ประสงค์ แปรญัตติงบฯ ชี้จัดการแรงงานต่างด้าว-ผู้สูงอายุไม่ตรงเป้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔

ประสงค์ บูรณ์พงศ์ แปรญัตติงบประมาณกระทรวงพัฒนาสังคม โดยตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการจัดการแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ และการดูแลผู้สูงอายุ พร้อมเรียกร้องให้มีการประเมินผลการดำเนินงานอย่างชัดเจนและจัดสรรงบประมาณให้ตรงเป้าหมายมากขึ้น โดยเน้นการใช้จ่ายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมเพื่อให้กลุ่มเปราะบางได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดนครพนม กระผมขอแปรญัตติในงบของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในแผนงานยุทธศาสตร์จัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและ การค้ามนุษย์ แล้วก็แผนงานเพื่อสร้างหลักประกันสังคม แล้วก็เรื่องของกิจกรรมการผู้สูงอายุ นะครับ ท่านประธานครับ ผมว่าในเรื่องของจัดปัญหาแรงงานต่างด้าวกระผมฝาก ท่านกรรมาธิการผู้ร่างด้วยว่าขอฝากไว้ในเรื่องการปฏิบัติผลงาน เราวัดผลไม่ได้ครับ ปัญหา ที่ผ่านมาไม่ว่าในเรื่องชายแดน ในเรื่องการป้องกันการค้ามนุษย์ เราทำเกือบไม่สำเร็จเลย นะครับท่านประธาน จึงเกิดผลตามมาในเรื่องของโควิด (COVID) นี่เป็นประการที่สำคัญ

ประการที่ ๒ ในเรื่องของยุทธศาสตร์และหลักประกันทางสังคมแล้วก็ เรื่องของผู้สูงอายุ แผนงานดีครับ การปฏิบัติดี แต่บางครั้งในภาคปฏิบัติผมกราบเรียนว่า ในเรื่องการให้หลักประกันสังคม การช่วยเหลือสังคมนั้นกระทรวงนี้หรือกรมนี้ได้ทำมีผล ที่เกิดการข้างเคียงอย่างมาก เพราะมันไม่ตรงไปตรงมา หลายแห่งนะครับ ไม่ว่าจะต่างจังหวัด หรือในกรุงเทพมหานคร เงินบริจาคที่ใช้จากการประกันสังคมนี่ล่ะไปให้พี่น้องประชาชนเขา เช่นเป็นต้นว่าหมู่บ้านนี้มีบัตรประจำตัวมาให้คนละ ๑,๕๐๐ บาท ก็ไม่ถึงครับ ก็ได้แค่ ๑,๐๐๐ บาท อีก ๕๐๐ บาทหายไป หรือบางแห่งทำพร้อม ๆ กันหลายหมู่บ้าน บางหมู่บ้านไม่ได้ ถ้าไปทวงเขาเขาก็บอกให้รอไปก่อน นี่เกิดทุกข์ทุกแห่งหน เพราะฉะนั้นผมฝากด้วยว่า เรื่องของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นกระทรวงที่บริการนะครับ สมัยก่อนก็เรียกกรมประชาสงเคราะห์ เป็นผู้บริการไม่ใช่เป็นลักษณะของข้าราชการ ที่ปกครอง ประการที่สำคัญที่สุดในเรื่องของผู้สูงอายุซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในขณะนี้ เพราะผู้สูงอายุของเราได้มากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ยูเอ็น (UN) สหประชาชาติบอกว่าจะสูง ประมาณ ๖๐ ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่บ้านเราสูงกว่านั้นนะครับ เพราะว่าบ้านเราอายุ ยืนขึ้นแล้วครับ ๖๐ ปีขึ้นไปเดี๋ยวนี้ก็เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ๖๕ ปีขึ้นไป ก็ประมาณ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ครับ พูดตรง ๆ ว่าผู้สูงอายุนี้มาก แต่ก็ไม่มากจนเกินไป ทำไม ล่ะครับจะช่วยเขาจึงไม่ทำกันตรงไปตรงมาสักที ต้องผ่านกรมกองต้องผ่านจิปาถะ พูดง่าย ๆ ว่าผ่านหน่วยที่จะไปถึงหน่วยรับงบประมาณค่อนข้างจะยุ่งยากมีจอยต์ (Joint) มาก และจอยต์ (Joint) ก็ต้องการจาระบีต้องการอะไรจิปาถะ ถึงผู้ที่รับงบประมาณช้า กระผม เรียนท่านกรรมาธิการครับว่าเราน่าจะใช้เงินเหล่านี้ให้มันชัดเจนสักทีหนึ่ง ให้ชัดเจนไปเลยว่า เราจะให้เขาล่ะผู้สูงอายุนี้ เพราะเขาเป็นผู้ที่จะได้สิทธิ เขาได้ทำให้ชาติบ้านเมืองมามากแล้ว ผู้สูงอายุเหล่านี้ที่ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐเลยจะมีคนอยู่ในกลุ่มนี้ประมาณ ๔๘,๘๐๐,๐๐๐ คน ก็จะมีผู้ที่สูงอายุเกิน ๖๐ ปี ก็คำนวณดูไม่มากมายหรอกครับ ผมได้ คำนวณดูแล้วว่าคนต่าง ๆ เหล่ามีอยู่ถ้าคิด ๖๐ เปอร์เซ็นต์นะครับก็มีประมาณร้อยละ ๒๐ ถ้าเราจัดการเป็นกฎหมาย เป็น พ.ร.บ. ส่งเงินให้เขาเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท เดือนหนึ่ง ก็ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ไม่ได้เกินจีดีพี (GDP) เท่าไรนะครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าใช้เงินอย่างตรงไปตรงมาแล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าการบริการให้ผู้สูงอายุ หรืองานอื่น ๆ ที่จะให้บริการประชาชนนั้นจะต้องได้ผลอย่างแน่นอนครับท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมคิดจะตัดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เพราะว่าอยากให้ใช้เงินที่ได้ไป ให้มันถูกต้อง ให้มันเป็นธรรม ให้เข้าถึงผู้ได้ใช้งบประมาณ ให้ผู้รับงบประมาณอย่างถูกต้อง เรื่องของการรับงบประมาณมันมีทั่ว ๆ ไป คล้าย ๆ กัน คือพูดตรง ๆ ว่ารัฐบาลเป็น ผู้ร่างงบประมาณจากนโยบายที่ตั้งไว้ จาพี่น้องประชาชนแถลงมา ผู้ปฏิบัติคือข้าราชการ ที่ต้องปฏิบัติ นำงบประมาณไปสู่ผู้รับงบประมาณ แต่ปรากฏว่ามันไม่ค่อยถึง หรือถึงก็น้อย เพราะเหตุผลว่าระเบียบหรือการจัดสรรมันไม่ค่อยใกล้เคียงกับความถูกต้องครับ มันมีอะไร โยงใยอยู่มากมาย ฉะนั้นจึงกราบเรียนว่าต่อไปถ้าจะช่วยคนไม่ว่าเด็ก เยาวชน สุภาพสตรี ผู้พิการ ผู้เฒ่า ผู้ชราทั้งหลาย ขอให้ถูกต้องตรงไปตรงมาครับ แต่บางจังหวัด อย่างเช่นจังหวัด ผมหรือจังหวัดหลายจังหวัดเขามีทุน มีทุนที่มาให้เด็กเพื่อประชุม มีงบประมาณ แต่ปรากฏว่า ไม่ค่อยรู้เรื่องเลยนะครับ หรือบางแห่งก็มีทุนว่าผู้เสียชีวิตได้เงิน ผู้สูงอายุได้เงินจากกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ปรากฏว่าก็เงียบครับ ไม่ได้เลย เขาบอกว่าเขา ไม่ทราบ ไม่มีไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เขา เงินต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเงินที่เหลือจ่าย เมื่อถึงสิ้น ปีก็ไปใช้จ่ายเงินเป็นการประชุม พาไปทำโน่นทำนี่ครับซึ่งไม่ตรงเป้า เพราะเงินเหล่านี้เป็นเงิน ที่ต้องไปสู่ผู้รับงบประมาณคือพี่น้องประชาชนเท่านั้น ไปสู่เด็ก ไปสู่เยาวชน สู่ผู้ชราภาพ ทั้งหลาย เด็ก เยาวชนสำคัญมากนะครับ แต่ละแห่งก็จะมีผู้นำกลุ่มของเขา ไม่ว่าจะระดับ ตำบล หมู่บ้าน ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้านำเงินต่าง ๆ เหล่านี้ไปสู่หมู่บ้านแล้วเราแก้ได้ ทุกอย่าง ไม่ได้แก้ถึงความเป็นธรรม แก้ถึงประชาธิปไตย แก้ถึงยาเสพติด ถ้าใช้เงินเหล่านี้ อย่างตรงไปตรงมานะครับท่านประธานที่เคารพจะมีผลประโยชน์เป็นอย่างยิ่งทีเดียว เพราะเด็กต่าง ๆ เหล่านี้เดี๋ยวนี้ในหมู่บ้านแต่ละแห่งเขาเป็นผู้นำแล้วครับ เขาฉลาดในการ ที่จะประคองตัว เขาฉลาดในการที่จะดูแลควบคุม ท่านประธานครับ มันมีคำหนึ่งว่าชัยชนะ หรือพ่ายแพ้อยู่ที่หมู่บ้านนะครับ ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างที่หมู่บ้านสำเร็จ สำเร็จจากไหน สำเร็จจาก เด็กครับ เด็กสมัยนี้เป็นเด็กสมัยใหม่เป็นเด็กที่ศึกษาด้วยตัวเอง เป็นเด็กที่มีครูจากอินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นเด็กที่ฉลาดมากครับ เขาจะทำในสิ่งที่ดีงาม ถ้าเราแนะนำเขาในสิ่งที่ดีงาม ดังนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานว่าสำหรับกิจการหรือวิธีการ ของกระทรวงนี้ขอฝาก ทำอย่างไรให้ถึงประชาชน ทำอย่างไรให้การดำรงตนของข้าราชการ เป็นแบบผู้บริการ ไม่ใช่ผู้สั่งครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ