เกียรติ ตั้งข้อสังเกตงบเกษตรไม่สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔

เกียรติ สิทธีอมร ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องและไม่เพียงพอของงบประมาณที่จัดสรรให้กับงานวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการตัดงบซ้ำซากสำหรับพันธุ์ข้าวและลานตากข้าว พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และทบทวนผลกระทบจากข้อตกลงยูปอฟต่อการวิจัยและคุ้มครองพันธุ์พืชท้องถิ่น รวมถึงเรียกร้องให้กรรมาธิการแสดงบทบาทอย่างจริงจังในการกำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพและตอบโจทย์เกษตรกรอย่างแท้จริง

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมได้ สงวนคำแปรญัตติไว้เพื่อปรับลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ทำเช่นนั้นก็คือผมเฝ้าดู นะครับว่าจากที่ผมพูดในวาระที่ ๑ ไป จะดูว่ากรรมาธิการไปปรับปรุงในประเด็นที่เป็น สาระสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรและกระทบต่อชีวิตของเกษตรกรอย่างยิ่งในประเทศไทย หรือไม่นะครับ พอผมได้มีโอกาสเข้าไปดู ก็ต้องยอมรับว่าต้องขอคำชี้แจงเพิ่มเติมจาก กรรมาธิการนะครับ ผมตั้งคำถามไปที่กรรมาธิการ เพราะท่านเป็นคนพิจารณาปรับปรุงจาก วาระที่ ๑ โดยที่ท่านควรจะนำสาระที่ผมได้พูดอภิปรายไว้ในวาระที่ ๑ ไปดูสิว่าท่านสามารถ จะปรับปรุงอะไรได้บ้าง แต่ผมพบว่าท่านไม่ได้ปรับปรุง ผมก็เลยต้องตั้งคำถามไปที่ กรรมาธิการนะครับ อันนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนะครับ กรรมาธิการล้วน ๆ ผมพูด ในประเด็นที่ว่าการวิจัยเมล็ดพันธุ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แล้วผมก็พยายามจะรอคอยดูว่า ท่านจะไปจัดสรรในแง่ของงบการวิจัยเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์อย่างไรบ้าง ผมพลิกดูเอกสาร ทั้งหมดก่อนที่จะลงรายละเอียด ท่านประธานครับ เราเพาะปลูก ๖๐ ล้านไร่เป็นนาปี ๑๐ ล้านไร่นาปรัง ใช้เมล็ดพันธุ์ทั้งหมด ๑.๔ ล้านตันต่อปี ก็ต้องถามว่าใครทำบ้าง ใครเป็นคนผลิตเมล็ดพันธุ์บ้าง พอไปดูในรายละเอียดของงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาของ กรรมาธิการมาแล้ว เราพบว่าโครงการของกรมการข้าวซึ่งมีเป้าหมายการผลิต ๘๗,๐๐๐ ตัน เท่านั้น มี ๑๐๒ ล้านบาท โครงการของศูนย์ข้าวชุมชนซึ่งผลิตได้ ๑๑,๒๐๐ ตัน มี ๑๐๔ ล้านบาท เท่านั้นเองนะครับ ผู้ประกอบการเองผลิต ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ส่วนจัดเก็บเองก็อยู่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ตัน งบอื่น ๆ ผมไปหาดู งบวิจัยมันอยู่ตรงไหนบ้าง ที่อาจจะเข้าข่ายคือ กรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีเรื่ององค์ความรู้ นวัตกรรมที่ท่านใส่ไว้ก็ประมาณ ๒๐๔ ล้านบาท แต่ ท่านเขียนไว้ว่ารวมทั้งพันธุ์พืช แมลง จุลินทรีย์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ อันนี้ผมก็ไม่ทราบหรอ กว่ามันจะเป็นการวิจัยเมล็ดพันธุ์พืชหรือไม่

หน้าต่อไปเลยนะครับ ผมอ่านรายงานของกรรมาธิการนะครับ ผมอ่าน ทุกถ้อยคำ ท่านเขียนไว้มีความหมายมากนะครับ ผมอ่านครับ ท่านก็พูดเองว่างบวิจัย ไม่เพียงพอ พอท่านบอกว่างบวิจัยไม่เพียงพอ ผมก็พยายามไปดูว่าท่านไปใส่อะไรไว้ ในข้อสังเกตท่านหรือไม่ ก็ต้องเรียนนะครับว่าผมยังไม่เห็นในส่วนที่ควรจะเป็น ที่เป็นอนาคต ของเกษตรกรไทยของประเทศไทยในหลายส่วน ในรายงานของท่านก็ระบุนะครับ หน่วยงาน ที่มีการผลักดันต่อยอดพันธุ์ข้าวและการของบประมาณเกี่ยวกับลานตากข้าวทุกปี แต่ถูกตัด งบประมาณในส่วนนี้ทุกปี ท่านทำอะไรบ้างครับ ท่านเป็นกรรมาธิการท่านเอาใจใส่เรื่องนี้ มากน้อยแค่ไหน ขอทราบหน่อยนะครับ ถูกตัดลดงบประมาณในส่วนของงานวิจัยทุกปี อันนี้ รายงานของท่านเองนะครับ งบประมาณที่ได้รับในการทำวิจัยจำนวน ๑๐๐ ล้านบาท เป็นจำนวนที่น้อยมาก ท่านก็ยอมรับ ทีนี้พอท่านเขียนตรงนั้น พอผมอ่านมาถึงตรงนี้ผมเริ่ม ตื่นเต้นนะครับ จะดูว่าในข้อสังเกตของท่านหรือคำแนะนำของท่านมีอะไรหรือไม่ ก็ไปดูครับ แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น ผมก็ต้องตั้งคำถามท่านอีกนิดหนึ่งว่า จริง ๆ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มียุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ท่านเอามาประกอบการพิจารณาหรือเปล่า ยุทธศาสตร์นี้ ครอบคลุม พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ เป็นแม่บทเลยครับ เป็นแม่บทของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เลยครับ คำถามมันมีอยู่ว่าเราจัดงบประมาณตรงกับยุทธศาสตร์หรือไม่ ผมลองดู ในสไลด์ (Slide) นี้นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ยุทธศาสตร์เขียนไว้ชัดเจนเลย นะครับว่าเรามีโครงการ เรามีเป้าหมายของการพัฒนา เป็นศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์พืชรองรับ ประชาคมอาเซียน และจะจัดงบประมาณในการวิจัยเมล็ดพันธุ์ปีละ ๑,๔๖๔ ล้านบาท หรือประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ทุกปีเลยครับ ผมก็พยายามเอามาดูครับ ทำไมมันมี ๒๐๐ ล้านบาทเอง ซึ่งมันควรจะเป็น ๑,๔๐๐-๑,๕๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างที่ จะแปลกใจ แล้วก็ผิดหวังพอสมควรนะครับ แต่ผมไม่ได้บอกว่าใครบกพร่องอย่างไร ผมตั้ง คำถามครับว่าในชั้นที่ท่านพิจารณาอยู่ในกรรมาธิการ ท่านดูเรื่องนี้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้ จะกระทบต่อความเป็นอยู่และรายได้ที่เป็นเป้าหมายของท่านนะครับ ท่านเขียนไว้ในรายงาน ว่าเป้าหมายเกษตรกรคือ ๖๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ไม่มีวิจัยเมล็ดพันธุ์ ไม่มีเมล็ดพันธุ์ที่ดี จะถึงเป้าหมายนี้ได้อย่างไรครับ ไม่มีงบลงไปจะไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร ท่านคงจำได้ นะครับท่านประธาน เราตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องซีพีทีพีพี (CPTPP) มีเรื่อง ยูปอฟ (UPOV) ก็คือภารกิจที่เราจะต้องดูว่าในเรื่องพันธุ์พืชจะต้องทำอย่างไร ในเรื่อง งานวิจัย ในเรื่องการคุ้มครอง ในเรื่องการประดิษฐ์ การคิดค้นในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ ผมไปดู ในรายงานของท่านอีกเหมือนกันครับ ในรายงานของท่านบอกว่าสำนักปลัดชี้แจงนะครับ ในเรื่องยูปอฟ (UPOV) ว่าในกลุ่มพันธุ์พืช พันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิม พันธุ์ป่าของพืชทุกชนิด จะได้รับความคุ้มครอง และไม่มีผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านครับ ท่านเองเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านคงได้อ่านรายงานซีพีทีพีพี (CPTPP) ฉบับสมบูรณ์นะครับ คำชี้แจงนี้ผิดครับ ผิดนะครับคำชี้แจงนี้ ไม่ตรงเลยครับ แล้วท่านไม่มีคำโต้แย้ง แต่ท่าน บันทึกไว้ ซึ่งข้อเท็จจริงเรามีปัญหากับยูปอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) เพราะว่าในเรื่องของการที่จะส่งต่อผลประโยชน์ตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพ หรือซีบีดี (CBD) ทำไม่ได้นะครับ และมันกระทบอย่างไรครับ กระทบกับงานวิจัย เมล็ดพันธุ์พืชโดยเฉพาะเลยครับ ตรงนี้ครับผมต้องตั้งคำถามกับท่านนะครับ คำถามผมมีดังนี้ ครับ ท่านดูรายงานยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีไหม ดูความสอดคล้องหรือไม่ งบที่จัดสรรเป็นหัวใจ ของอนาคตนะครับ มันน้อยกว่าแผน ๑๐ กว่าเท่า อันนี้ท่านช่วยชี้แจงหน่อยครับ ทำไมใน ข้อสังเกต ผมอยากเห็นในสังเกตจริง ๆ ถ้าท่านมีข้อจำกัดว่าโยกงบไม่ได้ ผมเข้าใจ แต่ถ้าไม่ได้ ท่านควรจะใส่ในข้อสังเกตว่าต้องไปดึงงบกลางมาให้ได้ อันนี้ไม่ปรากฏนะครับ ก็ต้องถามท่านครับ แล้วก็เป้าหมายของชาวนาครัวเรือนจะไปถึง ๖๐,๐๐๐ บาท ตามที่ท่าน เขียนไว้ได้อย่างไร ขอบพระคุณครับ