ยุทธนา โพธสุธน อภิปรายเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรและคาสิโนในประเทศไทย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ยุทธนา โพธสุธน อภิปรายเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรและคาสิโนในประเทศไทย โดยเสนอให้ศึกษาแนวทางเปิดในพื้นที่ใหม่แบบเมืองใหม่ผ่านสัมปทานภาคเอกชนเพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด กำหนดพื้นที่ชัดเจน และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมจากการพนันซึ่งเคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ

นายยุทธนา โพธสุธน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ยุทธนา โพธสุธน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการ อภิปรายเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรและคาสิโน (Casino) ในประเทศไทย ตัวกระผม ขออนุญาตเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาให้ฟังเรื่องของการเปิดสถานบันเทิง กระผมเห็นด้วย ที่เราจะเริ่มต้นศักราชใหม่หลังจากประเทศไทยประสบปัญหาภาวะวิกฤติโรคระบาด แล้วก็ วิกฤติน ้าท่วม แล้วก็วิกฤติภัยแล้ง ตลอดปีที่ผ่านมาเราประสบปัญหาวิกฤติหลาย ๆ อย่าง พร้อม ๆ กัน ดังนั้นวันนี้เราควรมีเครื่องมือบางอย่างที่จะกระตุ้น และวันนี้สภาผู้แทนราษฎรก็มา รวมตัวกันที่จะมาออกกฎหมายศึกษาแนวทางที่จะทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน ผมต้อง กราบเรียนว่าวันนี้เพื่อน ๆ สมาชิกทุกคนได้ตั้งสมมุติฐานในสิ่งที่รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี คือการได้ภาษีเพิ่มขึ้นหรือในสิ่งที่ไม่ดีก็คือ มันอาจจะไม่เกิดขึ้นเป็นอย่างนั้นที่เราคาดหวัง กระผมมีประสบการณ์ที่สิงคโปร์ครับ หลังจากที่เปิดประเทศแล้วก็ลงทุนเรื่องคาสิโน มารีน่า เบย์แซนด์ส ได้รายงานปรากฏว่าเขาเก็บเงินค่าเข้า ๑๐๐ เหรียญสิงคโปร์ต่อคนสิงคโปร์ที่ไปเข้า ท่านประธานทราบไหมว่าเก็บได้เท่าไร เก็บได้ร้อยล้านครับ นั่นหมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าคนสิงคโปร์เข้าไปใช้บริการ ๑ ล้านคน ที่ผมอยากกราบเรียนให้ท่านทราบ ก็คือว่า คาสิโน (Casino) ที่เปิดที่มารีน่าเบย์แซนด์ส ที่ลีกวนยูคิดว่าตัวนี้จะเป็นตัวกระชาก เศรษฐกิจทำให้เศรษฐกิจสิงคโปร์เดินหน้าไป ปรากฏว่ามีส่วนผลกระทบในแง่ลบ คือคนสิงคโปร์ เข้าไปเล่นเอง คนสิงคโปร์มีปัญหา แล้วก็เกิดปัญหาสังคมตามมาคือ หนี้สิน แล้วก็มีการฆ่าตัวตาย แล้วก็ปัญหาสังคมครอบครัว นี่คือ ๑ ปีที่ผ่านมา แต่รายได้เยอะแยะครับ สิงคโปร์ทำให้เกิด การลงทุนมหึมาจากเงินทุนของแซนด์ (Sands) จากอเมริกา แล้วก็เซ็นโตซ่าที่มาลงจาก มาเลเซียที่เซ็นโตซ่า ดังนั้นวันนี้เรามาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรคาสิโน (Casino) ในประเทศไทย ผมก็เลยอยากมีข้อคิดให้กับกรรมาธิการที่จะนำไปศึกษาต่อก็คือ จริง ๆ แล้ว การพนันเป็นอบายมุขนะครับ เราต้องมองว่ามันเป็นทางสู่ความเสื่อม ดังนั้นสิ่งที่เราทำ เราต้องมิกซ์ (Mix) ครับ ผสม สังเกตไหมว่าที่ประสบความสำเร็จในอนาคตจะเป็นสิ่งที่ดึงดูด มากกว่า เพราะว่าคนที่มาเล่นการพนันมันก็เล่นได้หลายที่ พอมาที่นี่แล้วก็เบื่อ แต่คนที่จะมา ประเทศไทยบ่อยครั้ง บ่อยครั้ง ก็คือความเป็นไทย สิ่งที่เราลงทุนใหม่ ๆ ถ้าวันนี้เราลงทุน เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ในสิ่งที่เราไม่เคยเกิดขึ้น อันนี้แหละครับจะเป็นตัวที่ดึงดูด แล้วก็จะเป็นตัวลงทุนที่มหึมา เราอาจจะต้องมีการอย่างนี้ ถ้าเปิดเสรีแล้วเราจะคุมอย่างไร จะมีการตรวจสอบอย่างไร เราต้องคิดถึงข้อนี้ครับ การควบคุม ถ้าเกิดเปิดเสรีแล้วจะคุมอย่างไรกำหนดพื้นที่ให้ชัดเจน เราจะเปิดที่ไหนบ้าง ผมเห็นด้วยที่จะเปิดไม่มากจำนวน แต่จำนวนจำกัดในสถานที่ควบคุมได้ ในจำนวนที่เรา อาจจะมีเป้าหมายในดินแดนที่เราไม่ได้เคยลงทุนเลย ไม่เคยมีการพัฒนา ถ้าเรากำหนดพื้นที่นี้ ลงไปเรามีมาสเตอร์ แพลน (Master Plan) พื้นที่นี้จะเป็นเมืองใหม่เลยครับ เป็นสถานที่ใหม่ เป็นสถานท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เราก็จะไปเที่ยวกันเหมือนกับที่สมุทรสาครไปพายเรือ ในคลอง ไปดูหิ่งห้อยอาจจะไปเที่ยวที่นี่ และหลังจากที่เราทำไปแล้วเราต้องมีการตรวจสอบครับ มีการดำเนินงานอย่างสม ่าเสมอว่าเป็นอย่างไร ผมเสนอให้เป็นสัมปทานครับ ผมไม่เห็นด้วย กับการที่รัฐไปทำ เพราะผมเชื่อว่าความคล่องตัวการยืดหยุ่นของภาคเอกชนจะมีมากกว่า ถ้าเราให้สัมปทานไปแล้วรัฐต้องลงทุน เหมือนกับที่จีนให้สัมปทานกับ ๕ บริษัทใหญ่ในอเมริกามีแซนด์ (Sands) มีเอ็มจีเอ็ม (MGM) มีวิน เก็นติ้ง (Win Genting) แล้วก็ลิสบัว (Lisboa) ทุกคนก็ลงทุนเขากำหนดครับว่าอย่างไรครับ คุณจะได้เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) อะไรก็แล้วแต่ คุณต้องทำห้องพัก ๒,๐๐๐ ห้องต่อ เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) หรือว่าคาสิโน (Casino) แล้วแต่ก่อนที่คุณจะได้คุณต้องลงทุน พอมีการลงทุน จากภาคเอกชนมันจะเกิดการหมุนเวียน ถ้าเกิดเราให้ไลเซนส์ (License) ไปปุ๊บเราจะเปิดที่นี่ เราก็ต้องเปิดไป โรงแรมนี้จะมีเท่าไรก็ว่ากันไป แล้วเราต้องประเมินผลดีผลเสียตลอดเวลาครับว่า ถ้าเกิดทำไปแล้วไม่ดีจะแก้ไขอย่างไร จริง ๆ แล้วมีประสบการณ์ครับ เพราะคาสิโน (Casino) ไม่ได้เปิดที่เราที่แรก เรามีประสบการณ์จากข้อผิดพลาดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่มาเลเซียหรือว่า ที่สิงคโปร์ท่านทราบไหมครับว่าที่คนพูดบอกว่า เก็นติ้ง (Genting) เซนโตซ่า อะไรครับ ปัจจุบันล้มละลายนะครับ เพราะโควิด (COVID) ไม่มีคนไปเที่ยว เขามีค่าใช้จ่ายมากมาย วันนี้เขาล้มละลาย ทุกคนไม่ทราบหรอกครับว่าจริง ๆ เขาล้มละลายไม่ได้หมายความว่า เป็นคาสิโน (Casino) แล้วจะได้ตลอด มันไม่มีลูกค้าครับ เพราะฉะนั้นเป็นจังหวะที่ดีที่เรา ได้ศึกษาก่อนลงทุน อย่างที่ท่านภาสกรพูดเมื่อสักครู่นี้ วันนี้อาจจะไม่ดีอย่างที่เราเห็นในอดีต วันนี้ผมเห็นด้วยที่จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาแนวทางการดำเนินงานเรื่องสถานบริการ ครบวงจรและคาสิโน (Casino) ในประเทศไทย และผมขอสนับสนุนญัตตินี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ