บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือการบริหารจัดการวิกฤตโควิด-19 โดยเสนอให้ทบทวนบทบาท ศบค. และผลักดันให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลัก พร้อมเรียกร้องคืนอำนาจด้านสาธารณสุขแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมโรค การตรวจคัดกรอง การกักตัว และการเยียวยาประชาชนอย่างเป็นธรรม โดยเน้นการจัดสรรวัคซีนอย่างทั่วถึง ทบทวนนโยบายนำเข้าวัคซีน mRNA และเสนอให้ชะลอโครงการแซนด์บ็อกซ์เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงก่อน พร้อมวิพากษ์การล็อกดาวน์ระดับประเทศและสนับสนุนมาตรการเฉพาะพื้นที่ รวมถึงการเยียวยาด้วยเงินสด ปัจจัยสี่ และการพักชำระหนี้ โดยยกเลิกการพึ่งพาแอปพลิเคชันที่ประชาชนกลุ่มเปราะบางเข้าไม่ถึง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสรุปญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเรื่องการแก้ปัญหาการบริหารจัดการโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก ผู้รวมเสนอญัตติด่วน รวมกันทั้งสิ้น ๖ ญัตติ และเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่ร่วมกันอภิปรายทั้งสิ้นถึง ๕๗ ท่านอย่างกว้างขวาง ซึ่งได้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็น ประโยชน์ กระผมขออนุญาตสรุปเป็นข้อสังเกตได้ทั้งสิ้นประมาณ ๕ ประเด็นด้วยกันเพื่อที่จะ ได้ขอมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แล้วก็ส่งเรื่องให้ทางรัฐบาลเร่งรัดดำเนินการ โดยเร่งด่วน
ประเด็นที่ ๑ เป็นเรื่องของหลักคิดขององค์กร ศบค. สมาชิกอภิปรายกัน อย่างกว้างขวางว่า ศบค. เป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาโควิด (COVID) ผมเองก็เคยอภิปราย ในชั้นของการนำเสนอแล้วว่า ศบค. นั้นเป็นองค์กรที่รวมศูนย์อำนาจ ไม่กระจายอำนาจ แล้วก็ไม่มีส่วนร่วม ขอให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างของ ศบค. โดยเร่งด่วน ภายในช่วง สัปดาห์เดียวผู้ป่วยโควิด (COVID) เพิ่มจาก ๕,๕๐๐ ราย เป็นประมาณถึง ๗,๐๐๐ รายต่อวัน แล้วก็เตียงผู้ป่วย เครื่องมือแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ นักรบแนวหน้า นักรบเสื้อกาวน์ (Gown) อ่อนล้าหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤติจริง ๆ รัฐบาลต้องเร่งทบทวนโครงสร้าง ศบค. หรือถ้าหากว่ายังคิดไม่ออกนะครับ ใช้การบริหารราชการตามปกติ ให้กระทรวง สาธารณสุขและ ครม. เป็นผู้ดำเนินการ ผมเชื่อว่าจะดีกว่านี้ เรื่องโรคระบาดนั้น ศบค. ต้องไว้เนื้อเชื่อใจกระทรวงสาธารณสุข ผมขอให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นแม่งาน ไม่ใช่ให้ ฝ่ายความมั่นคงเป็นแม่งานนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ขอให้คืนอำนาจให้กระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ร่วมกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเชื่อมั่นว่าแนวรบของโควิด (COVID) นั้นอยู่ที่ท้องถิ่น ท้องถิ่นมีเงิน ของตนเอง มีสภาท้องถิ่นที่จะสามารถอนุมัติการใช้จ่ายเงิน แล้วรัฐบาลกลางก็สมทบ อย่าให้ขาดแคลน แล้วมอบภารกิจให้เขาไปหาสถานที่เสี่ยง ไปตรวจตราสถานที่เสี่ยง บุคคลเสี่ยง เวลาเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง ให้เข้าควบคุมพฤติกรรมเสี่ยง ควบคุมบุคคลเสี่ยง สถานที่เสี่ยงนั้นตลอด ๒๔ ชั่วโมง อย่าให้มีพื้นที่เสี่ยง นั่นละครับจะเป็นการลดสถิติของ โรคโควิด (COVID) ที่แนวรบของโควิด (COVID) ในชุมชนทันที การที่จะตั้งสถานที่กักกัน ในชุมชนที่เรียกว่าแอลคิว (LQ) โรงพยาบาลสนาม หรือการรับส่งผู้ป่วย มารับผู้ป่วยจาก กรุงเทพมหานครกลับไปต่างจังหวัด เมื่อสักครู่ผมก็ประสานคนที่จังหวัดระยอง ๒ ราย ให้กลับไปรักษาที่จังหวัดระยอง ท้องถิ่นมีงบประมาณ มีรถรา มีน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถที่จะ ทำการแทนรัฐบาลกลางได้ รัฐบาลกลางไม่ต้องเป็นห่วงเขา มอบภารกิจ มอบงบประมาณให้ แล้วก็ไว้ใจเขา แล้วก็ประเมินผลนะครับ แม้กระทั่งการเยียวยา รัฐบาลกลางต้องไว้ใจท้องถิ่น แบ่งงบประมาณส่วนหนึ่งให้ท้องถิ่นไปเยียวยา ท้องถิ่นรู้ว่าใครมีปัญหา แล้วก็อย่าลืมนะครับ เยียวยาด้วยเงินสดผ่านท้องถิ่น ท่านไม่ต้องกลัว ท้องถิ่นเขาต้องบริหารด้วยความเป็นธรรม ถ้าไม่เป็นธรรมผู้บริหารท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่นอยู่ไม่ได้นะครับ
ประเด็นที่ ๓ ปัญหาการจัดสรรวัคซีนเป็นปัญหาหลักมากเลย เพื่อนสมาชิก อภิปรายเรื่องวัคซีนเกือบจะทุกท่านเลย ผมขอแยกวัคซีนออกมาเป็น ๓ ประเด็นย่อย คือ ๑. รัฐบาลต้องมีความกล้าหาญในการเข้าควบคุมการส่งออกวัคซีนไปต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัท ในประเทศไทยผลิตวัคซีนส่งแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) บริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ (Siam Bioscience) คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติมีอำนาจประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ (๒) ระบุว่า สัดส่วนการส่งออกวัคซีนไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ซึ่งต้องเหมาะสมกับ สัดส่วนการใช้วัคซีนภายในประเทศ ผมเห็นบริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ (Siam Bioscience) แถลงว่าได้ส่งมอบวัคซีนให้แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ตามจำนวน แต่ไฉเลยบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ซึ่งเป็นบริษัทในต่างประเทศบริษัทแม่กลับไม่ส่งวัคซีน ให้ประเทศไทยตามที่ตกลงไว้กับประเทศไทย รัฐบาลก็ยังไม่ดำเนินการอะไร นี่ล่ะครับ รัฐบาลต้องมีความกล้าหาญในการใช้กฎหมาย สมัยก่อนนายแพทย์มงคล ณ สงขลา ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำซีแอล (CL) ยาสำหรับ โรคเอดส์ (AIDS) ทำสำเร็จมาแล้ว รัฐบาลนี้ต้องมีความกล้าหาญนะครับ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ไม่ใช่วัคซีนที่ไม่ดีนะครับ เป็นวัคซีนที่ดี แต่ไม่เพียงพอครับ ถ้ามีเพียงพอ เร่งฉีดวัคซีนจะลดจำนวนผู้ป่วยหนักที่เข้าสู่โรงพยาบาลและใช้เครื่องมือแพทย์ และบุคลากร ทางการแพทย์จะได้ไม่ล้าจนเกินไปนะครับ เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ เป็นเรื่องวัคซีน ประเด็นที่ ๓.๑
๓.๒. รัฐบาลต้องทบทวนการนำเข้าวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) รัฐบาล ก็พยายามอิดออดการนำเข้าวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ผมก็ดีใจนะครับ เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคมนี้ รัฐบาลประกาศว่าจะนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) จำนวน ๒๐ ล้านโดส (Dose) ซึ่งมันเล็กน้อยมากนะครับ จริง ๆ ต้องมากกว่านี้ แต่ก็ไม่อยากให้คนแย่งกัน ใครอยากฉีดอะไรก็ไปเลือก ต้องฉีดวัคซีนตามแพทย์สั่ง อย่าไปฉีดวัคซีนตามสั่งแพทย์ ถ้าอยากจะสั่งแพทย์ เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ยังมีอีกยี่ห้อหนึ่งชื่อโมเดอร์นา (Moderna) อันนั้นก็ไปสั่งจองเอาเอง ไฟเซอร์ (Pfizer) ก็เป็นเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) วัคซีนซึ่งมี ประสิทธิภาพสูงสำหรับเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียนะครับ เรื่องของวัคซีนอย่าให้ ประชาชนต้องเสียเงินนะครับ ถ้าเป็นวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ไฟเซอร์ (Pfizer) อย่างนี้ ก็ให้เป็นวัคซีนหลัก อย่าให้เป็นวัคซีนทางเลือก ส่วนโมเดอร์นา (Moderna) ก็เป็นวัคซีน ทางเลือกได้ ๓.๒ ว่าไปแล้วนะครับ
๓.๓ เรื่องวัคซีนประเด็นที่ ๓ คือรัฐบาลต้องทบทวนการทำแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) นะครับ ขณะที่ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง ๗ กลุ่มเสี่ยงยังได้วัคซีนไม่ครบเลย รัฐบาล เอาไปทุ่มให้คนหนุ่มสาวในเมืองท่องเที่ยว แล้วก็หลายจังหวัดก็บ่นมาว่าทำไมไม่ได้ แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) กับเขา เช่นที่จังหวัดระยองและจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นเศรษฐกิจ ขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ได้แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ก็ไปได้ที่จังหวัดเพชรบุรีบ้าง ที่จังหวัด บุรีรัมย์บ้าง เป็นต้น เพราะฉะนั้นช่วงนี้ให้ชะลอแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ไปก่อน นำวัคซีน มาแจกจ่าย ฉีดให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง ๗ โรค ให้ครบถ้วนเสียก่อนเพื่อลดอัตรา การนอนเตียงนะครับ
ประเด็นที่ ๔ รองสุดท้ายนะครับ การล็อกดาวน์ (Lockdown) รัฐบาล อย่าผลีผลามล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งประเทศและทั้งจังหวัดเหมือนเดิมอีกแล้วนะครับ ทำให้คนไม่ต้องเป็นอันทำกิน แล้วมันไม่ได้ใช้วิจารณญาณเท่าที่ควร ให้ล็อกดาวน์ (Lockdown) เป็นชุมชน อย่างเช่นที่จังหวัดระยองบ้านผม ตำบลเนินฆ้อ มีโรงเห็ดติดเชื้อ โควิด (COVID) ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดล็อกเฉพาะโรงเห็ดแล้วทำเป็นโรงพยาบาลสนาม ขนาดประมาณ ๖๐ เตียง แล้วก็ไม่มีแพร่ระบาดอีก จบนะครับ แพร่ระบาดเพียงเล็กน้อย และชุมชนข้างนอกก็ทำกินได้ เขานำอาหารไปส่งเพียงพอเลยครับ อันนี้ก็คือล็อกดาวน์ (Lockdown) เป็นชุมชน รัฐบาลกลางไม่รู้หรอกครับชุมชนไหน ท้องถิ่นและ รพ.สต. โรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ สาธารณสุขจังหวัดเขารู้ดีนะครับ ท่านมอบอำนาจให้เขา เพราะฉะนั้นการล็อกดาวน์ (Lockdown) ต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) เป็นชุมชน อย่าล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งประเทศ จะกระทบการดำเนินชีวิตเกินจำเป็น รัฐบาลก็ไม่มี เงินพอที่จะเยียวยามหาศาลขนาดนั้น
ประเด็นสุดท้ายครับ การเยียวยาขอให้ยกให้ท้องถิ่นบางส่วน เพราะเขา รู้ปัญหาผู้เดือดร้อนจริง ๆ และต้องเยียวยาเป็นเงินสด อย่าเยียวยาด้วยแอปพลิเคชัน (Application) เพราะว่าคนยากจนก็ไม่สามารถเข้าถึง เยียวยาด้วยปัจจัย ๔ ที่สำคัญนะครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็บอกให้พักชำระเงินต้น พักชำระดอกเบี้ย ๑ ปี ๒ ปี พักไปเลยครับ ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน มีปัจจัย ๔ พอยังชีพได้ เชื่อมั่นเหลือเกินว่าชาวบ้าน พี่น้อง ประชาชนจะทนได้ครับ ในโอกาสนี้ก็ขอเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ โปรดเห็นชอบกับเรื่องข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายทั้ง ๖ ญัตติ เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาลดำเนินการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหาโควิด (COVID) ซึ่งขณะนี้กำลัง เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณจะได้ลดน้อยถอยลงในเวลาอันสั้นนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ของพี่น้องประชาชนในเร็ววัน กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน