ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ อภิปรายร่างงบประมาณปี 2565 โดยเสนอให้ตัดลดงบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3 เปอร์เซ็นต์เพื่อสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลวทั้งในแง่น้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับบทบาทมาส่งเสริมการเกษตรอย่างแท้จริง สนับนักพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ใช้น้ำน้อย และฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิมแทนการสร้างใหม่ เพื่อให้เกษตรกรอยู่ดีกินดีและลดการอพยพแรงงาน ขณะเดียวกันยังทบทวนนโยบายประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาข้าวในตลาดโลก และเรียกร้องให้พิจารณาการอุดหนุนอย่างรอบด้านเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ผู้แทนราษฎรของพี่น้อง ประชาชน จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ในมาตรา ๑๔ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เหตุผลที่ผมจะต้องเลือกอภิปรายในมาตรา ๑๔ ทั้ง ๆ ที่มีหลายมาตราก็เพราะว่า ในมาตรา ๑๔ นี้เป็นมาตราที่จะช่วยดูแลส่งเสริมกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศได้อยู่ดีกินดี ถ้าอยู่ดีกินดีแล้วนั่นหมายถึงว่าภาพรวมทุกอย่างก็จะดีขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ถือว่าเป็นกลไก ๆ หนึ่งที่สำคัญของรัฐบาล รัฐบาลก็หมายถึงรัฐบวกอภิบาล รัฐคือว่าจะต้อง ดูแลในส่วนของอาณาเขตและพี่น้องประชาชน อภิบาลก็คือว่าจะต้องดูแลเยียวยาเอื้อเฟื้อให้ พี่น้องประชาชนคนในชาตินั้นอยู่ดีกินดีอย่างผาสุข เหตุผลที่ผมต้องอภิปรายเพื่อตัดลด งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเพียง ๓ เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณ ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดไปเพียง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้ตัดมากมายนะครับ แต่ว่า ที่ต้องตัดก็เพื่อที่จะได้มีโอกาสมาอภิปรายสะท้อนในเรื่องของความเป็นจริงชีวิตจริงของ พี่น้องประชาชน ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นมีหน่วยงานทั้งสำนักงาน ทั้งกรมทั้งหมด ๑๗ หน่วยงานด้วยกัน แยกได้อย่างละเอียดยิบเพื่อที่จะดูแลพี่น้องประชาชน แต่ผลที่เราเห็นกันมาทุกปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน่วยงานที่สำคัญ ๆ หลายอย่าง ผมขอยกตัวอย่างในเรื่องของกรมชลประทานซึ่งเป็นหัวใจใหญ่ หัวใจหลัก เส้นเลือดหลัก ที่จะต้องหล่อเลี้ยงอาชีพเกษตรกร แต่ปัญหาที่พบเจอทุก ๆ ปี ไม่แล้งหนักก็น้ำท่วม จะไม่เคยมีความพอดีให้สำหรับพี่น้องเกษตรกร อันนั้นเป็นเพราะว่าเกิดจากธรรมชาติ แล้วกระทรวงของเราที่มีหน่วยงาน มีสำนักงานที่กำกับดูแลได้ช่วยเหลือเจือจานตรงไหน บาง ปีก็แล้งซ้ำซาก ในส่วนของพี่น้องเกษตรกรข่าวร้ายที่ไม่อยากจะได้ยินจากกรมส่งเสริม การเกษตรก็คือจะประกาศอีกแล้วว่า ๒๘ จังหวัดต่อไปนี้งดทำนานะครับ นี่หรือครับ เสียงจากกรมส่งเสริมการเกษตร ไม่น่าจะเป็นจากกรมส่งเสริมการเกษตรนะครับ น่าจะเป็น กรมระงับยับยั้งเสียมากกว่า ถ้าเป็นกรมส่งเสริมการเกษตรนั้นจะต้องมีหน้าที่ ถ้าพี่น้อง เกษตรกรทำนาปลูกข้าวแล้วน้ำมันน้อยก็น่าจะร่วมมือกับกรมในส่วนของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในการที่จะคิดค้นหรือวิจัยข้าวตัวไหนที่ใช้น้ำน้อย ไม่ใช่แนะนำให้ไปปลูกพืช น้ำน้อย พื้นที่ปลูกข้าวเป็นที่ราบลุ่ม เป็นแปลงใหญ่ ๆ จะให้ไปปลูกพวกพืชน้ำน้อย มันไม่เหมาะกับบริบทนะครับ จะต้องมีหน้าที่ในการที่จะศึกษาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้น้ำน้อย ในยามที่เราเกิดวิกฤติ ฤดูฝนนะครับ ฝนทุก ๆ ปี เท่าที่ทราบจากการคำนวณ ฝนบนฟ้ามีมาก ประมาณ ๓ ส่วนของพื้นที่กักเก็บน้ำกว่า ๓๐-๔๐ เขื่อนในประเทศไทย รวมทั้งคลอง ลำคลองส่งน้ำ แก้มลิงที่อยู่ใต้เขื่อนลงไปอีกมากมาย เราเปรียบเทียบเป็นภาชนะที่จะเก็บกักได้ วกกลับมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานมีหน้าที่ที่จะดูแลแหล่งน้ำ ซึ่งเราใช้มาเป็นร้อยปีว่ามันตื้นเขินตรงไหนตามพระราชดำริ ในเรื่องของแก้มลิงเรามีการ ขุดลอกหรือยัง ไม่จำเป็นต้องไปสร้างแหล่งน้ำใหม่ แหล่งน้ำเดิมที่มีอยู่เราได้ขุดลอกบ้างไหม เปรียบเทียบเป็นภาชนะ มันมีแต่วัสดุ มีโคลนแทบจะเต็มท้องคลอง ตกลงมานิดหนึ่ง ก็เอ่อท่วมล้นตลิ่ง ถ้าไม่ตกสักระยะหนึ่งก็แห้งแกร่งนี่ละครับไม่แล้งก็ท่วมเกิน ทำให้พี่น้อง เกษตรกรนั้นอยู่ยากเต็มที จนทำให้ในครอบครัวจะต้องส่งลูกส่งหลานเข้าไปทำโรงงาน แล้วเหตุที่มันหนักหนาสาหัสในยุคปัจจุบันนี้ในขณะที่มีโรคโควิด (COVID) เข้ามา จริง ๆ ในครอบครัวถ้าทำนา ทำข้าว ทำเกษตร พอที่จะหล่อเลี้ยงได้ ได้ผลผลิตดีได้ราคาดีก็อยู่กัน ตามอัตภาพ แต่พอไม่พอใช้ ไม่พอกินก็ต้องส่งลูกส่งหลานไปทำงาน เอาละครับ หายนะ เริ่มมานะครับ คลัสเตอร์ (Cluster) โควิด (COVID) เกิดจากโรงงาน คนในครอบครัวเข้าไป ทำงานก็ติดเชื้อกลับมา ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ก็กลับมาใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัว เอาล่ะครับ ตอนนี้ก็ลามเข้ามาในสถาบันครอบครัว ก็ติดกันอย่างหนักมากมาย แต่ถ้าเกิดภาคเกษตร เราอยู่ได้ ลูกหลานในชนบทได้ทำนา ทำไร่ก็อยู่อย่างอัตภาพตามสมควร ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เกิดจากการแก้ไขปัญหาในกระทรวงตามมาตรา ๑๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั่นล่ะที่ผม จะต้องอภิปราย แล้วก็มาปรับลดงบประมาณไป ๓ เปอร์เซ็นต์
นโยบายที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำอยู่ในปัจจุบันนี้เพื่อทำให้พี่น้อง เกษตรกรมีรายได้ ก็คือโครงการประกันรายได้ ถามว่าโครงการประกันรายได้ ยกตัวอย่าง ข้าวเปลือก ๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลตั้งประกันไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกรขายได้ราคา เท่าไร ราคาตั้งตามหน้าโรงสีตามหน้าลานที่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าได้ ๙,๐๐๐ บาท นั่นหมายถึงว่าอีก ๑,๐๐๐ บาท รัฐบาลก็ต้องเติมให้ ถ้าเหลือ ๘,๐๐๐ บาท รัฐบาลก็ต้อง เติมให้ ๒,๐๐๐ บาท ตรงนี้ล่ะครับมันเป็นดาบสองคม เราอุดหนุนเราดูแลยกระดับรายได้ ให้กับเกษตรกร แต่ส่วนหนึ่งเราอาจจะเติมเต็มให้กับอีกกลุ่มอาชีพหนึ่งก็ได้ ที่ผ่านมา เมื่อเดือนที่ผ่านมาข้าวไทยถูกกว่าข้าวเวียดนาม ทั้ง ๆ ที่ข้าวเราเป็นข้าวที่มีคุณภาพมากกว่า เป็นเพราะอะไร การค้าข้าวของเรา เรามีผู้ส่งออกหลาย ๆ คนที่จะต้องไปเทรด (Trade) กับ ราคาต่างประเทศ ถ้าใครขายแพงบอกได้เลยว่าขายไม่ได้ ถ้าใครขายถูกคนนั้นขายได้ คนที่ ขายได้ก็จะกลับมาซื้อข้าวสารจากโรงสี โรงสีก็ต้องไปซื้อข้าวจากพี่น้องเกษตรกร ท่านคิดดู ครับว่าเป็นผลพวงที่เกิดมาจากอะไร แต่ผลที่ได้รับถ้าพี่น้องเกษตรกรได้ในราคาที่อยู่ได้ เราก็ พลอยยินดี แต่เรื่องนโยบายเราต้องคิดให้ครบทุกภาคส่วนนะครับ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลถึง ๑๗ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมชลประทาน หลัก ๆ นี้ล่ะครับ ๓-๔ โครงการ ๓-๔ สถาบันที่จะช่วย ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรได้อยู่ดีมีสุข นั่นหมายถึงประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ นี่คือ เหตุผลที่ผมจะต้องปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ