วีระกร คำประกอบ แสดงความเห็นต่อพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด โดยเสนอให้ใช้ธนาคารของรัฐเพียงสามแห่งในการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เงินถึงมือผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐครับ ก่อนอื่นต้องขอชมท่านรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีช่วย รวมไปจนถึง คณะรัฐมนตรีด้วยความจริงใจนะครับว่ามาตรการการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ถือเป็น ความคิดที่ตั้งใจและมีความอยากที่จะช่วยพี่น้องที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้อย่างมาก แต่ก็ อาจจะมีข้อที่ผมอาจจะต้องเสนอแนะอยู่บ้างนะครับ ก็เริ่มเลยว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ทุก มาตราที่เขียนยังคงให้ทางรัฐบาล หรือยังคงให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถ ออกหลักเกณฑ์ ออกกำหนดต่าง ๆ ประกาศต่าง ๆ เพื่อที่จะได้ปรับเงื่อนไข ปรับดอกเบี้ย ปรับระยะการชำระเงินกู้ ทำได้หมด สรุปแล้วก็คือว่าแม้ว่าจะค่อนข้างคล้ายกับการทำ ซอฟต์โลน (Soft Loan) เมื่อปีที่แล้ว ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็จริง แต่ว่ารัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านนี้ รวมไปถึงท่านสุพัฒนพงษ์ รวมไปถึงคณะรัฐมนตรีทั้งหมด มองรอบคอบกว่านะครับ มองไปถึงว่าถ้ามันเป็นปีที่แล้ว เรามีบทเรียนแล้วเราแก้อย่างไร โดยการมีมาตรา ๑๑ ที่ให้มี เงื่อนไข สามารถที่จะกำหนดเงื่อนไขได้ ในเรื่องของหลักเกณฑ์ มาตรา ๙ ที่จะออก หลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้อง ท่านประธานที่เคารพครับ พอชมแล้วก็ต้องบอกว่าได้รับ ฟังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลที่เขาอาจจะอัดอั้น สะท้อนปัญหาของพี่น้อง ที่เดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึง ภาคตะวันออกทั้งหมด ภาคใต้ ท่านประธานอาจจะได้มีโอกาสไปในช่วงนี้ ผมเองได้ไปจังหวัด กระบี่ ๒ รอบ ถนนอ่าวนางซึ่งเคยคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติหัวแดงทั้งนั้น วันนี้ ไม่มีคนครับ เหมือนป่าช้าเลยครับ ร้านค้าปิดหมด โรงแรมต่าง ๆ ระดับห้าดาวคืนหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ บาท วันนี้ปิดหมดครับ มันน่าสงสารครับ เพราะฉะนั้นผมก็เข้าใจถึงหัวใจ ผู้แทนราษฎรที่มาสะท้อนปัญหา อาจจะแรงไปบ้าง ต้องขอให้ท่านรัฐมนตรีค่อย ๆ นิด นะครับ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการ อาจจะไม่ใช่ ส.ส. ก็อาจจะอึดอัดบ้างนะครับ แต่ ขอให้ท่านเข้าใจว่านี่คือการสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระสุนเรามีทั้งหมด ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับความเดือดร้อนและธุรกิจ ที่เราจะต้องฟื้นฟู แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะกลับมาดีอีกครั้งหนึ่งเมื่อไร เพราะฉะนั้นเราก็คงจะต้อง เอาข้อด้อยจากคราวที่แล้วมาแก้ไขให้จริงจังครับ กล่าวคือคราวที่แล้วที่เราปล่อยไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าใช้ไปได้เพียง ๒๘ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเพราะอะไรครับ เป็นเพราะเราใช้ธนาคารพาณิชย์ปล่อย ธนาคารพาณิชย์เขามีคิดอยู่ ๒ เรื่องครับ ความเสี่ยงต้องต่ำ ผลตอบแทนต้องสูง แล้วก็คิดวนอยู่อย่างนี้ ข้อ ๑ ก็คือความ เสี่ยงต้องต่ำ ผลกำไรต้องสูง ความเสี่ยงต้องต่ำ ผลกำไรต้องสูง แล้วผมถามว่าเขาจะกล้า ปล่อยให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มันกำลังโคม่า ไหมครับ ก็ไม่ปล่อยครับ เพราะฉะนั้น จะไปให้ธนาคารพาณิชย์ทำไม่ได้นะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เราจะให้ธนาคารพาณิชย์ ทำต้องเอาธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ๓ ธนาคารเท่านั้น ธนาคารออมสิน ธอส. แล้วก็ ธนาคารกรุงไทย ให้ปล่อยครับ ให้ ๓ ธนาคารแล้วท่านคุมนโยบายโดยใช้มาตรา ๙ ครับ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามมาตรา ๙ หลักเกณฑ์ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดตามมาตรา ๙ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขการปล่อยกู้ จะให้ถึงเอสเอ็มอี (SMEs) รากหญ้าหรือไม่ แม่ค้าลูกชิ้นจะมีโอกาสได้หรือไม่ อยู่ที่ท่านแล้ว ท่านกำหนดหลักเกณฑ์ออกมาได้ครับ มาตรา ๙ เปิดโอกาสให้ท่านกำหนดหลักเกณฑ์ ข้อ ๒ จะให้ธนาคารใดท่านก็ดูธนาคารของรัฐเท่านั้นเอง กำหนดเงื่อนไขเลยธนาคารพาณิชย์ ต้องเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐเท่านั้น ท่านก็ไม่ต้องปล่อยให้สถาบันการเงินอื่นหรอกครับ เพราะเชื่อผมเถอะ ให้สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ของรัฐ ที่ท่านคุมนโยบายไม่ได้ อย่างไรก็ไม่ปล่อย ครับ อย่างไรก็ปล่อยแต่สินเชื่อชั้นดี สินเชื่อชั้นดีความเสี่ยงต่ำ กำไรสูงแน่ ๆ อยู่แล้ว ได้แน่ ๆ เกือบ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ทอน ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์มันได้แน่ ๆ อยู่แล้ว มันเรื่องอะไร ละครับจะต้องไปปล่อยให้กับพวกโคม่า ปล่อยให้พวกโคม่าธนาคารก็เจ๊ง เพราะฉะนั้นเลิก ครับเอาแค่ธนาคารของรัฐ ๓ ธนาคาร กำหนดตั้งแต่เงื่อนไขการปล่อยกู้ อาจจะแค่ดูหน้าร้าน มีหน้าร้านไหม มีหน้าร้านปล่อยไปเลย ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการคืออะไรครับ ลมหายใจครับ ลมหายใจคือเงินสดทำอย่างไรเขาจะมีเงินสดไปต่อลมหายใจ มีแค่นั้นเองครับ เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ถ้าหากว่าท่านปล่อยอย่างนี้กำหนดเงื่อนไขการกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้ ก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ท่านสามารถกำหนดได้ กำหนดไปเลยครับ ๐ เปอร์เซ็นต์ จนกว่า จะหมดโควิด (COVID) หมดโควิด (COVID) แล้วค่อยมาว่ากัน ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ว่าหรอก แต่ว่าช่วงโควิด (COVID) ๐ เปอร์เซ็นต์ไปเลยครับ หรือจะ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ก็สุดแท้แต่ หรือจะ ๑ เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่ แต่อย่าให้มัน ๕ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ช่วงแรกก่อนหมดโควิด (COVID) เอามัน ๐ เปอร์เซ็นต์ไปเลยครับ การจ่ายดอกเบี้ยท่านบอกพักดอกเบี้ย ๖ เดือน ท่านสามารถกำหนดได้ครับ ถ้ายังไม่มีก็ยังไม่จ่ายดอกเบี้ยนี้ ไปเรื่อย ๆ ก่อน หรือจะกู้เพิ่มเติม เพื่อต่อลมหายใจอีกก็มา ยื่นเงื่อนไขมา เงื่อนไขทั้งหมดสามารถทำได้โดยมาตรา ๙ ระยะเวลา การไถ่ถอนก็อยู่ในมาตรา ๙ ทั้งหมด ซึ่งก็อยากให้รัฐบาลกล้า ๆ นิดนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอาจจะไม่ทัน แต่ว่าผมนี้เป็นรัฐมนตรีอยู่ในช่วงต้มยำกุ้ง ผมรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไม เขาถึงยึดทรัพย์กันอุตลุดหมด เราปล่อยให้ไอเอ็มเอฟ (IMF) มาบงการเรา ในการยึด หลักทรัพย์ต่าง ๆ กลายเป็นหลักทรัพย์ด้อยค่าไปหมด สถาบันการเงิน ๕๐ กว่าแห่งที่ถูกปิด ต้องเอาแอร์มาขาย ต้องเอาเก้าอี้มาตั้งขายเยอะแยะไปหมดเลยครับท่านประธาน ผมไม่อยาก ให้ภาพนั้นกลับไปอีก แล้วก็ไม่อยากให้เกิด ปรส. ซึ่งจะต้องมาซื้อหนี้เน่า ขาดทุน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องไม่เกิดขึ้นครับ เพราะถ้าเกิดขึ้นอีกรอบนี้ไม่รู้จะยาวเท่าไร เพราะโควิด (COVID) จะต้องอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ก็อยากจะบอกว่าเงื่อนไขหนึ่งที่ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีพิจารณา เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านหลายท่านก็พูดว่าถ้าเป็นไปได้ ตอนรอบนี้ระดับเอ็มอี (ME) อย่าเพิ่ง มิดเดิล (Middle) นี้อย่าเพิ่ง มิดเดิล เอนเตอร์ไพรส์ (Middle Enterprise) นี้อย่าเพิ่ง เอาแค่สมอล เอนเตอร์ไพรส์ (Small Enterprise) พอ คิดง่าย ๆ คนที่แข็งแรงกว่า เอ็ม เอนเตอร์ไพรส์ (M Enterprise) หรือมีเดียม เอนเตอร์ไพรส์ (Medium Enterprise) ให้เขาอย่าเพิ่งครับ ช่วยอี (E) ก่อนครับท่าน ตอนนี้อี (E) มันหายใจ ไม่ออก มันจะตายกันหมดแล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระสุนละมีน้อยยิงให้ตรงเป้า ประเด็นนี้ผมอยากให้ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยิงไปที่เอสเอ็มอี (SMEs) ที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเดียว ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ธุรกิจท่องเที่ยวที่อยู่ใน กทม. และจังหวัดท่องเที่ยว ๑๐ จังหวัด ๑๐ จังหวัดก็ตั้งแต่ภาคตะวันออกเรา พัทยาไปจนถึงภูเก็ต กระบี่ พังงา ไปจนถึงเชียงใหม่ ไปจนถึงเชียงราย จังหวัดที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวรับนักท่องเที่ยว ต่างประเทศ วันนี้ดูจะมีปัญหาหนักหนาสาหัส เอาแค่นี้ละครับ กรุงเทพฯ และ ๑๐ จังหวัดยอดนิยม ๑๐ จังหวัดท่องเที่ยวของประเทศไทย เอาแค่นั้นก่อน เอา ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปให้เขาเลย อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แบ่งไปเป็น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้โอนทรัพย์สินหลักประกันตาม หมวด ๒ และอีกสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยจังหวัดอื่น ๆ และธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจ ท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ถ้าเราแบ่งอย่างนี้ท่านรัฐมนตรีครับ มันจะตรงเป้า ตรงประเด็น มันมีกระสุนน้อยต้องใช้ให้ตรงเป้า ต่อลมหายใจให้เขาจนกว่ามันจะหายโควิด (COVID) แล้วค่อยมาคิดดอกเบี้ยกัน ตอนนี้ดอกเบี้ย ๐ ไปเถอะ ดีกว่าท่านต้องมาเสียใจ จ่ายเงินให้กับการขาดทุนของ ปรส. ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนที่ผ่านมา ท้ายที่สุดครับ ท่านประธาน ขอสัก ๑ นาที เนื่องจากหายใจไม่ออก ขออภัยครับ เปิดหน้ากากท่านก็ จะว่าผม ขออภัยครับ ผมขอฝากเรื่องหนึ่ง สยามไบโอไซเอนซ์ ขณะนี้ได้รับการถ่ายทอด เทคโนโลยีจากแอสตร้าเซนเนก้า (Astra Zeneca) ๑๐๐เปอร์เซ็นต์แล้ว ตั้งแต่ต้นน้ำยัน ปลายน้ำ เขาเป็นบริษัทที่จะสามารถแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ได้ ณ วันนี้ถ้าเราให้เขา กู้เงินสัก ๑๐๐ ล้านบาท หรือจะ ๒๐๐ ล้านบาท แล้วแต่เขาจะพิจารณา เอามาทำการวิจัย เชื้อใหม่ วันนี้เชื้อตัวเก่าเราเก่งแล้ว เชื้ออังกฤษ เชื้อจีน เราเก่งแล้ว แอสตร้าเซนเนก้า (Astra Zeneca) ที่มีอยู่ขณะนี้เราเก่งแล้ว ท่านอย่าลืมนะครับ อินเดีย แวเรียนซ์ (Variance) จากอินเดีย หรือสายพันธุ์อินเดียมันใช้ได้หรือไม่ได้เราก็ไม่รู้ ต้องรีบวิจัย ต้องรีบก้าวไปข้างหน้า ๑ ก้าว ให้ได้ ต้องก้าวก่อนเขา ๑ ก้าว ก่อนที่แอฟริกาจะเข้า วิจัยเลยครับ ให้เงินร้อยล้านเขาไป ตอนนี้เหลือแค่งบประมาณในการทำวิจัย แต่ในการผลิตนี่ท่านอย่าลืมนะครับ เขาขายนะ ครับ เขาไม่ได้ให้ฟรี สยามไบโอไซเอนซ์ (Siam Bioscience) คิดโดส (Dose) ละ ๓ เหรียญถึง ๕ เหรียญ แปลว่าเขามีเงินคืนท่านแน่นอน เขามีเงินคืนท่านแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นอย่าลืมครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้สยามไบโอไซเอนซ์ (Siam Bioscience) เอาไปคิดพัฒนาสารตั้งต้นหรือเชื้อตั้งต้นนิดเดียวเท่านั้นล่ะครับ เขาก็จะสามารถผลิตได้ ขอบพระคุณครับ