ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือการปรับลดงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเน้นการบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจังในช่วงและหลังวิกฤตโควิด โดยเรียกร้องให้ทุกกรมเร่งสนับสนุนตั้งแต่การปรับปรุงดิน ระบบชลประทาน พันธุ์ข้าว น้ำปลาในนา พืชเสริมรายได้ วิจัยสมุนไพร จนถึงการพัฒนาพันธุ์สัตว์ และเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดในสัตว์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้ก็ได้ ขอปรับลดงบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลง ๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะในขณะนี้อยากจะ ฝากถึงทุกกรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าต้องออกมาช่วยเหลือเกษตรกรของ ประเทศไทยให้ลุกให้ได้ และในช่วงโควิด (COVID) จะอยู่อย่างไร หลังโควิด (COVID) เกษตรกรจะมีรายได้อย่างไรในการที่จะมีรายได้หลังจากโควิด (COVID) เพราะเกษตร คือชีวิตครับ ผมอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการ บูรณาการดูน้องเราที่เป็น เกษตรกร ซึ่งวันนี้ครับลำบากมาก ๆ ก็คือน้องที่เป็นเกษตรกร แต่ช่วงโควิด (COVID) นี้ ก็สอนให้ได้รู้ว่าคนที่ลำบากคือคนที่สบาย ผมอยากฝากให้กรมพัฒนาที่ดินได้ลงไปดูน้องจริง ๆ ก็คือได้ลงไปตรวจสอบดินให้น้องว่าดิน เป็นกรดเป็นด่างอย่างไร จะปลูกพืชอะไร จะปลูกข้าวชนิดไหน หรือจะต้องมีปุ๋ยพืชสด ไปปลูกเพื่อบำรุงดินให้น้องก่อน แล้วนาในอดีตเป็นแปลงเล็ก ๆ ก็มาพัฒนานาให้น้องขยาย เป็นนาแปลงใหญ่ ล้มคันลงให้นาเป็นนาแปลงใหญ่ให้มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ว่านาแปลง ใหญ่แล้วเอาโฉนดมาต่อกัน อันนั้นไม่ได้เรียกว่านาแปลงใหญ่นะครับ แล้วก็อยากให้ขุดสระ ขุดสระเล็กในไร่นาให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อรองรับน้ำฝน หลังจากฝนทิ้งช่วงน้องก็จะได้สูบ น้ำในบ่อเล็กใส่แปลงนา แล้วก็คันนาก็ปลูกผัก ซึ่งวันนี้กำลังฮิต (Hit) โควิด (COVID) กำลังมา ก็ปลูกฟ้าทะลายโจร ปลูกกระชายขาวบนคันบ่อ บนคันสระ ปลูกมะละกอ ปลูกไม้มีค่า และ กรมชลประทานก็ต้องทำอย่างจริงจังนะครับในการที่จะหาระบบน้ำมาช่วยน้องให้ได้ผลผลิต ต่อไร่เพิ่มขึ้น แล้วก็กรมการข้าวครับ กรมการข้าวตั้งมานานแล้วนะครับ ก็อยากจะหาพันธุ์ ข้าวดี ๆ มาให้น้องได้ทำนาครับ ให้มีผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ให้มีผลผลิตต่อไร่มากขึ้นช่วงฝนทิ้ง ช่วงสัก ๗ วัน ๑๐ วันข้าวห้ามตาย น้ำท่วม ๗ วัน ๑๐ วันข้าวห้ามตาย พันธุ์นี้มีไหมครับ มาช่วยน้องได้ไหมนะครับ เสร็จแล้วกรมการข้าวก็ต้องส่งเสริมครับ ส่งเสริมปลูกข้าวพันธุ์ดี แล้วก็ต้องส่งเสริมกลุ่มเมล็ดพันธุ์ข้าว จากเกษตรกรที่เคยทำนาแล้วขายข้าวเปลือกกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ถ้าเราส่งเสริมเป็นกลุ่มก็ขายเป็นพันธุ์ข้าวจากกิโลกรัมละ ๑๐ บาทก็อาจจะได้ กิโลกรัมละ ๒๐ บาทนะครับ ถ้าสมมุติทำนาได้ ๑ ตัน ขายได้ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าผลิตเมล็ด พันธุ์ข้าวก็ได้ ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้า ๕ ตัน ได้ ๕๐,๐๐๐ บาท ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ๕ ตัน ก็จะได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการยกระดับเกษตรกรให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และกรมประมง ครับ กรมประมงนี้ตอนนี้พี่น้องประชาชนเกือบจะลืมไปแล้ว ก็ฝากด้วยครับว่าท่านต้องหาลูก ปลามาให้น้องได้ปล่อยในช่วงที่น้องทำนา ปล่อยลงไปในนาเลยครับ ฝนจะตก น้ำจะท่วมก็ แล้วแต่ปลาจะไปไหนแล้วกัน พอเก็บเกี่ยวข้าวก็จะมีโปรตีนในไร่นากลับมากินครับ กรม ส่งเสริมการเกษตรก็ต้องหาพันธุ์ไม้ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ ในขณะนี้ก็คือ ตอนนี้ปลูกพืชอย่างอื่นก็ลำบากยากจน ตอนนี้วันที่ ๒๔ นี้ก็จะปลดล็อกแล้ว ปลูกกระท่อม เกษตรก็ต้องส่งเสริมหาพันธุ์กระท่อมดี ๆ มาให้น้องได้ปลูก กรมวิชาการเกษตรไปอยู่ไหน ครับ กรมวิชาการเกษตรช่วยเร่งวิจัยได้ไหมครับว่าฟ้าทะลายโจรมันดีจริงไหม กระชายขาว มันดีจริงไหม สมควรจะส่งเสริมไหม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้พระเอกของกรมของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระเอกก็คือกรมปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ตอนนี้ก็ต้องหาลูกเป็ด ลูกไก่มาแจกให้น้องช่วงที่จะลงทำนา เลี้ยงไป ๓-๔ เดือนเป็ดมันก็โตขึ้นแล้วก็ออกลูก ช่วงเก็บเกี่ยวข้าวก็จะได้มีโปรตีนกินในช่วงเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนนะครับ แล้วก็วันนี้รัฐบาล ส่งเสริมไม่ให้เกษตรกรปลูกข้าว ชาวนาก็หันไปเลี้ยงวัวครับ ไปเลี้ยงวัวก็ปลูกหญ้าเลี้ยงวัว วันนี้กรมปศุสัตว์ต้องหาน้ำเชื้อวัวพันธุ์ดีไปให้เกษตรกรได้พัฒนาพันธุ์ เมื่อพัฒนาพันธุ์แล้วเขา ก็จะมีวัวพันธุ์ดี ซึ่งวัวคือชีวิตครับ ควายคือชีวิต เลี้ยงวัวส่งลูกเรียนหนังสือได้นะครับ เลี้ยงวัว สร้างบ้านได้ สร้างครอบครัวได้ เวลาวัวเจ็บป่วยชาวบ้านเขาเดือดร้อนครับ วัวป่วยตอนนี้ ก็รอหมอ วัวป่วยก็รอยา หมออาสาไม่รู้ไปอยู่ไหน บางทีต้องซื้อยามารักษาวัวของตัวเอง ซึ่ง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมานี้เราได้คุยกันเรื่องวัวเจ็บวัวป่วย เป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้นทั่วประเทศครับ เกษตรกรต้องรอวัคซีนจนวัวตาย เกษตร รอยาจนวัวตาย รวมแล้วปีนี้วัวตายจากการป่วยเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ตัวครับ และวัวป่วยอีกหลายล้านตัว หมอไปไหน ปศุสัตว์ไปไหน รัฐบาลต้องชดเชย อย่างไร วันนี้รัฐบาลต้องชดเชยวัวป่วยที่เกษตรกรได้ดูแลรักษาไปแล้วเป็นรายตัว อย่างน้อยก็ ตัวละ ๓๐๐-๕๐๐ บาท ตามโครงการของรัฐบาลที่เคยสนับสนุนให้เกษตรกร ปลูกข้าว โควิด (COVID) มาปีนี้ประเทศไทยก็โชคร้ายและโชคดีครับ ขายโคกระบือ ไปต่างประเทศ ขายหมูไปต่างประเทศ ช่วงโควิดคนอยู่บ้านก็ทำให้มีรายได้กลับมาปีละ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ความสุขสุดท้ายครับ ก็คือกลับบ้านไปทำนา เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ปลูกผักสวนครัว ปลูกไม้มีค่าในนา เอาขี้วัวขี้เป็ดขี้ไก่ก็ใส่ผักใส่ข้าว ชีวิต ก็จะกลับมาหลังจากโควิด (COVID) ผมจึงขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะเอามายกระดับให้กับพี่น้องเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หลังจากโควิด (COVID) มีผลผลิตที่สามารถที่จะกลับมาขายได้ ก็ขอปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ