ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม 9% เพื่อใช้ในการดูแลชีวิตของประชาชนในเรื่องของโควิด-19
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะได้อภิปรายเพื่อที่จะได้แสดงความคิดเห็นในการที่เป็นเหตุผล ประกอบในการขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม ๙ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ผม ได้ขอเสนอแปรญัตติไว้ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูในภาพรวมของงบกระทรวงกลาโหมในปีนี้ ที่ตั้งไว้ ๒๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จะนำไปทำตามภารกิจหรือว่าพันธกิจที่มีอยู่ แน่นอนครับ เราคงไม่ปฏิเสธว่าทุกประเทศจะต้องมีบุคลากรในการที่จะต้องดูแล โดยเฉพาะในเรื่องของ ความมั่นคง เราคงไม่ปฏิเสธ แต่ถ้าถามว่าในสถานการณ์อย่างนี้ในเรื่องของภารกิจ ในเรื่อง ของความมั่นคงที่กระทรวงกลาโหม ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับในส่วนของกระทรวงกลางโหม ในภารกิจที่มีอยู่กับ ในข้อเท็จจริงในปัจจุบันซึ่งมันจะต้องสอดคล้องกับในเรื่องของงบประมาณที่นำไปใช้จ่าย แต่ถ้าเราดูในข้อเท็จจริงในเรื่องของกระบวนการในการของบประมาณมาในส่วนของ กระทรวงกลาโหม เราก็จะเห็นว่างบที่มีการขอจัดตั้งมาในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นี้ ค่อนข้าง ที่จะสวนทางกับภารกิจที่กระทรวงมีหน้าที่ในการที่จะต้องดูแล ในอดีตที่ผ่านมาเราคง ไม่ปฏิเสธว่ากระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ในการที่จะต้องป้องกันการรุกรานภัยคุกคามของ ประเทศ แต่ถามว่าในปัจจุบันในเรื่องของภัยคุกคามทางด้านการความมั่นคงที่จะมาคุกคาม ประเทศของเรานั้น ผมคิดว่าภารกิจและพันธกิจในส่วนของกระทรวงกลาโหมคงต้อง เปลี่ยนไป ตอนนี้ภัยของการคุกคามเรากำลังต่อสู้กับเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บของพี่น้อง ประชาชนที่คุกคามเรามากในขณะนี้ งบประมาณที่จัดตั้งในส่วนของกระทรวงกลาโหม เมื่อตอนต้นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปเป็นจำนวนมาก เรื่องของการจัดตั้งงบประมาณไป เพื่อจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ การจัดตั้งงบประมาณไปเพื่อจ่ายเป็นค่าจัดซื้อพวกยุทธภัณฑ์ ต่าง ๆ ซึ่งในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นความไม่จำเป็น ณ สถานการณ์ในปัจจุบันที่เรา จะต้องมองเห็นถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของเพื่อนพ้องน้องพี่ประชาชนคนไทยด้วยกัน ที่เขากำลังตกทุกข์ระกำลำบากในขณะนี้ในเรื่องของการที่จะต้องต่อสู้กับเรื่องของ โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ ถ้าเรามองถึงในเหตุผลตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็น ความจำเป็น เมื่อในช่วงที่ผ่านมาทางกระทรวงกลาโหมเอง โดยเฉพาะในส่วนของกองทัพบก ประกาศ โครงการในการที่จะรับส่งผู้ป่วยโควิด (COVID) ในการที่จะนำส่งกลับไปรักษาตัวยังภูมิลำเนา ท่านประธานครับ ฟังแล้วดูดีนะครับท่านประธาน แต่ในข้อเท็จจริงท่านประธานลองไป โทรหาหรือลองติดต่อก็ได้ว่าต้องการที่จะให้รับตัวผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวยังภูมิลำเนาใน จังหวัดที่เขาเกิดหรือว่ามีภูมิลำเนาอยู่ ในข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้เลยครับ ไม่มีคนรับในการที่ จะทำ เพราะฉะนั้นถามว่าในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่มันเกิดขึ้นนี้ผมคิดว่าประเทศของเรา ในขณะนี้ต้องได้ผู้นำที่มีความกล้าในการที่ต้องตัดสินใจในการที่จะต้องดูแลรักษาชีวิต ของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นการที่จะต้องดูแลรักษาชีวิตของพี่น้องประชาชนนี้มันจะต้อง เกี่ยวข้องกับเรื่องของงบประมาณ เมื่อตอนต้นเราบอกว่าเราได้งบประมาณ ประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่แปรญัตติกลับไปเพื่อใช้ในเรื่องของการดูแลชีวิตของพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการดูแลเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) แต่ในส่วนตรงนี้ผมคิดว่าเงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไปดูแลเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้กับพี่น้องประชาชนนี้ ไม่เพียงพอ แล้วสิ่งที่เราน่าที่จะต้องพิจารณาร่วมกันในขณะนี้ก็คือว่า การที่จะต้องหา งบประมาณไปเพิ่มเติมในเรื่องของการดูแลเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในส่วนของ กระทรวงกลาโหม เมื่อปรับลดลงประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้เงินอีกประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เราก็นำเข้าไปเพื่อเอาไปช่วยดูแลเรื่องของคุณภาพชีวิตให้กับ พี่น้องประชาชน ไม่ต้องมาเสียค่าเช่ารถในการส่งตัวกลับ หรือแม้แต่โครงการที่มีมูลนิธิ มีกลุ่มต่าง ๆ ที่ทำอยู่ในขณะนี้ ผมคิดว่ามันเป็นภารกิจของรัฐบาลที่จะต้องทำให้เต็มรูปแบบ ในการที่จะต้องบริหารจัดการอย่างครบวงจร ในการที่จะต้องดูแล โดยเฉพาะเรื่องของ ภัยคุกคามทางด้านเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ฉะนั้นผมขออนุญาตในการที่จะต้องปรับลดในส่วนของงบประมาณของ กระทรวงกลาโหมลง ๙ เปอร์เซ็นต์ เพื่อไปดูแลให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ขอบคุณท่านประธานครับ