พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ อภิปรายมาตรา 8 ของกระทรวงกลาโหม โดยใช้สไลด์ประกอบการอภิปราย ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของโครงการจัดหาเรือสนับสนุนเรือดำน้ำ (LPD) และเรียกร้องให้ปรับลดงบประมาณ 3,600 ล้านบาทจากโครงการสนับสนุนกำลังพลของทั้งสามเหล่าทัพ เนื่องจากมีปัญหาการเบิกจ่ายต่ำและความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายมาตรา ๘ กระทรวงกลาโหม ขอสไลด์ (Slide) เลยครับฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานครับ ผมจะยก ๑ โครงการขึ้นมานะครับ คือชื่อโครงการว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนส่งกำลัง บำรุงและซ่อมบำรุงและผลิตเพื่อแจกจ่าย ท่านประธานครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่มี อยู่ในทั้ง ๓ เหล่าทัพ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ ในเอกสารชี้แจงขาวคาดแดงครับมาบรรทัดเดียว กองทัพบก ๓,๖๐๐ ล้านบาท กองทัพเรือ ๔,๐๐๐ ล้านบาท กองทัพอากาศ ๗,๗๐๐ ล้านบาท ในเอกสารชั้นอนุกรรมาธิการก็ยังคง ชี้แจงมาบรรทัดเดียวครับท่านประธานคือภายใต้ชื่อโครงการนี้และหลังจากที่ผมได้เรียน สอบถามทางหน่วยงานเราก็ทราบว่ามันจะเป็นค่าใช้จ่ายที่มีความหลากหลายมาก ในรายละเอียด แล้วก็เอาไว้ใช้เพื่อการสนับสนุนกำลังพลต่าง ๆ กำลังบำรุงต่าง ๆ ของกองทัพ แต่ปัญหามันคืออะไรครับ คืออัตราการเบิกจ่ายมันต ่าเตี้ยเรี่ยดินครับ ท่านประธาน ในปี ๒๕๖๓ กองทัพบกเบิกจ่ายได้เพียงแค่ ๗๔ เปอร์เซ็นต์ กองทัพเรือทำได้แค่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ กองทัพอากาศทำได้เพียงแค่ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ นี่คือจบปีงบประมาณ ไปแล้วนะครับ ในปี ๒๕๖๔ ยังไม่ได้จบปีงบประมาณแต่ทั้ง ๓ เหล่าทัพก็ทำได้โดยเฉลี่ยแล้ว เพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ว่าในปี ๒๕๖๕ ก็ยังคงของบประมาณมา ในยอดเงินเท่าเดิม ผมคิดว่าการเบิกจ่ายที่ไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ควรจะต้องแก้ไข ควรจะต้อง มีการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้รัดกุมเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณได้มากกว่านี้ ดังนั้นภายใต้โครงการนี้ของทั้ง ๓ เหล่าทัพ ผมเสนอปรับลดลง ๓,๖๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ต้องเรียนย ้าครับว่าในเมื่อไม่มีการวางแผนที่ดีพอเบิกจ่ายได้ไม่เป็นไปตามเป้า และการชี้แจงก็น้อยนิดเพียงแค่บรรทัดเดียว ต้องเรียนว่างบประมาณระดับนี้ยังเป็น งบประมาณที่สูงกว่าหน่วยงานบางหน่วยงานหรือกระทรวงทั้งกระทรวงด้วยซ ้าไป เหตุผล ที่ผมจะต้องปรับลดโครงการนี้เป็นพิเศษนี้เป็นพิเศษ เพราะอะไรครับ เพราะว่าภายใต้ โครงการนี้ที่มีการเบิกจ่ายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ปรากฏว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กองทัพเรือได้นำเงินบางส่วนที่เบิกจ่ายไม่ได้ไปโอนเปลี่ยนแปลงระหว่างปีผ่านการรับรอง หรืออนุมัติของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แล้วก็ไปซื้อยานเกราะโจมตีสะเทินน ้าสะเทินบก ๓ ลำ มูลค่ารวมประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งต้องเรียนย ้าว่าโครงการนี้ไม่ได้ถูกนำเข้า พิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นยืนยันครับว่าจะต้องปรับลด ๓,๖๐๐ ล้านบาท สำหรับ โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความน่าเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน คือโครงการจัดหาเรือสนับสนุนเรือดำน ้า เรียกสั้น ๆ ว่าเรือ แอลพีดี (LPD) ชื่อสนับสนุน เรือดำน ้าครับ แต่ทำไมน่าเคลือบแคลงครับท่านประธาน ผมตรวจสอบมาแล้วครับว่าในโลก ใบนี้ไม่มีประเทศไหนใช้เรือรุ่นนี้มาสนับสนุนเรือดำน ้าครับ แม้แต่ประเทศจีนที่เขาผลิตเอง แม้แต่ประเทศจีนที่ขายเรือดำน ้า รุ่นเอส ๒๖ที (S26T) ให้เราเขายังไม่ใช้เรือรุ่นนี้มา สนับสนุนเรือดำน ้าเลยครับ ดังนั้นผมตั้งข้อสังเกตว่าแท้จริงแล้วเรือลำนี้อาจจะไม่ได้ซื้อมา เพื่อสนับสนุนเรือดำน ้า แต่เติมชื่อเข้าไปว่าสนับสนุนเรือดำน ้าจะได้ผ่านงบประมาณง่าย หน่อยครับท่านประธาน เพราะว่าเมื่อเรือดำน ้าซื้อมาแล้วก็มีเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องซื้อ เรือแอลพีดี (LPD) ต่อ ผมมีข้อมูลแบบนี้ครับท่านประธาน เรือดำน ้ายาว ๗๘ เมตร ใช้กำลังพล ๕๐ นายในการ โอเปอร์เรต (Operate) ขออภัยครับ ในการปฏิบัติการ ในขณะที่เรือแอลพีดี (LPD) เรือดำน ้ายาว ๗๘ เมตร เรือ แอลพีดี (LPD) ยาว ๒๑๐ เมตร จอดเฮลิคอปเตอร์ ก็ยังจอดได้ครับท่านประธาน มีเครนขนาดใหญ่ ใช้กำลังพล ๑๕๒ นายในการปฏิบัติงาน แค่ตัวเลขแค่นี้แค่ข้อมูลแค่นี้มันก็ชัดแล้วว่ามันมีความอิหลักอิเหลื่อครับว่ามันจะมาสนับสนุน เรือดำน ้าอย่างไร นอกจากนั้นครับท่านประธานถ้าดูในสไลด์ (Slide) ที่ผมจะให้ดูข้อมูลตรงนี้ เรือดำน ้าแอลพีดี (LPD) มีการเซ็นสัญญาออกเป็น ๒ ระยะ ระยะที่ ๑ เป็นปีงบประมาณ ผูกพันเดียวกัน คือเริ่มปี ๒๕๖๒ แล้วก็ไปจบปี ๒๕๖๕ ระยะที่ ๑ คือ ๔,๓๘๕ ล้านบาท ได้รับจัดสรรจนถึงปี ๒๕๖๔ ๓,๒๑๕ ล้านบาท แต่ปรากฏว่ามีการเบิกจ่ายเกินกว่าที่ได้รับ จัดสรรครับ คือได้รับจัดสรรไป ๓,๒๑๕ ล้านบาท แต่ดันไปเบิกจ่ายได้ ๓,๗๓๔ ล้านบาท เกินไปประมาณ ๕๒๐ ล้านบาท แล้วเกินไปได้อย่างไรครับ พอมาดูต่อที่ปี ๒๕๖๕ ปรากฏว่า ทร. หรือกองทัพเรือก็ยังคงของบประมาณมาตามแผนเดิม คือขอมาที่ ๑,๑๘๙ ล้านบาท สำนักงบประมาณอนุมัติให้ ๑,๑๗๐ ล้านบาท เมื่อรวมตัวเลข ในเรือแอลพีดี (LPD) ระยะที่ ๑ ปรากฏว่าได้งบประมาณไปเกินครับท่านประธาน คือระยะที่ ๑ ไปเซ็นสัญญากันไว้ ๔,๓๘๕ แต่ตอนนี้ได้รับเงินไปแล้ว ถ้าปี ๒๕๖๕ นี้ผ่านจะได้รับเงินไป ทั้งสิ้น ๔,๙๐๔ ล้านบาท ก็คือเกินไป ๕๒๐ ล้านบาท ส่วนระยะที่ ๒ ๑,๘๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นการเบิกจ่ายที่ปกติ เพียงแต่ว่าการเสนอคำขอก็อาจจะถูกลดทอนโดย สำนักงบประมาณตามงวดงาน แต่ว่าสุดท้ายแล้วรวมตัวเลขออกมาก็ปกติครับท่านประธาน มันก็เลยทำให้ผมเกิดข้อสงสัยอย่างนี้ครับท่านประธาน คือผมก็เรียนถามทางกองทัพเรือ ทางสำนักงบประมาณก็ช่วยชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ บอกว่ามันเกิดจากการที่เรือดำน ้า ลำที่ ๑ อันนี้คนละเรือแล้วนะ เมื่อสักครู่นี้เรือแอลพีดี (LPD) ตอนนี้เรือดำน ้าอยู่บรรทัด สุดท้ายสไลด์ (Slide) เลย เรือดำน ้าลำที่ ๑ เบิกจ่ายไม่ได้ตามเป้านะครับ เหลือเงินประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็เลยเอาเงินที่เหลือตรงนั้นโอนมาเพื่อมาจ่ายเรือแอลพีดี (LPD) เพราะมีความคืบหน้าทางโครงการมากกว่าที่ ๕๓๔ ล้านบาท คำถามคือฟังแล้วมันตลก ๆ ไหมท่านประธาน ก็ในเมื่อรู้แล้วว่าเขาโอนไป ทำไมตอนจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ก็ไป เพิ่มวงเงินของเรือดำน ้าสิครับ แล้วก็ลดวงเงินของเรือแอลพีดี (LPD) มันก็จบแค่นั้น คือผม ไม่รู้ว่างานเอกสารของกองทัพเรือหรือของสำนักงบประมาณมันน้อยไปหรืออย่างไรครับ ถึงจะต้องมาเพิ่มงานเอกสารให้มีการขออนุมัติโอนเปลี่ยนแปลง แล้วสำนักงบประมาณก็ต้อง มาให้การอนุมัติครั้งหนึ่ง แต่ผมคิดว่าปัญหามันไม่ใช่เพราะว่าการทำงานนั้นหรอกครับ ประเด็นมันอยู่ที่อันนี้ครับ เรือแอลพีดี (LPD) ลำนี้จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่าไม่ได้ใช้สำหรับ สนับสนุนเรือดำน ้า จำเป็นต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ติดอยู่บนเรือ แต่ตอนไปเซ็นสัญญากับเขา ด้วยความรีบเร่ง ด้วยความอยากได้ ด้วยความอยากซื้อ หรืออยากจะได้เงินทอนหรือเปล่าผม ไม่แน่ใจ ก็ไปเซ็นสัญญาโดยที่ไม่มีอาวุธ พอไม่มีอาวุธทำอย่างไรล่ะครับ ก็ต้องหาเงินซื้ออาวุธ สิครับ ก็เลยมีการโอนเปลี่ยนแปลงที่บวมขึ้นมา ๕๒๐ ล้านบาท นี่ผมคาดการณ์ไว้นะครับ ท่านประธาน ผมเดาว่ามาแนวนี้แน่ ๆ เอาเงินไปเกิน ๕๒๐ ล้านบาท เพื่อจะเป็นการชดเชย อาวุธที่จำเป็นจะต้องติดตั้งบนเรือแอลพีดี (LPD) ดังนั้นสำหรับโครงการนี้ผมก็ขอปรับลด งบประมาณลงแน่นอนในส่วนที่มีการจัดสรรเกินไป ๕๒๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ สไลด์ (Slide) สุดท้ายนะครับ ผมเป็นคนสุดท้ายของพรรคก้าวไกล ที่จะมาอภิปรายในส่วน ของมาตรา ๘ กระทรวงกลาโหม ก็จะขออนุญาตสรุปสิ่งที่ผู้อภิปรายทั้ง ๙ คน ทั้งกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติทั้ง ๙ คนที่อภิปรายไป เราเชื่อครับว่าด้วยกัน ลด ตัด และเลื่อน เราสามารถที่จะปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมลง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการเบิกจ่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพต้องลดลงครับ งบที่ได้รับการจัดสรรเกินไปอย่างที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่ต้องลดลงครับ โครงการซื้ออาวุธ ที่ไม่ควรจะต้องดำเนินในช่วงเวลานี้ต้องตัดทิ้ง ภารกิจที่ซ ้าซ้อนของกองบัญชาการ กองทัพไทยที่ทำภารกิจซ ้าซ้อนกับหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ เรียกว่าหาทำต้องตัดทิ้ง ภารกิจ ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ การเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อของ ที่มีมูลค่าสูงเกินกว่าราคาตลาด ตามที่ ส.ส. วิโรจน์ และ ส.ส. จิรัฏฐ์ได้อภิปรายไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลื่อนการซื้ออาวุธที่เป็นงบผูกพันที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ตามแผนงาน ฉะนั้นยืนยันครับท่านประธาน ว่าพรรคก้าวไกลเราขอเสนอปรับลดงบประมาณ ในส่วนของมาตรา ๘ กระทรวงกลาโหม ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอบพระคุณครับ