ซูการ์โน ชี้อำนาจนายกฯ โยกงบกลางกระทบตรวจสอบเงินภาษี เรียกร้องคืน ๑.๖

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔

ซูการ์โน มะทา อภิปรายเรื่องปรับลดงบประมาณงบกลาง ๔% โดยชี้ว่าอำนาจเบ็ดเสร็จของนายกรัฐมนตรีในการโยกย้ายงบประมาณส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบเงินภาษี และเรียกร้องให้ใช้เงินสำรองกรณีฉุกเฉินแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องการปรับลดงบประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เสนอให้คืนเงินดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขออภิปรายปรับลดงบประมาณ มาตรา ๖ งบรายจ่ายงบกลาง ๕๘๗,๔๐๐ กว่าล้านบาทเศษ สิ่งที่ผมแปลกใจมากทุกปี ในการพิจารณางบประมาณแล้วในงบกลางนั้นดูแล้วกรรมาธิการส่วนใหญ่แล้วจะปรับลด แต่วันนี้ปีนี้ก็ไม่มีการปรับลดในส่วนของงบกลางที่เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ผู้ใช้งบประมาณ เพียงคนเดียวคือนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นผมจึงขอปรับลดงบประมาณในงบกลางไว้ลดลง ๔ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เท่าที่เราทราบในการจัดทำงบประมาณตามพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๑ นั้น ในงบประมาณงบกลางจะมีอยู่ ๑๑ รายการ ด้วยกัน สิ่งสำคัญที่สุดที่ที่ผมเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องปรับลดตรงนี้ในกรณีของงบกลางก็คือว่า การใช้จ่ายงบประมาณ งบกลางนั้นเหมือนกับการตีเช็คเปล่าให้กับผู้มีอำนาจ ซึ่งสามารถที่จะ เอาไปทำอะไรก็ได้ ซึ่งหลาย ๆ ท่านที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การตีเช็คเปล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อการบริหารการตรวจสอบเงินภาษีของพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็สิ่งสำคัญที่สุดในงบประมาณที่เป็นงบกลาง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็มีอยู่ ๑๑ รายการ ซึ่งมีอำนาจ ให้อำนาจกับผู้มีอำนาจคือนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะปรับโยก งบประมาณที่อยู่ในหมวดงบกลางทั้งหมดใน ๑๑ รายการได้ เพราะว่าเท่าที่ผ่านมา ไม่ว่าปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในงบกลางนั้น ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็ไม่ได้มีการตรวจสอบการใช้เงินดังกล่าวเลย ซึ่งเป็นเรื่อง สำคัญมาก โดยข้อเท็จจริงในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายงบกลางนั้นเราให้ความสำคัญ อยู่ในส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของเงินสำรองจ่ายไว้กรณีฉุกเฉิน ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมเห็นด้วยว่าการใช้จ่ายงบประมาณงบกลางนั้นควรเอามาใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้น ในประเทศแบบฉับพลันทันด่วน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) เกิดมา ๒ ปีกว่า สิ่งสำคัญที่เรายังไม่เคยเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจในการใช้งบกลางนั้น ได้ไปใช้เงินในกรณีฉุกเฉินนั้นไปใช้ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแก้ปัญหาเรื่องการแพร่ ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) แบบทันทีทันใดนั้นยังไม่ปรากฏชัดแน่นอน และในกรณี ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรที่มีตกต ่า วันนี้ในพื้นที่หลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีผลไม้กำลังออกสู่ตลาด แต่ท่านประธานครับ ราคาผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ มังคุด ลางสาด ลองกอง หรือแม้กระทั่งยางพาราก็ลดลงต ่ากว่าทุกปี รัฐบาลก็ไม่เคยเอาเงินงบกลางไปใช้ใน การแก้ปัญหาเหล่านี้เลย วันนี้ผมได้ดูข่าวและสะท้อนถึงความรู้สึกเจ็บปวดของพี่น้อง ประชาชนว่าทำไมกรรมาธิการงบประมาณจึงไม่ตัดงบกลางลงไป เพราะผมดูจากรายงานข่าว อันหนึ่งมีพี่น้องประชาชนที่จังหวัดลำพูนเครียดจัดนะครับ ลำไยออกผลดี เนื้อสวย ผลไม้สวย ต้องเอาไม้มาตีลูกลำไยให้ร่วงลงเพื่อระบายความรู้สึกว่าความไม่ดูแลเอาใจใส่ของรัฐบาล ต่อการแก้ปัญหาหรือประกันราคาผลไม้นั้นไม่เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างที่เห็นนะครับ ดังนั้น ผมจึงว่างบกลางจึงจำเป็นจะต้องปรับลดลง ๔ เปอร์เซ็นต์

ประเด็นที่ ๒ วันนี้เท่าที่ฟังที่รายงานมานอกจากไม่ปรับลดแล้ว ผมอยากตั้ง ข้อสังเกตถามท่านกรรมาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการว่าในส่วนที่ท่านปรับลด งบประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมท่านต้องตีเช็คเปล่าไปให้คนมีอำนาจไปใช้อำนาจ เพียงคนเดียวกี่ครั้งแล้ว ทำไมท่านไม่เอาเงินเหล่านี้ไปแจกจ่ายให้กับกระทรวงคมนาคม กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลเรื่องของ ราคาผลไม้ พืชผลทางการเกษตร หรือกระทรวงพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งเอาเงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านกว่าบาทเศษนี้ไปคืนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีอยู่ทุกแห่ง ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลของประเทศไทย ท่านประธานครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน้าด่านสำคัญที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่เราเอาเงินงบประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทไปให้กับนายกรัฐมนตรีมาดูแลและบริหารจัดการ อะไรครับที่เกิดขึ้นใน ปี ๒๕๖๓ เอางบกลางไปใช้เรื่องของความมั่นคง เอาไว้ให้กองทัพไปจัดซื้ออาวุธ เอาให้ตำรวจ ไปจัดซื้อกระสุนปืนยางเพื่อมาใช้ปราบปรามพี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้มันไม่ถูกต้อง ผมอยากตั้งข้อสังเกตให้ทางกรรมาธิการได้รับไปพิจารณาว่าเป็นไปได้ไหมครับ เรามาถือมติ ของสภาแห่งนี้ว่าเงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านปรับลดจากหน่วยงานต่าง ๆ นั้นไปคืนให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อชดใช้ที่เขาขาดรายได้ เขาจะได้นำเงินตัวนี้ไปพัฒนาในพื้นที่ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) กำลังเดือดร้อนเรื่องของผลไม้ ผลผลิตทางการเกษตรตกต ่า เขาจะได้ไปประกันซื้อผลไม้จาก พี่น้องประชาชนมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพจะซื้อผลไม้ได้ อันนี้ ผมเชื่อว่าถ้าเราคืนเงินงบประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น จะเป็นประโยชน์มากกว่าไปอยู่ในน ้ามือของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวนะครับ อันนี้ก็ตั้ง ข้อสังเกตเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน