จาตุรงค์ ชี้แนวทางบริหารวัคซีน-เร่งควบคุมโควิดระลอกใหม่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือมาตรการเร่งด่วนรับมือการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 โดยเสนอให้รัฐบาลยอมรับข้อผิดพลาด เร่งสร้างความเชื่อมั่น นำเข้าวัคซีนคุณภาพสูงและเร่งฉีดให้ประชาชนรวมถึงผู้มีถิ่นที่ไม่ชัดเจนให้ได้ 100 ล้านโดสภายในสิ้นปี พร้อมผลักดันการบริหารจัดการวัคซีนอย่างหลากหลาย สนับสนุนการฉีดเข็มสามให้บุคลากรด่านหน้า มีการตรวจหาเชื้อเชิงรุก จัดตั้งโรงพยาบาลสนามและระบบดูแลผู้ติดเชื้อในชุมชน รวมถึงเรียกร้องให้การล็อกดาวน์เป็นธรรม การเยียวยาโปร่งใส การใช้ข้อมูลมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจ ตลอดจนผลักดันนโยบายภาษีและสวัสดิการที่เสมอภาค การเพิ่มสวัสดิการให้บุคลากรสาธารณสุข และให้สาธารณสุขมีบทบาทนำในการบริหารวิกฤตโดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณ เพื่อนสมาชิกทั้งหมด ๕๗ ท่าน และผู้ร่วมเสนอญัตติทั้งหมด ๖ ท่าน รวมทั้งตัวกระผม ในการให้สภาพิจารณาหามาตรการป้องกัน แก้ไข เยียวยาการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกที่ ๓ ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ผมใคร่ขอสรุปว่าเรามีประเด็นมาตรการ ที่จำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะแบ่งเป็นกลุ่มของมาตรการป้องกัน แก้ไขรักษา มาตรการ ด้านนโยบายและเยียวยา

ข้อที่ ๑ อยากให้รัฐบาลยอมรับข้อผิดพลาดและเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วน บอกกับประชาชน ความจริง และสร้างเสริมความเชื่อมั่น ให้ประชาชนเชื่อมั่น

ข้อที่ ๒ ต้องเร่งนำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพสูง สามารถที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ และต้องเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนภายในประเทศให้ได้ ๑๐๐ ล้านโดส (Dose) ในสิ้นปีนี้ ซึ่งรัฐบาลจะต้องฉีดได้วันละ ๔๙๐,๐๐๐ คน เพื่อจะได้ภูมิคุ้มกันหมู่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๕๐ ล้านคน รวมทั้งประชากรแฝงที่มาจากต่างประเทศ ทั้งนักท่องเที่ยว และกลุ่มที่เป็นนักแรงงานต่างด้าว

ข้อที่ ๓ นำเข้าวัคซีนให้หลากหลายที่มีคุณภาพ และเร่งนำเข้าวัคซีนชนิด เชื้อเป็น เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) และพิจารณาฉีดเข็มที่ ๓ ให้กับบุคลากรด่านหน้า เช่น แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขที่ต้องสัมผัส โดยต้องให้ความชัดเจนในเรื่องของกำหนด ระยะเวลา และมีงานวิจัยรองรับ งานวิจัยก็คือเรื่องของอิมมูนิตี (Immunity) ที่เกิดขึ้นว่า จะมีอิมมูนิตี (Immunity) มากขึ้นหรือลดลงในช่วงเวลาไหน รวมทั้งมาตรฐานการป้องกัน การติดเชื้อ สร้างการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนประเภทต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะ วัคซีนที่มีกลุ่มทั้งชนิดเชื้อเป็น เชื้อตาย แล้วก็ไวรัล (Viral) ซึ่งจะมีการฉีดสลับถ้าในกลุ่มที่แพ้ หรือกลุ่มที่เข็ม ๓ นั้นจำเป็นต้องฉีด ฉีดเมื่อไร เข็ม ๑ เข็ม ๒ ต้องมีระยะชัดเจนอย่างไร ต้องให้ประชาชนรับทราบพร้อมกันเป็นมาตรฐาน ให้ความมั่นใจกับประชาชนเกี่ยวกับ การบริหารจัดการวัคซีน เช่น ระยะเวลาที่จะนำเข้า ซึ่งว่าจะนำเข้าถึงสิ้นปีนี้ ๑๐๐ ล้านโดส และปีหน้าอีก ๕๐ ล้านโดส ให้มั่นใจ ข้อ ๔ ป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อเข้าจากต่างประเทศใน ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน รวมทั้งระดมตรวจหาเชื้อเชิงรุก เร่งด่วนที่เรียกว่าแรพิด เทสต์ ฟอร์ แอนติเจน สวอบ (Rapid Test for Antigen Swab) ซึ่งจะใช้ตรวจที่โพรงจมูก เป็นเวลาประมาณ ๕ นาทีซึ่งรวดเร็ว ซึ่งอาจจะมีฟอลต์โพซิทีฟ (Fault Positive) บ้าง แต่จะ เป็นประโยชน์ในการดูแล รวมทั้งโดยเฉพาะกลุ่มแคมป์ (Camp) คนงานและชุมชนแออัดซึ่ง ได้ระดมฉีดและแยกเชื้อ ถ้าพบก็มีการแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนปกติ การจัดตั้งโรงพยาบาล สนามให้มีการพักรักษาแบบคอมมูนิตีไอโซเลชัน (Community Isolation) ซึ่งอาจจะเป็น โฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชน ผู้ที่ตรวจไม่พบเชื้อให้สามารถ ทำงานได้แต่ต้องมีภายใต้มาตรการควบคุมทางสาธารณสุข

ข้อ ๔ มีมาตรการป้องกันขั้นสูงสุดมีนโยบายที่ทุกจังหวัดอ้าแขนรับผู้ป่วย กับรักษาตัวโดยสมัครใจ พูดง่าย ๆ ว่าโดยความสมัครใจ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุม การส่งต่อที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อ ผู้รับและผู้เดินทางจะได้ปลอดภัยและเชื้อจะได้ไม่ กระจายไปจุดต่าง ๆ และมีแผนมาตรการจากจังหวัด ซึ่งขณะนี้จากจังหวัดศรีสะเกษและ จังหวัดหลายจังหวัดมีมาตรการนี้ ต้องขอชื่นชมท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดำเนินการตรงนี้ รวมทั้งผู้ซึ่งบริจาคโรงพยาบาลสนาม

ข้อ ๕ ขอความร่วมมือภาคเอกชนในพื้นที่เพื่อตั้งโรงพยาบาลสนาม สร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่โรงพยาบาลสนามให้มากขึ้น โดยเฉพาะหลาย ๆ จังหวัด รวมทั้งผู้ที่จะสมัครใจในเรื่องของการให้พื้นที่ในการทำคอมมูนิตี (Community) ๑๐ คน ๒๐ คน หรือโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation)

ข้อ ๖ การล็อกดาวน์ (Lockdown) พื้นที่ ถ้าจะล็อกดาวน์ (Lockdown) ในพื้นที่จุดเสี่ยง จุดที่มีความต้องการสีแดงสุดนี้จะต้องมีมาตรการชัดเจนเยียวยา ต้องบอกกล่าวให้ประชาชนทราบและวิธีการในการดำเนินการชีวิตและต้องเยียวยาให้ครบ ในทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึงและเป็นธรรม

ข้อ ๗ ใช้และเบิกงบประมาณในการเยียวยาประชาชนให้เป็นไปด้วยความ โปร่งใสสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ข้อ ๘ ทบทวนนโยบายด้านการจัดเก็บภาษี จากในอดีตที่บังคับเก็บภาษี ตามกฎหมายอย่างเข้มงวดกับประชาชนทุกระดับ แต่กลับเยียวยาประชาชนด้วยนโยบาย แบบสวัสดิการแบบชิงโชค หมายถึงให้แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ถ้าประชาชนที่โชคดี และเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศจะได้รับ แต่ในขณะที่ประชาชนระดับที่ไม่มีความรู้ ความสามารถจะเข้าถึงไม่ได้ โอกาสได้น้อยกว่า ดังนั้นจะต้องจัดการแบบที่เรียกว่า รัฐสวัสดิการให้เกิดขึ้น อย่าให้เป็นแบบว่าจ่ายภาษีแบบบังคับ รับสวัสดิการแบบชิงโชค ซึ่งเป็นการบริหารราชการแผ่นดินคงจะต้องให้ใช้หลักนิติธรรม นิติรัฐ คือมีความทั่วถึง เสมอภาค เท่าเทียม และเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในสิทธิพื้นฐาน

ข้อ ๙ เพิ่มสวัสดิการให้กำลังใจแบบบุคลากรด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะเบี้ย เสี่ยงภัย ขณะนี้ยังไม่ได้หลายเดือนในทุกจังหวัด ทั้งแพทย์พยาบาลให้ขวัญและกำลังใจและ ขอชื่นชมเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรสาธารณสุข มีมาตรการเยียวยาภาคธุรกิจ ภาคธุรกิจ บันเทิง คนกลุ่มอื่น รวมทั้งกลุ่มที่เป็นอาชีพอิสระ ลดดอกเบี้ย พักชำระหนี้ให้กัน สินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ

ข้อ ๑๐ การบริหารต้องฟังและให้ความสำคัญกับทางด้านสาธารณสุขให้มาก เพราะจะเป็นผู้ซึ่งนำประสบการณ์ในการดูแล ศบค. จะต้องให้แนวโน้มในการฟังและให้ทาง สาธารณสุขเป็นผู้นำ อย่าให้ผิดฝาผิดตัว

ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณทุกภาคส่วน แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการดำเนินการเสนอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๕๐๐ ท่าน ขอกราบขอบพระคุณครับ