อนุชา นาคาศัย หารือเรื่องงบประมาณแผนปฏิรูปประเทศ โดยอ้างอิงเอกสารงบประมาณเล่มขาวคาดแดง และระบุเงินที่จัดสรรสำหรับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน อนุชา นาคาศัย กล่าวถึงผลการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยแสดงผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และประเทศไทยได้รับการจัดอันดับดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สูงกว่าเป้าหมาย
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี จากที่ท่านสมาชิกได้ถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยในส่วนของแผนปฏิรูปประเทศที่มีการกำหนดการขับเคลื่อน ในหลายแผนงาน ในแผนงานที่ ๒ ในเรื่องของแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งท่านได้ถามเกี่ยวกับการ ใช้เงินของแต่ละกิจกรรมว่าได้ใช้ไปอย่างไร หรือไม่ ใช้ไปเท่าไร แล้วมีอยู่ในเล่มงบประมาณ ขาวคาดแดงนั้นอยู่ตรงไหน อย่างไร ก็อยากเรียนชี้แจงนะครับว่างบประมาณรายจ่าย ของหน่วยงานที่ถูกกำหนดให้ผู้รับผิดชอบหลักของทั้ง ๕ กิจกรรมที่ท่านได้ถามนั้นอยู่ใน แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับปรับปรุง) เป็นเพียงข้อมูล ประมาณการงบประมาณที่จะต้องใช้ในการขับเคลื่อนแผนเท่านั้นเองยังไม่ได้มีรายละเอียดในการ ที่จะขอเข้าไปจัดสรรงบประมาณหรือไม่ อย่างไร แต่เมื่อมีการขอจัดสรรเข้าไปสู่งบประมาณผมก็ อยากลงรายละเอียดเพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ
กิจกรรมที่ ๑ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานและการบริการภาครัฐไปสู่ ความเป็นรัฐบาลดิจิทัลคือแผนที่บีอาร์ ๐๒๐๑ (BR0201) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบได้ดำเนินโครงการพัฒนา แพลตฟอร์ม (Platform) ดิจิทัลของรัฐ แล้วก็กิจกรรมพัฒนาระบบคลาวด์ (Cloud) กลางของ ภาครัฐ โดยในปี ๒๕๖๔ ได้รับจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๘๔๕.๗๖๓ ล้านบาท อ้างอิงเอกสาร งบประมาณเล่มขาวคาดแดง ฉบับที่ ๓ เล่มที่ ๕ หน้า ๖๙๕ โดยระบุอยู่ในส่วนของงบดำเนินงาน และในปี ๒๕๖๕ ได้รับจัดสรร ๘๓๕.๗๖๓ ล้านบาท อ้างอิงจากเอกสารงบประมาณ เล่มขาวคาดแดง ฉบับที่ ๓ เล่มที่ ๕ หน้า ๖๐๔ โดยระบุอยู่ในส่วนของงบดำเนินงาน ซึ่งในส่วน ด้านอื่น ๆ ก็คงไม่ต้องลงรายละเอียดอีกหลายกลุ่มที่เป็นเงินนอกงบประมาณก็มีใช้จ่ายเกี่ยวกับ ในการดำเนินการตามแผนนี้
กิจกรรมที่ ๒ จัดโครงสร้างองค์กรและระบบงานภาครัฐให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัวและเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ตามแผนที่ บีอาร์ ๐๒๐๒ (BR0202) ของสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. ได้ดำเนินโครงการศึกษาและขยายการจัดการ องค์กรที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการบริหารจัดการของฝ่ายบริหารและระบบการประเมิน ความคุ้มค่าจากราชการนะครับ ได้จัดสรรเป็นเงินจำนวน ๑.๘๘๕ ล้านบาท และโครงการพัฒนา บริหารจัดการภาครัฐเพื่ออนาคตในปี ๒๕๖๕ เป็นเงินอีก ๒.๘๕๔๑ ล้านบาท อ้างอิงจากเอกสาร งบประมาณขาวคาดแดง ฉบับที่ ๓ เล่มที่ ๑ หน้า ๒๐๐ โดยระบุอยู่ในส่วนของงบรายจ่ายอื่น
กิจกรรมที่ ๓ นั้น ของ ก.พ. ตามแผนที่ บีอาร์ ๐๒๐๓ (BR0203) เพื่อให้ได้มา และรักษาไว้ซึ่งคนเก่งและดีมีความสามารถอย่างคล่องตัวตามหลักคุณธรรม มีการดำเนินการ หลายกิจกรรมอย่างต่อเนื่องแต่ไม่มีการจัดสรรงบประมาณ เพราะว่าไม่ต้องใช้งบประมาณจึงไม่ทำ ให้เกิดภาระกับงบประมาณ
กิจกรรมที่ ๔ สร้างความเข้มแข็ง โดยมีส่วนร่วมของประชาชนตามแผนที่ บีอาร์ ๐๒๐๔ (BR0204) สำนักงานคณะกรรมการ ก.พ.ร. ได้งบประมาณมา ๑.๗๓๘ ล้านบาท
กิจกรรมที่ ๕ เป็นของกรมบัญชีกลางในการขจัดอุปสรรคในการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐและการเบิกจ่ายเงินเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว คุ้มค่า โปร่งใส ปราศจากการทุจริต บีอาร์ ๐๒๐๕ (BR0205) ซึ่งมีงบประมาณในการใช้จ่ายทั้งสิ้นตามแผนที่กระทรวงการคลังเสนอนั้น ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลัก ปี ๒๕๖๔ ๑๐๙.๘๙๐๔ ล้านบาท และปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๐๒.๖๕๑ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณที่กระทรวงการคลังจัดหามาดำเนินการตามแผนเอง
ซึ่งจากทั้ง ๕ กิจกรรมดังกล่าวส่งผลให้เป้าหมายของการปฏิรูปประเทศด้านการ บริหารราชการแผ่นดินที่กำหนดให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ ซึ่งจากผลการสำรวจของสำนักงาน ก.พ.ร. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ พบว่าคะแนนระดับ ความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการของภาครัฐในภาพเท่ากับร้อยละ ๘๔.๘๑ เพิ่มขึ้นจากปี ก่อนหน้ามีผลอยู่ที่ ๘๔.๗๕ รวมทั้งเป้าหมายที่กำหนดให้บริการของรัฐมีประสิทธิภาพและมี คุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการนั้นจากดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดลำดับโดยองค์การ สหประชาชาติ ของประเทศไทยจัดอันดับอยู่ที่ ๕๗ จากประเทศทั้งหมด ๑๘๓ ประเทศทั่วโลก ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย จึงเรียนชี้แจงในประเด็นข้อที่ ๑ ครับ