บุญญาพร นาตะธนภัทร เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรเพื่อหารายได้ใหม่
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน บุญญาพร นาตะธนภัทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย ตามที่ดิฉันได้ขอเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร เพื่อหาแหล่ง รายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าประเทศนั้น ด้วยเหตุผลปัจจุบันการจัดเก็บ รายได้ของรัฐบาล ในแต่ละปีได้น้อยกว่าเป้าหมาย ซึ่งเคยเก็บได้ประมาณ ๒.๘ ล้านล้านบาทต่อปี แต่ปัจจุบันการจัดเก็บรายได้ลดน้อยลงเรื่อย ๆ จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต ่าโดยทั่วไป และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในขณะที่รัฐบาลมีรายจ่าย ที่จะใช้ในการบริหารประเทศประมาณ ๓.๓ ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอกับรายจ่าย โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยประสบกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างรุนแรง รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินมาหลายแสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหา โรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) รวมทั้งการดำเนินนโยบายการคลังของรัฐ เพื่อช่วยเหลือ ประชาชนในช่วงที่ได้รับผลกระทบเรื่องปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นการก่อหนี้ ผูกพันไปเรื่อย ๆ สู่ลูกหลานต่อไปในอนาคตไม่สิ้นสุด ลำพังแต่รัฐบาลจะเก็บรายได้จากแหล่ง รายได้เดิมด้วยวิธีการแบบเดิม ๆ โอกาสที่จะนำเงินมาใช้หนี้เงินกู้ก็ดี ทำให้งบประมาณจาก การจัดเก็บรายได้ และรายจ่ายให้สมดุลกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ดิฉันขอข้อเสนอ วิธีการใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลจากเดิม ดิฉันเห็นว่าแหล่งเก็บรายได้ ใหม่ที่จะนำมาซึ่งรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาล เพื่อใช้ในการบริหาร ประเทศ คือ การเปิดสถานบันเทิงครบวงจร มีตั้งแต่โรงแรมหรูขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ผับ (Pub) บาร์ (Bar) คาราโอเกะ (Karaoke) คาสิโน (Casino) แหล่งการพนันที่ถูกกฎหมาย สนามแข่งรถยนต์ สวนสนุก เป็นต้น ซึ่งหลาย ๆ ท่าน ทราบกันดี เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนการนำหวยใต้ดินให้มาอยู่บนดิน ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อย่างมากมายมหาศาล จะเกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนอีกหลายหมื่นราย คาดว่าจะเก็บรายได้จากธุรกิจนี้และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหลายล้านล้านบาทต่อปี รัฐบาล สามารถนำเงินจำนวนนี้มาแก้ไขปัญหาเป็นรายจ่ายของรัฐได้ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณในการ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการเพื่อเป็นสวัสดิการการสังคมผู้สูงวัย ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการผู้มีรายได้น้อย โดยที่รัฐบาลไม่ต้องลงทุน มีเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมที่จะลงทุนให้อยู่แล้ว และสามารถลดจำนวนคนไทยไปเล่นการพนันในต่างประเทศลงได้ อย่างไรก็ตามในสายตาของคนไทยบางส่วนสถานบันเทิงครบวงจรยังมองเป็นแหล่งอบายมุข เป็นสถานที่มอมเมาประชาชน เป็นเรื่องผิดศีลธรรม แต่เมื่อเรานำมาเปรียบเทียบกับประเทศ เพื่อนบ้านเราแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ล้วนแต่มี สถานบันเทิงที่มีบ่อนคาสิโน (Casino) ที่ถูกกฎหมาย ประเทศเหล่านี้ได้ทำเรื่องนี้มานานแล้ว ซึ่งนับแต่จะเจริญก้าวหน้า ทำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ดิฉันเห็นว่าถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยจำเป็นจะต้องเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่จาก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าประเทศ รวมถึงนักธุรกิจชาวไทยที่มีรายได้สูง โดยปกติบ้านเรา ก็จะมีการลักลอบเล่นการพนัน เปิดบ่อนการพนันผิดกฎหมาย หวยใต้ดินมีให้เห็นเป็นประจำ เกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศอยู่แล้ว ปรับเปลี่ยนวิธีความคิดใหม่ ทำให้ถูกกฎหมาย มีมาตรการ รองรับ ป้องกันอย่างเข้มงวด รัดกุม เช่น บ่อนพนันคาสิโน (Casino) หรือสถานบันเทิง บางแห่ง ห้ามคนอายุต ่ากว่า ๒๐ ปีเข้า หรือผู้ที่จะเข้าไปเที่ยวไปเล่นการพนันจะต้องเป็นผู้ที่มี รายได้สูง ดิฉันเชื่อว่าในปัจจุบันสังคมไทยมีความเจริญก้าวหน้าไปมาก เปิดกว้างมากขึ้น ทุกคนรู้ได้เกือบจะเท่าเทียมกัน รู้จักแยกแยะชั่วดี น่าจะเห็นแนวทางกับญัตติที่ดิฉัน ได้อภิปรายไปแล้ว ดิฉันจึงได้ขอเสนอญัตติดังกล่าว เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และเชื่อมั่นว่ากระบวนการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องนี้จะมีความรอบคอบชัดเจน น่าเชื่อถือมากที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมาแนวทางเป็นแบบบวก หรือเป็นลบก็ตาม ขอขอบพระคุณค่ะ