กิตติศักดิ์ วิจารณ์การจัดการวัคซีนล่าช้า ขอโปร่งใส-เร่งฉีดบุคลากรแพทย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔

กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือสถานการณ์โควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น วิพากษ์การบริหารจัดการของรัฐ โดยเฉพาะด้านวัคซีนและการเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุข พร้อมเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของกลุ่มหมอไม่ทน เรียกร้องให้เร่งฉีดวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอเข็มที่สามให้บุคลากรทางการแพทย์ และผลักดันให้มีการจัดสรรวัคซีนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพเท่าเทียม พร้อมเน้นความเร่งด่วนในการรับมือสายพันธุ์เดลตาและสายพันธุ์ใหม่

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้ผมขออภิปรายเกี่ยวกับญัตติการพิจารณาระดม ความคิดเพื่อเสนอรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ เป็นที่ยอมรับนะครับว่าในปัจจุบันสถานการณ์โควิด (COVID) มีสถานการณ์ที่แย่ลง วันนี้ มีการติดเชื้อ ๗,๐๕๘ คน แล้วก็มีผู้เสียชีวิต ๗๕ ราย รวมผู้เสียชีวิต ๒,๔๖๒ ราย มีคนถามว่า เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีอันดับ ๖ ของโลก ในรอบแรกเราก็ผิดพลาดหลายสิ่งหลายอย่าง มันเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ หน้ากาก การบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) แต่ตอนนั้นด้วยความที่เรา มีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งเราก็ผ่านกันมาได้ แล้วเราก็ตั้งความหวังไว้ว่าวัคซีนคือหัวใจ ในการที่จะพลิกฟื้นในการที่จะทำให้เรากลับมาสู่ชีวิตที่ปกติ แต่เป็นที่น่าเสียใจนะครับ การบริหารจัดการของรัฐบาลใน ๑ ปีที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าทุกคนหมดหวัง ทุกคนเสียใจ ทุกคนรู้สึกท้อแท้ เพราะถ้ารัฐบาลบริหารได้ดีกว่านี้คนจะตายน้อยกว่านี้ คนจะป่วยน้อย กว่านี้ เศรษฐกิจจะไม่เสียหายมากเท่านี้ คนจะไม่ฆ่าตัวตายเท่านี้ แล้วหมอ พยาบาล จะไม่ทำงานหนักเท่านี้ เราจะมีวัคซีนได้เร็วกว่านี้ เราจะมีวัคซีนหลากหลายกว่านี้ เราจะมี วัคซีนเร็วกว่านี้ เราจะมีวัคซีนที่มีคุณภาพกว่านี้ แล้วเราก็จะมีวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) วัคซีนที่สามารถจะต้านกับโรคโดยเฉพาะสายพันธ์เดลตา (Delta) ได้ดีกว่านี้ นี่คือสิ่งที่ เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อวานนี้ครับท่านประธาน มีกลุ่มภาคีสาธารณสุข แล้วก็กลุ่มหมอไม่ทน มาเรียกร้องอยู่ ๒ ข้อ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ

ข้อแรก คือให้วัคซีนบุคลากรทางการแพทย์เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) วัคซีน เป็นเข็มที่ ๓ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทำไมครับ เพราะบุคลากรทางการแพทย์คือผู้ที่ เหมือนนักรบ ต้องไปสู้รบในสนามรบ ตอนนี้เสื้อเกราะไม่แข็งแรงนะครับ ฉีดซิโนแวค (Sinovac) ไป ๒ เข็มแต่ก็ยังติดเชื้อ แล้วคนติดเชื้อ ๑ คนมันไม่หมายถึงเขาติดเชื้อคนเดียว มันหมายถึงทั้งวอร์ด (Ward) ทั้งตึกผู้ป่วย แล้วโรงพยาบาลในส่วนที่เขาเกี่ยวข้องจะต้อง ปิดไปด้วย แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานกับเขาก็ติดไปด้วย แล้วช่วงนี้ บุคลากรทางการแพทย์เราก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว เตียงก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว เพราะฉะนั้น สิ่งนี้คือสิ่งสำคัญที่จะต้องให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการแพทย์เป็นอันดับ ๑ เพื่อจะ เอาเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) วัคซีน หรือที่มีในโลกนี้ก็มีโมเดอร์นา (Moderna) กับไฟเซอร์ (Pfizer) เข้ามาให้กับบุคลากรทางการแพทย์ นี่คือข้อเสนอข้อแรกของกลุ่มหมอไม่ทน

ข้อ ๒ คือ ๑. เปิดเผยข้อมูลสัญญาการสั่งซื้อวัคซีน แล้วก็ ๒. ข้อมูล การกระจายวัคซีน มีการใช้อภิสิทธิ์หรือไม่ ซึ่ง ๒ ข้อนี้ผมว่ามีความสำคัญในรัฐบาลที่มี ธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ให้ได้ช่วยกันคิดช่วยกันทำ

ส่วนผมจะอภิปรายในวันนี้มี ๒ ประเด็นนะครับ ๑. คือการจัดการวัคซีน ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจว่าการบริหารวัคซีนเรามีความผิดพลาด จริง ๆ แล้วเราอภิปรายในสภา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนเมษายนปีที่แล้ว เราก็หวังกับการบริหารวัคซีนที่รวดเร็ว ครอบคลุม แล้วก็เป็นความหวังที่จะมาฟื้นฟูประเทศไทยของเรา แต่การจัดซื้อวัคซีนช้าแล้ว ก็ยังช้าอีก แล้วโรงพยาบาลเอกชนเขาก็ขอซื้อตั้งแต่ปีที่แล้วก็ไม่ยอมให้เขาซื้อ แต่เมื่อเดือน เมษายนท่านนายกรัฐมนตรีโดนตำหนิเยอะ ๆ ก็อนุญาตให้เอกชนได้สั่งซื้อผ่านทาง อย. เราก็ดีใจ แต่อาทิตย์ที่แล้วผ่านไปเดือนกว่า ๆ ขออนุญาตเอ่ยนาม นายแพทย์บุญก็บอกว่า ถามบริษัท ไฟเซอร์ ยังไม่มีการติดต่อจากรัฐบาลไทยเลย ที่ทางรัฐบาลอนุมัติไป เดือนกว่า ๆ อย. ก็บอกส่งอัยการสูงสุดแล้ว อัยการสูงสุดก็บอกว่ายังไม่ได้รับ ตอนบ่าย อัยการสูงสุดบอกว่าเพิ่งส่งมา แล้วก็อัยการสูงสุดก็สามารถจะอนุมัติภายในวัน ๒ วัน ซึ่งนี่ ล่ะครับคือความล่าช้า นี่คือความผิดที่ทำให้ความไว้วางใจ ความเชื่อถือของรัฐบาลตกต่ำลง เรื่อย ๆ ๑ ปีที่ผ่านมาอำนาจเบ็ดเสร็จมี พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ท่านทำเหมือนกับงานที่ประจำ วางบนโต๊ะหนึ่งไปโต๊ะหนึ่ง ไม่มีการ ติดตาม บริหารแบบไม่บริหาร แพทย์หลายคนไม่ทน ประชาชนหลายคนไม่ทน เขาก็ออกมา ตำหนิรัฐบาล ซึ่งก็ต้องเห็นใจว่าเขาทนไม่ไหวจริง ๆ แล้วบางคนก็บอกว่าต้องขออภัยที่บางที อาจจะใช้คำไม่สุภาพนะครับ

ข้อที่ ๒ วัคซีนทุกวัคซีนต้องเป็นวัคซีนหลัก วัคซีนทุกวัคซีนที่มีคุณภาพ ต้องเป็นวัคซีนหลัก ตอนนี้เราให้เฉพาะซิโนแวค (Sinovac) แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ไฟเซอร์ (Pfizer) แต่ผมคิดว่าในโลกนี้วัคซีนที่มีคุณภาพต้องเป็นวัคซีนหลัก ท่านต้องประสานทุกวิถีทางเพื่อให้เร็วที่สุด ให้มากที่สุด โดยเฉพาะตอนนี้เอ็มอาร์เอ็นเอ วัคซีน (mRNA Vaccine) ซึ่งสามารถจะป้องกันสายพันธุ์เดลตา (Delta) และสายพันธุ์ใหม่ ๆ ในอนาคต ท่านต้องรีบเอามา แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ท่านจะต้องให้ประชาชนได้รับวัคซีน เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ทุกคนถึง ๗๐ ล้านคน อย่าให้ประชาชนทั่วไปเป็นประชาชนชั้น ๒ ที่ได้ฉีดวัคซีนเฉพาะซิโนแวค (Sinovac) แต่คนรวย คนมีเงินไปโรงพยาบาลเอกชน ไปจองแล้วก็ได้ฉีดวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่มีคุณภาพมากกว่า ความจริงมีอีกหลายเรื่อง ต้องขออนุญาตสรุปว่าท่านต้องแก้ไขด้วยความรวดเร็ว แล้วก็ถูกต้อง ช้าแล้วอย่าช้าอีก ผิดซ้ำซากแล้วขอให้ท่านปรับตัวในการที่จะแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ขอบคุณมากครับ