คำพอง เทพาคำ วิพากษ์การบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานที่ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศจนส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ ชุมชน และพื้นที่เกษตร พร้อมตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณที่ไม่เกิดประสิทธิภาพจริง และเรียกร้องให้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริงในการพัฒนาแหล่งน้ำ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๔ งบประมาณรายจ่ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมตัดปรับลดลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ นั่นหมายความว่าทั้งกระทรวงผมปรับลดลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ในส่วนที่ผมจะอภิปรายก็พิจารณาจากประโยชน์ที่จะได้รับจากการตั้ง งบประมาณที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ก็คือเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ และการสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำครับ ท่านประธาน คือในเขตชลประทานการบริหารจัดการน้ำนี้เราจะเห็นนะครับว่าทั้งที่พื้นที่ ที่เป็นเขตชลประทานเราจะเห็นการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณ พื้นที่ ยกตัวอย่างอย่างกรณีพื้นที่ฝั่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ช่วงที่พี่น้องบริเวณนี้จะทำนา แต่ก่อนนี้เขาทำนาประมาณ ๒ ปี ๕ ครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ทำปีหนึ่งก็ ๒ รอบ ปรากฏว่าในช่วงที่ ทำนา ปรากฏว่าน้ำไม่พอสักปีครับ การจัดสรร จัดสรรอย่างไรทั้ง ๒ รอบ แล้วรอบสุดท้ายก็มี การเร่งด้วย เร่งขอให้เร่งทำนาแล้วก็เก็บเกี่ยวให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคม จะทำอย่างไรล่ะ ครับในการบริหารจัดการหลายเรื่อง ทั้งฟาง ทั้งอะไรต่อมิอะไร ซังข้าวนี้ต้องจัดการให้ทัน และที่สำคัญก็คือมันจะเชื่อมโยงกับภารกิจการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำท่วม ฉะนั้น พื้นที่นาบริเวณเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกนี้จะต้องเตรียมรับน้ำถ้าเกิดน้ำหลาก แต่ถ้าเกิดน้ำแล้ง ก็ยุ่งอีกครับท่านประธาน การจัดสรรน้ำก็ไปไม่ถึง ถ้าเกิดน้ำหลากมาอีกประมาณสักเดือน สองเดือน บริเวณนี้จะรับน้ำนะครับ ซึ่งก็เข้ากับภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาดู การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่แหล่งน้ำขนาดเล็ก ท่านประธานครับ ในระบบธรรมชาติ ห้วย หนอง คลองบึง เราจะเห็นว่าลำห้วยเล็ก ๆ คนสามารถไปตั้งถิ่นฐาน เป็นชุมชนขนาดเล็กได้ เพราะในลำห้วยเล็ก ๆ มันจะมีวัง มีหาด มีแก่ง แต่พอโครงการจัดหา แหล่งน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานเข้าไป กวาดเรียบเลยครับ ทั้งฝั่ง ทั้งลำห้วยเอา ให้อยู่ในระดับเดียวกัน แล้วเราเอาแผงคอนกรีตไปยัดใส่ ถ้าเป็นขนาดกลางก็เอา ฝายชลประทานเข้าไปใส่ แล้วทำคันไดก์ส (Dykes) คันดินขึ้นมาขวาง พอน้ำหลากมาครับ ท่านประธาน เก็บไม่ได้ครับ มิหนำซ้ำตลิ่งพังฉิบหายหมดครับ ใช้ได้หรือเปล่าท่านประธานพัง หมด แล้วก็ตั้งงบประมาณในการที่จะไปซ่อมแซม แล้วดินที่เกิดขึ้นจากอันนั้นก็พังลงไปถม ที่นาของชาวบ้าน เราก็จะเห็นว่าใช้มาตรฐาน เคยทำอย่างไรทำอย่างนั้น คือเขาเรียกว่าใช้ มาตรฐาน มข. ก็คือเป็นเทคโนโลยีการจัดการน้ำของประเทศออสเตรเลีย อันนี้นักวิชาการ เขาพูดนะครับ มาใช้ ทุ่งกุลาร้องไห้ไปดูครับมาตรฐานเดียวกันหมด ภาคอีสานไปดูครับ แหล่งน้ำขนาดเล็กมาตรฐานเดียวกันหมดนะครับ ก็คือขุดลอก แล้วก็วางแผงคอนกรีตไว้ บางทีน้ำหลากมามากก็บริเวณริมตลิ่ง ริมฝั่งที่ไปกั้นไว้ ก็จะพัง ไร่นาเสียหายหมด ตอนนี้ก็ตื้นเขิน ไม่มีวังอีกแล้ว ไม่มีแก่ง ไม่มีเกาะอีกแล้วนะครับ สิ่งที่มาแทนคือไมยราพยักษ์ ตอนนี้กำลังลุกลามอย่างหนักเลยนะครับ แต่ก็ยังดันทุรังทำ ตั้งงบประมาณทำต่อไป และที่สำคัญก็คือเราเห็นว่ามีหลายส่วนที่งบประมาณไม่สามารถที่จะ ไปเอื้อประโยชน์ หรือว่าไปเป็นประโยชน์กับการบริหารจัดการน้ำ หรือการป้องกันภัยจากน้ำ ก็คือเรื่องของครุภัณฑ์ เรือนะครับท่านประธาน ผมแน่ใจว่าเรือผมก็เคยเห็นเหมือนกันว่า เรือเขาเอาไปใช้ทำอะไร ใช้เปิดทางน้ำ แต่ปรากฏว่าได้ขุดลอกบ้างหรือเปล่า คลองส่งน้ำในที่ พื้นที่ชลประทาน เราจะเห็นว่าถนนที่จะไปประตูระบายน้ำ ประตูระบายน้ำก็อยู่ใกล้ ๆ กัน ครับท่านประธาน มองเห็นกันอยู่ ถนนที่จะไปกว้าง ๑๐ เมตร แต่ว่าคลองส่งน้ำแคบลงทุกวัน แล้วก็เห็นเรือ มีการซ่อมเรือนะครับ ไม่รู้จะเอาไปขุดลอกตรงนี้หรือเปล่า
ในส่วนสุดท้ายนะครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือ การสร้างการมีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการน้ำ ตอนนี้มีอยู่ ๓๘ หน่วยงาน ไม่นับทหารนะครับ ทหารก็เอากับเขา ด้วยนะครับ แต่ก็ไม่นับญาติกับการบริหารจัดการน้ำ ไม่สนใจบูรณาการ กูอยากทำกูทำไป นี่ของทหาร แต่ส่วนที่มันน่าจะบูรณาการก็คือส่วนท้องถิ่น อบจ. เทศบาล อบต. ซึ่งเขามีพื้นที่ แหล่งน้ำที่เป็นพื้นที่ที่รับผิดชอบ อย่าง อบต. หนึ่งอาจจะยาวประมาณสัก ๑๐ กิโลเมตร ๒๐ กิโลเมตร ๑๐ กิโลเมตรนี่เขาสามารถที่จะบริหารจัดการน้ำ สนับสนุนเขาให้บูรณาการ หรือว่าสร้างการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นนี้ได้ แต่ไม่ทำครับ ตั้งงบประมาณกะจะทำเอง หลายพื้นที่เป็นข้อเสนอของชาวบ้าน ยกตัวอย่างอย่างที่อำเภอทับสะแก พี่น้องค้นพบขุมแร่ มีน้ำมหาศาล พี่น้องท้องถิ่น อบต. เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อยากจะพัฒนาให้มันเป็น แหล่งน้ำสำหรับใช้รดต้นมะพร้าวจะได้ลูกโต ๆ หน่อย ปรากฏว่าเอาไปทำแก้มลิงครับ ก็ไม่รู้ว่ามันจะรับน้ำหรือว่าบริหารจัดการน้ำขุมแร่อันนี้ได้หรือเปล่า แล้วมันก็เป็นประโยชน์ กับพี่น้องชาวทับสะแกได้มากน้อยแค่ไหนนะครับ ทางท่านกรรมาธิการก็ติดตามดูให้ด้วย ก็แล้วกัน ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ