สุรวาท ทองบุ หารือปัญหางบประมาณการศึกษาที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและมีความเหลื่อมล้ำในการจัดสรร โดยเฉพาะระหว่างมหาวิทยาลัยในกำกับกับมหาวิทยาลัยส่วนราชการ พร้อมเสนอให้ปรับลดงบ 5 เปอร์เซ็นต์จากหน่วยงานที่ได้รับมากเกินไป และนำเงินไปสนับสนุนมหาวิทยาลัยรากหญ้าที่พึ่งพาเงินรายได้สูง เพื่อสร้างความเสมอภาคและตอบโจทย์ความต้องการของสังคมภายหลังวิกฤตโควิด รวมถึงเรียกร้องแก้ปัญหาข้าราชการการศึกษาที่ไม่ได้ขึ้นเงินเดือนมานานนับทศวรรษ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอแปรญัตติเพื่อปรับลดงบประมาณ ของกระทรวงการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมลง ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ โดยเฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัยในสังกัด ท่านประธานครับ เราทราบดีว่าปีนี้มีการตั้ง งบประมาณเพื่อการศึกษาไว้เพียง ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ซึ่งน้อยมาก และลดลงมาเรื่อย ๆ จากร้อยละ ๒๐ นับแต่รัฐบาล คสช. เข้าบริหารประเทศ จาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของรายจ่าย ทั้งประเทศลดลงมาเพียง ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามแม้ว่างบประมาณจะเหลือน้อย โดยภาพรวมแล้วเราก็ยัง พบว่าการตั้งงบประมาณนั้นมีความเหลื่อมล้ำ ลักลั่น มีการตั้งงบประมาณไว้สูงมาก ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ในขณะที่มีรายได้จำนวนมหาศาลร่วมแสนล้านบาท ในขณะที่ มหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยรากหญ้าที่รับใช้ชุมชนท้องถิ่นทั้งหลายกับคนในระดับ ลูกชาวบ้านได้เรียนนั้นกลับมีการตั้งงบประมาณไว้เพียงน้อยนิดและลดลงเรื่อยมาครับ ท่านประธานครับ เรายังเห็นว่ามหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณน้อยนั้นยังต้องนำเงินรายได้ของ ตัวเองนั้นมาใช้ในการพัฒนาในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่ได้รับงบประมาณแผ่นดินนี้ น้อยนะครับ
ผมขออนุญาตเรียนให้ข้อมูลว่าความจริงแล้วมีมหาวิทยาลัยกลุ่มที่ผมเรียนคือ กลุ่มที่อยู่ในระดับรากหญ้าที่มีท่านผู้มีเกียรติได้กล่าวไป คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยนราธิวาส รวมทั้งมหาวิทยาลัยรุ่นก่อนนี้ เช่น มหาวิทยาลัยสารคาม หรือมหาวิทยาลัยนเรศวรอะไรพวก นี้เรียกว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการนะครับ ไม่ใช่มหาวิทยาลัย ในกำกับ ข้อเท็จจริงที่พบว่ามหาวิทยาลัยในกำกับจะได้รับงบประมาณจำนวนมหาศาล ในขณะที่รับผู้เรียนในสัดส่วนที่น้อยกว่า ขณะที่มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการรับผู้เรียนมาก แต่ได้รับงบประมาณน้อยลงและน้อยลงเรื่อยไป ท่านประธานครับ มีข้อมูลหนึ่งที่อยากจะ เรียนว่ามีข้าราชการในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในส่วนราชการนี้ไม่ได้ขึ้นเงินเดือนมาเกือบ ๑๐ ปีที่ เทียบเท่ากับข้าราชการครู ซึ่งเมื่อก่อนหน้านั้นเทียบเท่ากันและเป็นข้าราชการกลุ่มเดียวกันถึง ๘ เปอร์เซ็นต์มาแล้ว ๑๐ ปี มีความพยายามที่จะให้ขึ้น แต่เราก็ยังไม่พบว่ามีการตั้งงบประมาณ ไว้เพื่อสิ่งเหล่านี้นะครับ ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นใหม่ในรอบ ๑๐ กว่าปีที่ผม เรียนนั้นเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล และมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด หลายที่นั้นไม่เคยได้รับงบประมาณในการที่จะยกระดับของ การเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ ในขณะที่ได้รับการเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ แล้วก็ เรื่อยมางบประมาณก็ลดต่ำลงเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ การตั้งงบประมาณในปีนี้ผมอยาก เรียนว่าที่ผมต้องตัดลดงบประมาณนั้น เนื่องจากว่าการตั้งงบประมาณนั้นไม่ได้รองรับ หรือตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แล้วก็ไม่ได้ตอบสนองการเรียกร้องของประชาคม ของคณาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัย และที่สำคัญอย่างยิ่งคือเรื่องของโควิด (COVID) สถานการณ์โควิด (COVID) ยังมีการตั้งงบประมาณแบบเดิม ๆ อยู่นะครับ
สำหรับส่วนที่ผมจะเสนอให้ตัดที่เห็นว่าสามารถที่จะดำเนินการได้ ที่ผมเรียน ว่ามีมหาวิทยาลัยกลุ่มนำ มหาวิทยาลัยกลุ่มเก่าที่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศนี้ได้รับ งบประมาณเป็นหลักหมื่นนะครับ เป็นหลักหมื่นล้านหรือใกล้หมื่นล้าน เกือบหมื่นล้าน หลายพันล้านนะครับ ในขณะที่มีรายได้ก็เกือบแสนล้านเหมือนกัน เมื่อรวมกันหลายแสนล้าน เลยทีเดียวนะครับก็ยังได้รับงบประมาณจากงบประมาณแผ่นดินนี้ ผมคิดว่ามหาวิทยาลัย น่าจะบริหารจัดการได้ ถ้าเราดูที่สไลด์ (Slide) ทั้งสองจะเห็นว่าสีน้ำเงินนั้นคืองบประมาณ ที่ได้รับซึ่งก็สูงมากเป็นหลักหมื่น สูงสุด ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่มหาวิทยาลัยรากหญ้า ของคนรากหญ้าที่ผมเรียนนั้นได้รับงบประมาณเพียงหลัก ๒๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ๔๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาทนะครับ ก็เรียนว่าถ้าเราจะดูกันจริง ๆ งบประมาณที่ตั้งไว้ ที่ไม่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งเราเรียกร้องว่าควรจะมีค่าใช้จ่ายอะไรต่าง ๆ ในการ เตรียมรูปแบบการเรียนการสอนที่ใหม่ขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้มี ก็ยังตั้งงบประมาณแบบเดิม ๆ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็เปิดสาขาเดิม ๆ ในขณะที่ตัวเลขการตกงานก็มากขึ้น และมี ความสัมพันธ์กันว่ามหาวิทยาลัยที่ได้รับงบประมาณมากก็จะตกงานน้อย มหาวิทยาลัย ที่ได้รับงบประมาณน้อย ๆ เรียนด้วยความเคารพว่าก็จะตกงานมาก เนื่องจากว่า มหาวิทยาลัยเหล่านั้นไม่สามารถที่จะพัฒนาตัวเองให้เกิดหลักสูตรที่สะท้อนหรือสนองความ ต้องการใช้บัณฑิตของสังคมครับ ผมจึงเสนอให้มีการตัดงบประมาณจากมหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณหลัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นไปนี้นะครับ ท่านประธานครับ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนในสไลด์ (Slide) ว่า ตัวเลขของการศึกษางบประมาณด้านการศึกษาของประเทศไทยนี้ แท้จริงแล้วมันมี ตัวเลขอื่น งบประมาณอื่นที่มาแฝงอยู่คืองบประมาณในแผ่นงานสุขภาวะที่ดีในเรื่องของการ บริการสุขภาพ ซึ่งตรงนี้มีงบประมาณที่ตั้งโดยตรงนี้อยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท และตั้งไว้ ในงบประมาณในการผลิตแพทย์ หรือพยาบาล หรือวิทยาศาสตร์สุขภาพนั้นเกือบจะ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๆ แล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เราจะพูด เสมอว่ากระทรวงศึกษาธิการ หรืออุดมศึกษา หรืองบประมาณด้านการศึกษานี้เราตั้งไว้มาก แต่แท้ที่จริงแล้วมีงบประมาณด้านสุขภาวะที่ดี หรือการบริการสุขภาพทั้งตรงและอ้อมร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่งบประมาณด้านนี้ของประเทศนี้มีอยู่ที่ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไปตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ผมเลยกราบเรียนว่าเราควรจะตัด ตรงนี้เพื่อไปตั้งที่อื่น แล้วมาเพิ่มงบประมาณให้กับการศึกษาก็จะทำให้การศึกษาของ ประเทศนี้เปลี่ยนไปได้ แล้วก็ดูแลมหาวิทยาลัยได้เท่าเทียมกันและเสมอภาคครับ ขอบพระคุณครับ