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ ผมขออภิปรายมาตรา ๑๖ งบประมาณรายจ่ายของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานภายใต้การกำกับนะครับ โดยขอปรับ ลดจำนวนไม่มากครับ เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยจะขอยกตัวอย่างหน่วยงานละ ๑ โครงการตามหนังสืองบประมาณเล่มนี้นะครับ เริ่มที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีโครงการสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นโครงการต่อเนื่อง ๔ ปีครับตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๖ มูลค่า ๑๔ ล้านบาท สำหรับในปี ๒๕๖๕ ก็เพียงแค่ ๒ ล้านบาทเท่านั้นครับ เพื่อเป็นการสนับสนุน การดำเนินการของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการกำกับ สำนักงาน คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งดูเหมือนเป็นโครงการตามปกติครับ แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมสนใจและ ติดตามอยู่ และเคยได้ตั้งกระทู้ถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาแล้ว ซึ่งท่านประธานเองก็เป็นประธานในการประชุมในครั้งนั้นครับ ครม. มีมติแต่งตั้ง ประธานและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ครับ แต่ท่านเหล่านั้นก็ยังไม่เคยได้ปฏิบัติหน้าที่ ยังไม่เคยมี การประชุมเลยสักครั้ง เพราะว่าทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมไม่เคยได้เรียกเชิญ ผมเข้าใจว่าไม่ได้ลงรายชื่อนี้ ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาครับ ก็ถึง ทำให้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ได้มีการประกาศเลื่อนการบังคับใช้บทลงโทษ ออกไปถึง ๒ ปี จาก ๑ ปี ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ก็เลื่อนไปอีก ๑ ปีครับ ผมขออ้างถึงที่ ส.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล เมื่อวานได้มีการอภิปรายถึงงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี โครงการบิ๊กดาต้า (Big Data) ของ กอ.รมน. เป็นโครงการที่สุ่มเสี่ยงในการที่จะละเมิด กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่นานาชาติเขาใช้กันที่เป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยครับ ตรงนี้ผมก็เลยมีข้อสงสัยว่าทำไมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเองถึงไม่มีการเร่งรัด ในการดำเนินการเพื่อให้ทางคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ครับ ส่วนผลเสีย ก็จะตกอยู่ที่ประชาชน เมื่อมีการเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เราก็จะถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหน่วยงานรัฐด้วยกันเองหรือหน่วยงานภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันเราโดนกันทั่วไป ไม่ว่า จะเป็นทางโทรศัพท์ อีเมล (e-Mail) หรือเอสเอ็มเอส (SMS) ครับ
หน่วยงานที่ ๒ กรมอุตุนิยมวิทยาครับ มีโครงการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศ อัตโนมัติ หรือเอดับบลิวเอส (AWS) ครับ เป็นโครงการที่มีประโยชน์ เนื่องจากว่า ทางหน่วยงานไอเคโอ (ICAO) องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศได้ให้ธงแดงกับเรา เมื่อ ๗ ปีที่แล้วครับ โครงการนี้ก็จะช่วยให้แก้ปัญหาความปลอดภัย การขึ้นลงของเครื่องบิน แล้วก็เพิ่มมาตรฐานด้านการบินของประเทศไทยให้ดีขึ้นครับ โครงการ ๒ ปีต่อเนื่องเพียงแค่ ๒๐๐ ล้านบาท ก็คิดว่าเหมาะสมครับ แล้วก็หวังว่าจะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากขึ้น
ลำดับถัดมา หน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติครับ มีโครงการบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะสู่ชุมชน ๕ ปีต่อเนื่องครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ โครงการทั้งสิ้น ๑,๓๑๗ ล้านบาท เฉพาะปี ๒๕๖๕ ก็ ๑๗๒ ล้านบาทครับ แต่ผมมีข้อสงสัยว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่อินเทอร์เน็ต (Internet) ฟรีก็จริง แต่ว่าให้ไปในชุมชนในเขตไม่ใช่พื้นที่ห่างไกลครับ ในหัวเมือง ในกรุงเทพฯ หรือเมืองหลัก ๆ ก็เกิดขึ้นด้วย ผมคิดว่าโครงการนี้ไม่ควรที่จะต้องได้รับงบประมาณครับ ควรจะเป็นโครงการ ซีเอสอาร์ (CSR) ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติหรือเอ็นที (NT) ที่อยู่ภายใต้กระทรวง ดีอีเอสก็ได้ครับ เหมือน ๆ กับโครงการยูโซเนต (USO NET) ของ กสทช. โครงการเน็ต ประชารัฐของกระทรวงดีอีเอสเองที่ขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนนอกงบประมาณครับ
ถัดมาสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีโครงการจัดทำบัญชีข้อมูลของภาครัฐเป็น โครงการที่ดีครับ ทำบัญชีข้อมูลสำคัญของหน่วยงานภาครัฐทั้งในระดับส่วนกลางคือระดับ กรม ในระดับภูมิภาค คือระดับจังหวัดนะครับ เพื่อที่เป็นระบบบัญชีข้อมูลในรูปแบบ ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบบัญชีของภาครัฐได้ หรือที่เราเรียกว่า กัฟเวิร์นเมนต์ ดาต้า แคตาล็อก (Government Data Catalog) มูลค่าโครงการเพียงแค่ ๔๐ ล้านบาท ซึ่งยอมรับ ได้ครับ แต่ผมมีความเห็นว่าควรจะให้หน่วยงานรัฐอื่น ๆ มาใช้ระบบนี้ด้วยได้ แล้วก็คาดหวัง ว่าในปีถัด ๆ จะไม่มีหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ทำโครงการหรือของบประมาณเกี่ยวกับกัฟเวิร์นเมนต์ ดาต้า แคตาล็อก (Government Data Catalog) อันนี้มา ก็ไปใช้ระบบของสำนักงานสถิติ แห่งชาติได้ครับ
ถัดไปสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอตดา (ETDA) มีโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบดิจิทัลไอดี (Digital ID) และอีดอกคิวเมนต์ (e-Document) มูลค่าโครงการก็เพียงแค่ ๒๒ ล้านบาท ก็ยอมรับได้ แต่ว่าในตัวชี้วัด ในหนังสือมีตัวชี้วัดหรือเป้าหมายเพียงแค่ ๑ ระบบเท่านั้น ผมก็อยากจะติดตามและอยาก รู้ว่า ๑ ระบบที่จะทำให้สำเร็จขึ้นมามันจะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนดิจิทัลไอดี (Digital ID) ในประเทศไทยได้อย่างไรบ้างครับ
สุดท้ายนะครับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีปา (Depa) มีโครงการไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์ (Thailand Digital Valley) เป็นโครงการเพื่อพัฒนา อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) แห่งอนาคต นิว เอสเคิฟ ดิจิทัล อินดัสทรี (New S-curve Digital Industry) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ เป็นโครงการต่อเนื่อง ๕ ปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๖ มูลค่าโครงการก็ ๑,๗๑๕ ล้านบาท แต่เมื่อไปดูในปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา มีโครงการจัดตั้งสำนักงานสถาบันไอโอที (IOT) ซึ่งผลการดำเนินการก็ต่ำกว่าเป้าหมาย ไม่เป็นไปตามคาด ส่วนปี ๒๕๖๕ นี้ก็ของบประมาณ ๑๐๒ ล้านบาท ก็หวังว่าจะใช้เงินให้เกิด ประสิทธิภาพนะครับ
สุดท้ายผมขอพูดถึงบริษัทภายในกำกับของดีอีเอส (DES) ๑ อันครับคือบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติที่เป็นการควบรวมของทีโอที (TOT) และแคทเทเลคอม (CAT Telecom) ที่ผ่านมาในสังคมก็มองว่าหน่วยงานนี้เหมือนกับเป็นเสือนอนกินใช้ทรัพยากร หรืออำนาจของรัฐก็ได้ผลประโยชน์มหาศาล แต่ว่าไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ได้ครับ ถูกบริษัทเอกชนด้านโทรคมนาคมแซงไปจนอยู่ระดับรั้งท้าย ก็อยากให้หน่วยงานนี้ได้ ใช้ศักยภาพที่เป็นการควบรวมกันทำให้มีมูลค่าบริษัทสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในฝั่งโทรคมนาคม ของประเทศให้เกิดประโยชน์ ให้เกิดรายได้กับกระทรวงดีอีเอสเองหรือประเทศชาติ ไม่เป็น เพียงแค่คู่สัญญาของหน่วยงานภายใต้ดีอีเอส (DES) เช่น โครงการแอนตี เฟกนิวส์ (Anti Fake news) หรือโครงการระบบคลาวด์ (Cloud) ทางภาครัฐเท่านั้นนะครับ แล้วไม่ใช่เป็น แค่คู่สัญญาของหน่วยงานรัฐอื่น ๆ แล้วก็ไปสับให้กับหน่วยงานบริษัทเอกชนที่มีคอนเนกชัน (Connection) กัน หรือบริษัทอื่น ๆ เท่านั้นนะครับ หวังว่าจะเป็นผู้บริหารโครงการ โพรเจกต์ เมเนจเมนต์ (Project Management) ที่มีประสิทธิภาพให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ของหน่วยงานที่จัดจ้างมาครับ ขอบคุณครับ