วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรง โดยมีผู้ป่วยกว่า 70,000 คน และเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนวิธีคิดในการรับมือกับสถานการณ์นี้ นอกจากนี้ยังพูดถึงเรื่องวัคซีน โดยมีการขาดการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เกือบ 1 ล้านโดส และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรการเดิมในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด (COVID) ในวันนี้ผมคิดว่ามีสมาชิก หลายท่านได้พูดถึงความรุนแรงของมันแล้ว ณ วันนี้มีผู้ป่วยที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เกือบ ๗๐,๐๐๐ คนแล้ว สถานการณ์มันรุนแรงอย่างไร ท่านประธานครับ ๑. ก็คือว่าเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายนนี้ ซึ่งในวันนั้นถ้าจำไม่ผิดจำนวนผู้ที่ หายป่วยกลับบ้านยังคงมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่อยู่ แต่ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เป็นต้นมา จำนวน ผู้ติดเชื้อมากกว่าจำนวนผู้ที่หายป่วยกลับบ้านวันละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คนมาโดยตลอด ผมเรียนให้ท่านประธานทราบถึงสถานการณ์ที่รุนแรงอย่างนี้ก็แล้วกันว่า ในวันที่ ๑๙ มีจำนวนผู้ป่วยที่ได้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่แค่ ๓๑,๔๘๒ คน ณ วันนี้ ๖๙,๖๑๙ คน เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เพียงแค่ ๑๙ วันเพิ่มขึ้น ในแต่ละวันจะมีจำนวนผู้ที่ติดเชื้อใหม่ มากกว่าผู้ที่หายป่วยกลับบ้าน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ราย แล้วก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น วันนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ๗,๐๐๐ รายแล้ว ศบค. ก็ยอมรับว่าอาจจะถึง ๑๐,๐๐๐ ราย คำถามครับ แล้ว ๑๐,๐๐๐ รายที่เข้ามาครับท่านประธาน ไม่ใช่เข้ามาด้วย ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการนะครับ แต่ละคนกว่าจะรอผลตรวจ กว่าผลตรวจจะออก กว่าจะถึง มือหมอมีอาการหนักทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกใจครับท่านประธานที่เราจะพบว่าจำนวนผู้ป่วย ที่มีอาการหนักเพิ่มขึ้นอย่างชันมาก จำนวนผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก บุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล ต้องรับภาระหนักมาก อัตราการเสียชีวิตก็เพิ่มขึ้น สูงมากเป็นเงาตามตัว รัฐบาลจะใช้มาตรการเดิม วิธีคิดแบบเดิมในการรับมือกับสถานการณ์ การแพร่ระบาดแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ครับท่านประธาน อันดับแรก ผมขอแนะนำไปที่รัฐบาลแม้ว่าเขาจะไม่ฟังก็ตาม แต่อยากให้สภาแห่งนี้บันทึกเอาไว้ว่าวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) นั้น ในเดือนมิถุนายนตามแผนการส่งมอบต้องส่งมอบ ทั้งสิ้น ๖,๓๓๓,๐๐๐ โดส แต่ปรากฏว่าจากการนับส่งมอบมาเพียง ๕,๓๗๐,๐๐๐ โดส จาก ๖ ล้านกว่าโดส ส่งได้ ๕ ล้านกว่าโดส ขาดส่งไป ๙๖๑,๙๐๐ โดส เกือบ ๑ ล้านโดส ที่ขาดการส่งมอบ หมายถึงการปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชนเกือบ ๑ ล้านคน ๑ ล้านโดส นี่แป๊บเดียวนะครับ ศักยภาพของคุณหมอเราฉีดได้วันหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ โดส ต่อวันอยู่แล้ว บางวันฉีดได้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ โดส ด้วยซ้ำไป อย่างนั้น ๑ ล้านโดส ฉีด ๓-๔ วัน ก็ปกป้องชีวิตประชาชนคนไทยได้ถึงเกือบ ๑ ล้านคนแล้ว แต่รัฐบาลกลับให้ข่าวว่าอะไรครับ ท่านประธาน บอกว่าแอสตร้าเซนเนก้าไทยแลนด์ (AstraZeneca Thailand) จะกันกำลัง การผลิตให้กับประเทศไทย รัฐบาลไทยแค่ ๑ ใน ๓ จาก ๑๘๐ ล้านโดส ต่อปี ผมมา คำนวณ ท่านประธาน ๑๘๐ ล้านโดส ต่อปีพอหาร ๑๒ คือ ๑๕ ล้านโดส ต่อเดือน ๑ ใน ๓ พอคูณ เข้าไปก็แค่จัดส่งแค่ ๕ ล้านโดสต่อเดือน แล้วที่รัฐบาลบอกกับประชาชนว่า แอสตร้าเซนเนก้าไทยแลนด์ (AstraZeneca Thailand) จะส่งวัคซีนให้กับประชาชนคนไทย เดือนละ ๑๐ ล้านโดส วันนี้ทำไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ แล้วเงื่อนไขครับท่านประธาน ตามหนังสือ ของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ที่ทำถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาล มีความจำเป็นในการอุดหนุนเงิน ๖๐๐ ล้านบาทให้กับบริษัทที่ชื่อว่า สยามไบโอไซเอนซ์ โดยมีเงื่อนไขว่าแอสตร้าเซนเนก้าไทยแลนด์ (AstraZeneca Thailand) จะส่งมอบวัคซีน ที่ผลิตโดยผู้ผลิตในประเทศไทยให้ตามความต้องการก่อน ที่เหลือจึงจะส่งออกไปยังภูมิภาค แสดงว่าอะไรครับ นี่คือการหลอกเอาเงินภาษีของประชาชนไปอุดหนุนเอกชนโดยที่ไม่ทำ ตามสัญญา เรื่องนี้สำคัญมากครับ รัฐบาลจะต้องกล้าหาญที่จะใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง ด้านวัคซีนเพื่อบังคับเอาวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าไทยแลนด์ (AstraZeneca Thailand) ตามแผนการส่งมอบให้ได้เพื่อปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย ท่านประธานที่เคารพ มีความสงสัยอย่างมากมายเกี่ยวกับเรื่องวัคซีน อย่างการอนุมัติวัคซีน การจัดซื้อวัคซีน ไฟเซอร์ (Pfizer) ๒๐ ล้านโดส ครับท่านประธาน ไม่มีการเปิดเผยวงเงินงบประมาณ ก็มีประชาชน สงสัยว่าราคาต่อโดส (Dose) อาจจะแพงกว่าวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) หรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) วันนี้ไม่พูดไม่ได้ ไม่พูดไม่ได้ คืออะไรครับ วัคซีนซิโนแวค (Sinovac) วันนี้มีการตีพิมพ์งานวิจัย วันที่ ๗ กรกฎาคม ตีพิมพ์ ที่นิว อิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซิน (New England Journal of Medicine) แล้ว ถึงประสิทธิผลของมันที่ประเทศชิลี ถ้าอ่านเฉพาะบทสรุปจะรู้สึกว่ามันมีประสิทธิภาพดี แต่ผมเรียนท่านประธานว่าต้องเอาส่วนเพิ่มเติมหรือซัปพลิเมนทารี (Supplementary) มาอ่านประกอบด้วยจะมีงานวิจัยที่วิจัยประสิทธิผลในการป้องกันของไฟเซอร์ (Pfizer) ควบคู่โดยใช้วิธีการวิจัยเดียวกันกับมัน ปรากฏว่าผลงานวิจัยประสิทธิผลของมันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อ ป้องกัน การเข้าโรงพยาบาล ป้องกันการเข้าไอซียู (ICU) หรือการป้องกันการเสียชีวิต ไฟเซอร์ (Pfizer) ดีกว่าซิโนแวค (Sinovac) ทุกประตู ดังนั้นจึงสอดคล้องกับข้อเสนอแนะ ไม่ว่า จะเป็นจากทั้งสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ที่ได้แนะนำ รัฐบาล ก็หวังว่ารัฐบาลจะรับฟังและเร่งจัดหาวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) มาให้พี่น้อง ประชาชนคนไทยได้ฉีดอย่างไม่มีค่าใช้จ่าย เรื่องนี้สำคัญมากครับ ถ้ารัฐบาลยังคงจะดื้อดึง จัดซื้อวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) โดยอ้างผลการวิจัยล่าสุด ผมยืนยันกับท่านประธานว่า ช่วงเวลาที่ทำการวิจัยไม่ได้เกิดในช่วงที่สายพันธุ์เดลตา (Delta) ระบาด ณ วันนี้ก็ยังไม่มี งานวิจัยที่ทำอย่างเป็นระบบ ตีพิมพ์อย่างเป็นทางการที่บ่งชี้ถึงประสิทธิผลของซิโนแวค (Sinovac) กับเชื้อสายพันธุ์เดลตา (Delta) ดังนั้นผมยืนยันว่ารัฐบาลต้องดำเนินการจัดซื้อ วัคซีนที่มีคุณภาพ มีประสิทธิผลในการป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนคนไทยติด กันตาย แต่ไม่กันติด ไม่ได้ครับ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในวันนี้คือติดแต่ไม่ตาย แต่ยังคงปะปนกับคนในสังคม และแพร่เชื้อไปเรื่อย ๆ
สุดท้ายจริง ๆ ครับ มาตรการใด ๆ ของรัฐบาลก็ตามหากไม่เร่งตรวจเชิงรุก ไม่ยอมให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงการตรวจอย่างกว้างขวาง ปล่อยให้ประชาชนนอนตาม ริมฟุตพาท (Footpath) ตามริมกำแพงวัดเพื่อรอตรวจวันละหลักร้อย แบบนี้สกัดกั้น การระบาดไม่ได้ ทำโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) และทำเทเลเมด (TeleMed) เอายา ไปให้กับพวกเขาที่บ้านสำหรับผู้ที่มีอาการเบา ๆ หรือยังไม่มีอาการน่าจะเป็นทางออก หยุดซื้อซิโนแวค (Sinovac) จัดซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพในการปกป้องพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน