จิรายุ ชี้ พ.ร.ก.ไม่ใช่ยาวิเศษ ห่วงเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔

จิรายุ ห่วงทรัพย์ วิพากษ์พระราชกำหนดกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ว่าเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ ไร้ประสิทธิภาพ หลังผลเศรษฐกิจปีก่อนหดตัวถึง 6.1 เปอร์เซ็นต์ และตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการรัฐไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ประชาชนไม่มีกำลังใจทำมาหากิน ขณะที่การปล่อยกู้ผ่านธนาคารไม่ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ในฐานะฝ่ายค้าน ได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลมาทั้งหมด ปีนี้เข้าปีที่ ๗ ลุงตู่จะครบ ๘ ปี ปีหน้า เมื่อสักครู่นี้ก่อนเข้ามาก็ได้รับรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปีที่ ๑ ยังไม่ได้อ่าน ท่านประธานครับ แต่ที่ผมอยากจะอภิปราย ในพระราชกำหนดฉบับนี้ ซึ่งฟังมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่เช้า พรรครัฐบาลหลายท่านก็ ตำหนิติเตียนปานประหนึ่งว่ารัฐบาลนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีข้อเสนอแนะมากมายหลากหลาย ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็แปลกใจนะท่านประธานครับ น่าจะเป็นคำตำหนิจากฝ่ายค้าน แต่ไม่เป็นอะไรครับ ช่วยกันครับ เพื่อเราจะได้นำพาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแถลงข่าวเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ก่อนจะมีระลอก ๓ นี้ว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๓ ที่ท่านมีการออกพระราชกำหนดทั้งกู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท ให้ธนาคารแบงก์ชาติต่าง ๆ อีก ๙๐๐,๐๐๐ รวมสิริแล้ว ๑.๙ ล้านล้านบาท ปรากฏว่าปี ๒๕๖๓ เศรษฐกิจไทยเติบโตลดลง ติดลบ ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าสิ่งที่ท่านเข้ามา ในรัฐสภาและท่านมาบอกว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้จะเป็นยาวิเศษ จะแก้ไขปัญหาให้กับ เอสเอ็มอี (SMEs) แปลเป็นไทยก็คือ เล็ก กลาง ใหญ่ ก็คือธุรกิจคนตัวเล็กนี่ล่ะว่ามันจะอยู่รอดปลอดภัย และแก้ไขปัญหาได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ผมไม่เชื่อหรอกท่านประธานครับ เพราะมันไม่ใช่ พ.ร.ก. ฉบับแรก ชื่อเปลี่ยนจาก ปี ๒๕๖๓ เป็นปี ๒๕๖๔ เท่านั้นเอง มันก็เหมือนกับ ปีที่แล้วที่เข้ามาสภาแบบนี่ล่ะ และมันก็เขียนรายละเอียดเยอะ กู้เงินเท่านั้น จะทำนั่น จะทำนี่ เดชะบุญรัฐมนตรีที่นั่งอยู่นี่ไม่ใช่คนเดิมนะ ปีที่แล้วคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ก็ไปแล้ว รัฐมนตรีคนใหม่มา ผมก็นึกว่า มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ใช้ไม่ได้ท่านประธานครับ เข้ามาในสภา สุดท้ายประชาชน เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับรัฐบาล นอกจากเอาตัวรอดกันเอง ไม่รู้ว่ายาจะมาวันไหน วัคซีน จะเกิดเมื่อไร ฉีดยี่ห้อนั้นจะเป็นอย่างไรไหม ใครจะมีกำลังใจใครจะมีอารมณ์ไปทำมาหากิน ท่านประธานครับ วันนี้แค่รักษาชีวิตให้รอดก็ลำบากแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะฝ่ายค้าน ต้องทักท้วงและทักติงแบบแรง ๆ ไว้นะครับท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผมบอกว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ คือ พ.ร.ก. ที่เรียกว่าความฝัน ไร้น้ำยา ฟังให้ดีนะครับ พ.ร.ก. นี้คือความฝัน ไร้น้ำยา เป็นการสร้างความหวังบนความสิ้นหวังของ พี่น้องประชาชน คือพยายามจะบอกว่านี่คือยาวิเศษ ยิ่งกว่ายาหม้อดินอีก ต้มแล้วกิน ขมหน่อย ชงขมหน่อย แต่เดี๋ยวรอด ผมจึงย้ำครับว่า พ.ร.ก. นี้คือความฝัน ไร้น้ำยา เป็นการ สร้างความฝันหรือเป็นการสร้างความหวังบนความสิ้นหวังของพี่น้องประชาชน และเป็นฝัน ที่ไม่มีวันจะเป็นจริงเพราะดังต่อไปนี้ครับ ที่ผ่านมาท่านประธานที่เคารพครับ เราไม่ใช่ว่า ไม่เคยมีกรณีเช่นนี้ ปีที่แล้วท่านกู้ ๑ ล้านล้านบาท ท่านใช้วิธีการเช่นเดียวกันนี้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วได้อะไรเกิดขึ้นครับ แล้วนี่ท่านบอกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ออก พ.ร.ก. กู้เงินไป แล้วก็มาเกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ที่มัน สอดรับกัน แล้วจะให้พี่น้องประชาชนเขาทำธุรกิจคาดหวังอะไรได้ครับ เพื่อนสมาชิก อภิปรายเยอะครับ ท่านทำอะไรบ้างครับ ที่ผ่านมา แจกเงินให้คนกิน คนเที่ยว ออก พ.ร.ก. จะให้คนทำธุรกิจ วันนี้คนกลัวตายจะแย่อยู่แล้วท่านประธานครับ ผมรับไลน์ (Line) เอสเอ็มเอส (SMS) เมสเซนเจอร์ (Messenger) ผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) ท่าน ส.ส. มีโควตาพิเศษไหม รู้จักคนไหนบ้าง รู้จักที่ใดบ้าง ไม่มีใครคิดทำมาหากินเลยท่านประธานครับ ช่วงนี้คิดแต่ว่า ออกไปข้างนอกจะติดไหม ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนครับว่าการออก พ.ร.ก. นี้จะให้คนทำธุรกิจ แต่วันนี้คนกลัวตาย แล้วมันไม่ใช่เพิ่งเข้ามาในสภาครับ เขาไม่เชื่อ น้ำยารัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังมากี่คนก็คิดแบบเดิม ๆ ผมนึกว่าจะเจ๋ง มาใหม่นั่งอยู่บนบัลลังก์ผมนึกว่าจะมีทีเด็ด แจก ๆ เราเที่ยวด้วยกัน เดี๋ยวเราเที่ยวด้วยกันเสร็จเราแจก เรากินกันคนละครึ่ง ร้านนั่ง ๑๐๐ คน ให้นั่ง ๒๕ คน ท่านประธานไปดูสิครับ ร้านหมูกระทะหมูปิ้งทุกวันนี้รุม ๔ โต๊ะหนึ่ง ขายหมูกระทะ ให้นั่งแยกหมูกระทะ นี่คือผมไม่เข้าใจว่ารัฐบาลนี้คิดอะไร และสภาพความเป็นจริงทำได้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านปล่อยเงินกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อนสมาชิกอภิปราย ไปเยอะแล้วครับ แล้วก็ให้ธนาคารพาณิชย์ มันก็ชื่ออยู่แล้วว่าธนาคารพาณิชย์ มันคือหากำไร ท่านปล่อยไป ๐.๑ ไปให้เขาคิดดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ เงื่อนไขบานเบอะท่านประธานครับ ปรากฏว่าที่ผ่านมาเพื่อนผมค้าขาย อยู่ในเอ็ม (M) ก็คือขนาดกลาง บอกว่าอย่างไรรู้ไหม ท่านประธานครับ พอไปขอกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์ซอฟต์โลน (Soft Loan) ภาษาประกิดนี้ ละครับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรศัพท์มาว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ช่วยทำประกันชีวิตด้วยนะคะ ช่วยทำประกันโน่นนี่ด้วยนะคะ จะกินจะแย่อยู่แล้ว เงินจะทำ ธุรกิจจะตายอยู่แล้วยังให้มาทำประกันอีก พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย นี่ท่านรัฐมนตรีรู้ไหมครับ ท่านลองไปเช็ก (Check) เลยนะครับ ธนาคารพาณิชย์มีกี่ธนาคารที่ทำลักษณะเช่นนี้ ผมบอกเลยเยอะแยะมากมาย เขาทำธุรกิจว่าเขาไม่ได้หรอก กู้เงินปุ๊บมีประกันหรือยังคะ ถ้าไม่มีทำหน่อยนะคะ นี่ละครับท่านประธานผมจึงถามว่าไอ้ห้อย ไอ้โหนของรัฐบาล เดินข้าง นายกรัฐมนตรีหลายคนครับ พอฝ่ายค้านบอกว่านี่กู้เงิน ๑.๙ ล้านล้านบาท ไม่ใช่ อย่ามามั่วนะ ฝ่ายค้าน เขากู้แค่ ๑ ล้านล้านบาท อีก ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้แบงก์ชาติ ผมถามจริงท่าน รัฐมนตรีครับ เวลามีปัญหาเงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผ่านมาปีที่ แล้ว ท่านไม่ได้ใช้เงินของภาษีประชาชนไปแก้ไขหรือครับ แล้วเวลาเงินที่กระทรวงการคลัง ต้องไปจ่ายดอกเบี้ยเวลาเขาเบี้ยว เอ็นพีแอล (NPL) นี้ ผมถามหน่อยเถอะครับว่ากระทรวงการคลัง ต้องตั้งงบประมาณแผ่นดินไหม เดี๋ยวท่านตอบตอนท้ายนะครับ ไอ้ห้อย ไอ้โหน ออกมาว่า ไม่เกี่ยว ไม่ได้กู้ ปัดโธ่ มันซ่อนอยู่ใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ผมฝากท่าน ประธานนะครับว่า พี่น้องประชาชนที่ฟังจิรายุ ห่วงทรัพย์ แล้วท่านตั้งสติให้ดี วันนี้หลายท่าน บอกว่าไม่อยากจะค้าขายอะไรแล้วละ อยากจะให้ห้างร้านต่าง ๆ เก็บค่าเช่าให้ถูกลงหน่อย รัฐเก็บภาษีเงื่อนไขให้น้อยลงหน่อย ท่าน ประธานครับ โครงการคนละครึ่ง ชอป (Shop) ดีมีคืน ตรงเป้าหมายไหมล่ะครับ ของบางอย่างก็นำเข้าจากประเทศเลยเพื่อนบ้านไปอีกหน่อย ทางเหนือ บางอย่างก็นำเข้า ทางขวา ทางซ้าย ทางใต้ และท่านประธานที่เคารพครับ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่ออกมาวันนี้ วันนี้ปี ๒๕๖๔ มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นอย่างที่ผมบอกไว้ครับ มันเกิดขึ้นตั้งแต่ ปีที่แล้วอย่างไรครับ เพราะธนาคารภาคเอกชน ท่านไปดูรายงานประจำปีเลยท่านประธานครับ ปีที่แล้วธนาคารไหนขาดทุนบ้างครับ ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารไหนไม่ได้รับโบนัส บ้างครับ ช่วยตอบหน่อยเถอะ ผมจึงบอกเลยครับว่าฝ่ายค้านเวลาทักท้วงรัฐบาลดัง ๆ โปรดฟังด้วย วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ท่านประธานที่เคารพครับ หนักไปกว่านั้นอีก มาตรการชะลอการ ชำระหนี้ พักเงินต้น ท่านบอกให้เขากี่เดือนครับ ๓ เดือน โอ้โฮ ๓ เดือน นี่ท่านประธานครับ ตั้งแต่มีนาคม เมษายน พฤษภาคม นี่จะไม่กี่วันก็เดือนมิถุนายนแล้ว นี่ ๓ เดือนเราอยู่บ้านกัน ตัวขาวแล้วนะ รู้จักหน้าคนส่งแกร็บ (Grab) ส่งไลน์แมน (Lineman) กันจนจะเพื่อนกับ มันแล้วนะ ผมถามหน่อยเถอะครับ ใครจะมีปัญญาไปทำธุรกิจอะไร แล้วใครจะทำมาหากิน ไปชำระหนี้ได้ ๓ เดือน ปีที่แล้วท่านบอกอย่างนี้ไหมครับ นอกจากนั้นครับ พอครบ ๓ เดือน ธนาคารพาณิชย์ทำอย่างไรครับ ยื่นโนทิส (Notice) ภาษาปะกิดก็คือเตือน ไม่จ่ายพ่อจะยึด โอ้โฮ ท่านประธานครับ ผมนี่ใช้บัตรเครดิตลืมไปจ่ายวันเดียว วันรุ่งขึ้นมันโทรศัพท์เลย แล้ว มันบังคับจะจ่ายเมื่อไรคะ จะอย่างไรคะ อะไรคะ ผมถามว่านี่คือนิสัยของธนาคารพาณิชย์เขา ผิดไหมครับ ไม่ผิดหรอกครับ ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า เวลาไปกู้นี่ ทุกคนมันมีแบล็กลิสต์ (Blacklist) เพราะภาวะประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ท่านประธาน ครับ พอไม่อยู่ในภาวะปกติกู้ได้ไหมล่ะครับ ไม่ได้ ติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) บางคนก็ไปกู้หนี้ ยืมสิน ก็ติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) หรือว่าประวัติไม่ดี ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผมไม่ เห็นด้วยจริง ๆ นะครับ แล้วผมก็เชื่อว่าจะเกิดธุรกิจการช้อนซื้อเอสเอ็มอี (SMEs) ของไทยใน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากเงินทุนระดับชาติและเงินทุนจากต่างประเทศ ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะหาว่าฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ไม่มีคำแนะนำเลยหรือกระไร มี ผมจะบอกอย่างนี้ครับ ว่า ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดมันต่างอะไรกับธนาคารของรัฐ อย่างกรุงไทย ออมสิน ธนาคาร อิสลาม ธนาคารบลา บลา บลา (Blah Blah Blah) อีกเยอะ ทำไมท่านไม่ให้ธนาคารของรัฐ ทำล่ะครับ ภาวะบ้านเมืองมันวิกฤติ แล้วท่านก็ให้ธนาคารต่าง ๆ เจ้าสัวร่ำรวยมหาศาล ธนาคารหลายยี่ห้อมาร่วมกัน โดยมีหลักเซ็นเตอร์ (Center) ก็คือธนาคารของรัฐ วันนี้มันต้อง คิดเยอะไม่ได้แล้วท่านประธานครับ มันต้องค่อย ๆ แล้วก็เร่งดำเนินการปล่อย ๆ ทีท่านแจก อย่างอื่นท่านยังแจกได้เลย แจกเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ท่านหวังว่าเขาจะไม่เลิกจ้างพนักงาน ท่านคิดเยอะนะ เวลาแจกกระจายทำได้เร็ว ท่านประธานครับ ผมไปอิงตัวเลขจากสมาคม หลากหลาย ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการคลังรู้ ที่ผ่านมาปล่อยซอฟต์โลน (Soft Loan) ไปอยู่ประมาณ ๑.๕ แสนล้านบาท ประมาณนี้นะครับ ปีที่แล้วจนถึงรอบบัญชี ถามจริง ๆ เลยครับว่าจากวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทปีที่แล้วนี่มันเข้าถึงกี่เปอร์เซ็นต์ครับ ผมเชื่อว่าไม่ถึงครึ่งหรอก เพราะว่าดูตัวเลขที่เขาทำกันมาก็อยู่ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ราย อ้ายนั่นคือพวกมีเครดิตอ้ายนั่นพวกเปิดธนาคาร เพราะท่านไม่ได้แยกเอส (S) เอ็ม (M) อี (E) เล็ก กลาง ใหญ่ ท่านพูดรวมเลยเอสเอ็มอี (SMEs) ธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลาง ขนาดย่อม ต้องเป็นแบบนี้ และเงื่อนไขต้องอย่างนี้ ท่านไม่ได้แยกคนตัวเล็ก ตัวกลาง ตัวใหญ่ แล้ว อย่างไรล่ะครับ ไอ้เอ็ม (M) กับอี (E) ก็สบายครับ เอส (S) ก็ตายกันตัวนวลไปท่านประธานที่ เคารพครับ แล้วนอกจากนี้ เอส (S) หรือว่าสมอล (Small) ตัวเล็กทำอย่างไรครับ ก็ไปกู้เงิน นอกระบบครับท่านประธานครับ ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ หักต้นหักดอกก่อน สภาพความ เป็นจริง หอคอยงาช้างรู้เปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากที่ผมบอกว่ามีการบังคับให้ ทำประกันแล้ว ยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมมากมาย ยากแก่การตรวจสอบ แบงก์ชาติมีบุคลากร พอหรือครับในภาวะวิกฤติเช่นนี้ที่จะตรวจสอบให้ได้ภายใน ๑ วัน หรือ ๑ สัปดาห์ หรือ ๑ เดือนกับคนที่มาขอ อันนี้คือเรื่องที่น่าตกใจนะครับท่านประธานครับ นอกจากนั้นรัฐบาลเคยรู้ไหมครับว่า ผู้ที่ได้รับเงินจากการกู้ในเอสเอ็มอี (SMEs) นี้ เขาเอาไปปล่อยต่อไหม ท่านประธานครับ ถ้าผมกู้เงิน ขอโทษนะครับ ถ้าผมคิดชั่วคิดเลวนะครับ ผมกู้เงินไปร้อยละ ๒ ต่อปี ผมไป ปล่อยกู้ร้อยละ ๑ ต่อเดือน หมายความว่าผมมีส่วนต่าง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธาน นี่รวยลืมบ้านเลขที่เลยนะ กระทรวงการคลังรู้ไหมครับ เขาทำกันขนาดนี้ แล้วสุดท้ายอย่างไรครับ คนที่มีอำนาจวาสนาไปกู้เงินในโครงการนี้ได้คือคนที่มีเครดิต มี รายละเอียดกู้เงิน มีบัตรเครดิต มีเครดิตบูโร (Credit Bureau) ทุกวันนี้ทำบัตรเครดิตถึง ๖ เดือนมันส่งมาให้แล้ว ขอส่งข้อมูลที่คุณไปรูด ไปเที่ยว โน่นนี่นั่น ให้กับเครดิตบูโร (Credit Bureau) นะ ผมถามเถอะครับว่าแก้ตรงจุดไหม แล้วประสบการณ์ที่ผ่านมาท่านแก้อะไรไป บ้าง เดี๋ยวท่านต้องตอบรัฐสภานะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ใช่แต่จิรายุคนเดียว หรอกที่พูดเช่นนี้ หลากหลายเขาก็พูดกันครับว่ารัฐบาลชุดนี้ลองผิดลองถูก แล้วลองถูกเสร็จก็ มาลองผิดต่อ สุดท้ายคนรับกรรมก็คือใครครับ ประชาชน ๒ วันก่อนอ่านข่าวจะกู้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อคืนนี้นอนหลับฝันดีตั้งใจจะฝันดี พิโธ่พิถังกะละมังรั่ว กลับมากู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน บาท สังคมก็ถามรัฐบาลบิ๊กตู่ใจดีไม่กู้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมมากู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผม บอกอย่าไปฝันเลยว่าเขาจะใจดีถ้ากู้ได้เขากู้เต็มเหนี่ยวไปแล้ว ที่กู้ไม่ได้เพราะหนี้เพดานของ ประเทศมันถึง ๕๙ เปอร์เซ็นต์หรือยัง ท่านต้องตอบความจริงนะ เพราะเวลาท่านหลุดจาก ตำแหน่งรัฐมนตรีไปนี่พี่น้องประชาชนทุกคนก็เป็นคนจ่ายภาษีนะ ต้องไปชดเชยหนี้ที่ท่านตั้ง งบประมาณทุกปี ท่านประธานครับ เมื่อปลายปีที่แล้วจิ้งจกเข้าฝันมาทัก จุ๊ จุ๊ จุ๊ จุ๊ จิรายุที่คลังเขาพูดกันแล้วว่าจะขอขยายเพดานกู้เงิน พอผมพูดเท่านั้นละครับไอ้ห้อย ไอ้โหนในรัฐบาลนี่ละด่า ไอ้จิรายุอย่ามามั่วอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วอย่างไรละครับท่านประธาน แหมซื้อหวยไม่ถูก แล้วหวยเดี๋ยวนี้ก็แพง ใบละ ๑๒๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมพูดเช่นนี้เพื่อเตือนสติรัฐบาลและบอกพี่น้องประชาชนว่าการที่รัฐบาลพยายามนี้ ผมก็เข้าใจนะครับ แต่บางทีมันก็ต้องคิดนะครับ เราโตขึ้นมาเราจะได้ยินว่าเราจ้างคนโง่กับ คนขยันเราจ้างคนไหนดีหว่า ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ไม่กล้าที่จะไปพูดแรงขนาดนั้น แต่เป็นข้อคิดว่าบางเรื่องรัฐบาลควรจะตระหนักครับ ผมยกตัวอย่างเช่น คุณสมบัติของ ผู้รับสิทธิ เมื่อปีที่แล้วท่านรัฐมนตรีครับ ตอนรัฐมนตรีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รองนายกรัฐมนตรี ประชาชนโวยมาบอกว่าเงื่อนไข ในการไปขอซอฟต์โลน (Soft Loan) หรือว่าเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำต้องอย่างไรบ้างครับ ๑. ไม่เป็น เอ็นพีแอล (NPL) เอ็นพีแอล (NPL) ภาษาอังกฤษก็คือหนี้สงสัยจะสูญนี่ ก็คือติดหนี้เขาแล้ว ไม่ผ่อน ๕-๖ เดือน เขาจะยึดรถยึดบ้านนี่ละเขาเรียกเอ็นพีแอล (NPL) ต้องไม่เป็นหนี้เอ็นพี แอล (NPL) ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ อันนั้นคือระลอก ๑ นะครับตอนนั้น พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณกู้ปีที่แล้วถ้าคุณเคยชักดาบเขามาฝันไปเถอะ ภาวะเศรษฐกิจโควิด (COVID) แบบนี้ ค้าขายก็ไม่ได้ เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด เดี๋ยวมาล็อกดาวน์ (Lockdown) เดี๋ยวจังหวัดนั้นมันล็อก เดี๋ยวจังหวัดนี้มันไม่ล็อก จังหวัดนั้นมันกินได้ จังหวัดนี้มันกินไม่ได้ คนข้ามเขต ก็กระโดดข้ามคลองไปกิน แปลกไหมท่านประธานครับ เงื่อนไขแบบนี้รัฐบาลทำได้อย่างไร มีระดับจังหวัด มีระดับอำเภอ ประเทศมีระดับภาค ถ้าเป็นตำรวจก็ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๓ ภาค ๔ ภาค ๕ ภาค ๖ ภาค ๙ เราได้วิเคราะห์ลงไปไหมละครับว่าแต่ละอำเภอ แต่ละหมู่บ้าน แต่ละตำบลเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่าคนที่เขาซวยมาก่อนหน้านี้ แต่เขาตั้งใจทำมาหากินก็ต้อง ติดเงื่อนไขเอ็นพีแอล (NPL) ท่านประธานครับ อะไรอีกครับ ผู้ที่ไปขอต้องมีวงเงินโอดี (OD) มีวงเงินสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ประสาพวกคนทำธุรกิจรู้เปิดโอดี (OD) เข้าใจ รวมทั้งกลุ่มธุรกิจ ที่เคยทำธุรกิจกับสถาบันการเงิน บลา บลา บลา (Blah Blan Blah ) เอสเอ็มแอล (SML) มันจะไปทำ อะไรกับสถาบันการเงิน ลงทุนแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็เรียกเอสเอ็มอี (SMEs) แล้ว ถ้าลงทุน ๑๐๐ ล้านบาท เขาไม่เรียกแล้วท่านประธานครับ เขาเรียกว่าอุตสาหกรรมระดับกลางโน่นแล้ว อะไรอีกรู้ไหมครับท่านประธานครับ สินเชื่อซอฟต์โลน (Soft loan) ในวงเงินไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของยอดสินเชื่อค้าง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเงื่อนไขนี้จำกัดจำนวนผู้ประกอบการที่มีสิทธิ ท่านสร้างเงื่อนไขในการเดินเข้าไปสู่ภาวะหายใจออกของพี่น้องประชาชนที่ทำธุรกิจยากขึ้น ทุกสเตป (Step) เอาละ จิรายุปล่อยกู้มั่ว เดี๋ยวก็หาว่าไม่มีขั้นตอน เดี๋ยวมันก็ตรวจสอบยาก เดี๋ยวจะเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ชักหน้าไม่ถึงหลัง เดี๋ยวก็ต้องไปขอกู้อีก เงินคลังก็ไม่มี ถ้าอย่างนั้นก็ให้พรรคเพื่อไทยไปเป็นรัฐบาลสิครับ เดี๋ยวจะบอกให้ว่าทำอย่างไร แล้วมันไม่ใช่ เรื่องใหม่ทั่วโลกเขาก็ทำกันท่านประธานครับ วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือว่ารัฐบาลต้องไปเกิดใหม่ คือต้องรีบไปไว ๆ รีบลาออกได้ก็รีบลาออก ยุบสภาได้ก็รีบเลย ให้คนที่เขามีความรู้ ความสามารถมาแก้ไขปัญหา นอกจากนั้นการแก้ไขสถานการณ์วันนี้ผมฟังข่าวโทรทัศน์ ทุกวัน เดี๋ยวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพูดอีกอย่างหนึ่ง วันรุ่งขึ้นนายกรัฐมนตรี พูดอีกอย่างหนึ่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพูดอีกอย่างหนึ่ง รัฐมนตรีอีกกระทรวงหนึ่ง ของพรรคหนึ่งพูดอีกอย่างหนึ่ง แล้วมันจะไปกันอย่างไรกันครับประเทศไทย ทุกวันนี้ ประชาชนก่อนผมเดินเข้ามาในสภา บอกฝากถามท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยเถอะว่าวัคซีน มันจะมาครบเมื่อไร แบบไหน อย่างไร จะยี่ห้อไหนก็แล้วแต่ยี่ห้อไอ้จุก ยี่ห้อไอ้แกะ ไอ้เปีย ไอ้โก๊ะ ขอให้ฉีดแล้วมันอยู่ได้อยู่รอดปลอดภัย มันจะได้ทำมาหากินทำธุรกิจได้ อย่างนี้ไม่ต้องไปออก พ.ร.ก. อะไรเลยท่านประธานครับ แค่สร้างความมั่นใจว่านับจากนี้ วันที่ ๑ มิถุนายน ที่จะถึงสัปดาห์หน้าไปจนถึง วันที่ ๓๑ มกราคมนี้ ประเทศเราจะฟื้น ด้วยวิธีการ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมจะได้ลงทุนขายกะปิ น้ำปลา ตราจิรายุ ห่วงทรัพย์ บ้าง แต่วันนี้ ไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวตาย เก็บเงินไว้ก่อนเหมือนอูฐเดินข้ามทะเลทรายท่านประธานครับ ไม่แน่ใจจริง ๆ และพี่น้องประชาชนเขาก็ไม่มั่นใจ ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีว่า พ.ร.ก. ที่ท่านมาวันนี้มันแค่เปลี่ยนจากปี ๒๕๖๓ เป็นปี ๒๕๖๔ ปรับปรุง แก้ไข ตัดแต่ง เพิ่มเติม แล้วท่านก็มาบอกสภากู้ ท่านก็ออก พ.ร.ก. กู้ไปแล้วท่านค่อยมาถาม สภา พี่น้องประชาชนก็ถามจิรายุทำไมเขาไม่เข้ามาถามสภาก่อน ก็มันเป็น พ.ร.ก. อย่างไร พระราชกำหนด ครม. ก็ออกไป แล้วค่อยมาบอกสภา เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ฝ่ายค้านเตือนดัง ๆ เลยครับว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้คือความฝัน ไร้น้ำยา เป็นการสร้างความหวัง บนความสิ้นหวัง และเป็นความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง พี่น้องประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ ของตัวเองให้อยู่ยังยืนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม จากนั้นท่านค่อยรอดูน้ำยาของรัฐบาลชุดนี้ ในการทำธุรกิจต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ