อาคม แจงแผนช่วยเอสเอ็มอี-ผลักดันสินเชื่อ-ฟื้นเศรษฐกิจคู่วัคซีน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ชี้แจงและขอบคุณข้อเสนอแนะเกี่ยวกับพระราชกำหนดปรับปรุงการเข้าถึงเงินทุนและการพักหนี้พักทรัพย์ ย้ำจะนำข้อคิดเห็นไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมหารือมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเสนอการกำหนดเป้าหมายสินเชื่อชัดเจน ผลักดันที่ปรึกษาทางธุรกิจ การใช้สถาบันการเงินของรัฐร่วมแบ่งภาระ และการพิจารณาจัดตั้งกองทุนเฉพาะกิจ รวมถึงเน้นย้ำแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่กับการบริหารจัดการวัคซีนและการเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แล้วก็ความเป็นห่วงในเรื่องของการนำพระราชกำหนดฉบับนี้ ซึ่งถือว่าเป็น พระราชกำหนดที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขจากพระราชกำหนดในปีที่แล้ว ซึ่งหลัก ๆ ก็คือ ในเรื่องของการเพิ่มในเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมทั้งการปลดล็อกในเรื่อง เงื่อนไขต่าง ๆ

ในส่วนที่ ๒ ก็ได้เพิ่มในเรื่องของมาตรการพักทรัพย์พักหนี้นั้นเข้ามาไว้ใน พระราชกำหนดฉบับนี้ ก็ขอขอบคุณในเรื่องของความคิดเห็นที่ได้ให้ในวันนี้ ซึ่งทาง กระทรวงการคลังแล้วก็ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะได้รับข้อคิดเห็นตรงนี้ที่เป็น ประโยชน์ แล้วก็นำไปพิจารณาในการดำเนินการ ซึ่งผมคิดว่าในส่วนที่เท่าที่ได้รับฟังมา ผมอาจจะไม่ได้พูดในรายละเอียด เพียงแต่ว่าหลัก ๆ มีประมาณสัก ๔ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของท่านสมาชิกก็ได้ให้ข้อเสนอแนะในเรื่องของ การช่วยเหลือในเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ในครั้งนี้ ในเรื่องของการกำหนดเป้าหมาย เป้าหมายสินเชื่อในภาคธุรกิจให้มันชัดเจนว่าเราจะโฟกัส (Focus) ไปที่ตรงไหน ธุรกิจไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง นั่นเป็นอันดับแรกที่ได้รับ ผลกระทบมากที่สุด แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจภาคการท่องเที่ยว ซึ่งรวมไปถึงในรายเล็กรายน้อย รวมทั้งในเรื่องของการกำหนดเป้าหมายนั้นก็เพื่อที่จะให้ สถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในโครงการนี้สามารถที่จะเชื่อมโยงจากนโยบาย ตรงนี้ลงไปปฏิบัติให้มันตรงจุดให้ได้ ที่สำคัญก็คือในเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญ ๒ ประเด็น คือเป้าหมายกับในเรื่องของลำดับความสำคัญ อย่างไรก็ตามนั้นก็ได้มีข้อคิดเห็น ว่าในการเข้าไปช่วยเหลือให้เขาต่อท่อหายใจให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดย่อมนั้น อาจจะยังไม่พอ ท่านสมาชิกก็ได้เสนอว่ามันต้องมีมาตรการเสริม ผมอาจจะใช้คำ อาจจะไม่ค่อยตรงเท่าไร แต่ว่าคล้าย ๆ ที่ปรึกษา ที่ปรึกษาของเอสเอ็มอี (SMEs) ในการ ที่จะมองอนาคตของธุรกิจของเขา อาจจะเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นบิสซิเนส แอดไวเซอร์ (Business Advisers) ก็ได้ ซึ่งมันต้องมีการต่อเนื่องตรงนี้ อันนี้ก็จะช่วยทำให้เขามีความเข้มแข็งมาก ยิ่งขึ้น

ประการที่ ๒ นั้น นอกเหนือจากสถาบันการเงินของเอกชน ท่านสมาชิก็ได้ แนะนำว่าเราก็น่าจะใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้เป็นประโยชน์ ซึ่งก็อยู่ในการกำกับ ดูแลของกระทรวงการคลัง รวมทั้งการให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามาร่วมแบกรับภาระตรงนี้ ก็เป็นประเด็นที่คิดว่าทางกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะรับไปพิจารณา ในเรื่องของรายละเอียดว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน

ส่วนประเด็นที่ ๓ นั้นก็คือนอกเหนือจากการให้กู้แล้ว การเข้าถึงแหล่ง สินเชื่อแล้ว ประเด็นคือการช่วยเหลือโดยตรง การช่วยเหลือโดยตรงไปที่เอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งในข้อเสนอแนะนั้นก็มีหลายเรื่อง เรื่องของกองทุนก็เป็นเรื่องหนึ่งที่อาจจะมีการตั้งกองทุน เป็นการเฉพาะ อันนี้ก็ขอรับไปในเรื่องของการที่จะไปพิจารณาในรายละเอียดเช่นเดียวกัน นะครับ อันนี้ก็จะช่วยทั้งทางตรงทางอ้อม

ส่วนประเด็นสุดท้ายนั้น คิดว่าในเรื่องของความสำเร็จ ในเรื่องของมาตรการ ฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจของเรานั้นจะดำเนินการโดยลำพังเฉพาะมาตรการช่วยเหลือเยียวยา หรือฟื้นฟูภาคธุรกิจของเราไม่ได้ ถ้าหากในอีกด้านหนึ่งนั้นในเรื่องของการบริหารจัดการ วัคซีนให้เร็วที่สุดก็จะเป็นเงื่อนไขอีกอันหนึ่งซึ่งต้องเดินไปคู่กัน การบริหารจัดการในเรื่องของ วัคซีนต้องคู่ไปกับในเรื่องมาตรการในการที่เราจะดูแลเศรษฐกิจให้สามารถที่จะไปต่อได้ ซึ่งอาจจะไม่ได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าขณะที่เรายังไม่สามารถที่จะเปิดประเทศไทย เปิดเมืองได้นั้น ก็คงจะต้องอาศัยในเรื่องของกำลังซื้อภายในประเทศของเรา แต่อย่างไร ก็ตามถ้าหากเราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ ก็จะทำให้เรามีความ มั่นใจมากขึ้นในเรื่องของการที่จะเปิดประเทศให้เต็มร้อย อันนี้ก็ต้องเป็นประเด็นที่จะต้อง เป็นมาตรการในเรื่องของการคู่ขนานไปกับในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเราก็โดยรวมก็ ประมาณนี้ แต่ผมอาจจะตกหล่นไป แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีจดประเด็นต่าง ๆ ในวันนี้ไว้ เรียบร้อย ก็ขออนุญาตขอขอบพระคุณทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ความเป็นห่วง ในเรื่องของการปฏิบัติ ทางกระทรวงการคลังกับทางธนาคาร แห่งประเทศไทยก็จะรับ ขอน้อมรับในเรื่องของข้อคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อที่จะทำให้เรา สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันได้ในการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของเรา เพราะว่าในหลาย ๆ ภาคส่วนก็ยังมีความกังวลว่าสถานการณ์โควิด (COVID) ของเรานั้น ไม่ใช่เฉพาะประเทศของ เรา แต่ว่าในทั่วโลกนั้นก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องอยู่กับในเรื่องของ โควิด (COVID) ไปอีกนาน เพียงแต่ว่าระดับความรุนแรงก็จะน้อยกว่าในปัจจุบันนี้ ก็ขอ อนุญาตขอบพระคุณทางท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ