จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหาราคาข้าวตกต่ำและผลผลิตต่ำของไทยเมื่อเทียบกับเวียดนาม เสนอให้รัฐบาลมีนโยบายระยะยาวเพื่อพัฒนาการตลาด ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพข้าว และส่งเสริมการผลิตพันธุ์ข้าวใหม่ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนราคาอ้างอิงให้สอดคล้องกับตลาดจริง จ่ายเงินชดเชยเกษตรกรอย่างทันเวลา และเพิ่มวงเงินงบประมาณเพื่อสนับสนุนปัจจัยการผลิต ชดเชยรายได้ และส่งเสริมการแปรรูปข้าวหอมมะลิ โดยแสดงความกังวลต่อความโปร่งใสและความเพียงพอของงบประมาณกว่า 182,000 ล้านบาทในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านรัฐมนตรี กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และท่านได้กรุณามอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านสินิตย์ เลิศไกร มาเป็นผู้ตอบ ผมต้องนำเรียนท่านประธานอีกสักนิดหนึ่งว่า คำถามที่ผมถามนี้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นจะมีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ด้วย เพราะฉะนั้นขออนุญาตขอความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีด้วยว่า ผมอาจจะมี คำถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีและผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย กระทู้ถามผมเป็นกระทู้ถาม ที่ ๔๓๐ บรรจุเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔ ณ วันนั้นพี่น้องประชาชนเกษตรกรทั้งหมดมีความเดือดร้อนในเรื่องของการปลูกข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิซึ่งอยู่ในภาคอีสาน ภาคอีสานพี่น้องประชาชนปลูกข้าวหอมมะลิ ประมาณ ๒๔ ล้านไร่ แล้วก็มีข้าวหอมมะลิที่อยู่นอกเขตของภาคอีสานอีกประมาณ ๓.๕ ล้านไร่ แต่ก็ยังมีข้าวขาวอีกประมาณ ๑๕ ล้านไร่ ข้าวเหนียวอีกประมาณ ๑๕ ล้านไร่ และข้าวอื่น ๆ รวมแล้วประมาณ ๖๐ ล้านไร่ของคนไทยทั่วประเทศที่ปลูกข้าว ในบรรดา ทั้งหมด ๖๐ ล้านไร่ถ้าเป็นครัวเรือนที่บรรจุขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรก็คือ ๔.๖๙ ล้านครอบครัว ทุกคนมีความหวังเพราะเขาทำนาได้โดยเฉพาะภาคอีสานผมปีละ ๑ ครั้ง คือข้าวหนักบางคนโชคดีทำนาปรังได้อาจจะปีละ ๒ ครั้งแต่ไม่ได้ทุกคน ความหวังของเขา ก็คือการทำนาปลูกข้าวแล้วได้มีเงินมาใช้จ่ายให้ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ได้ประกอบอาชีพ ต่อไป แต่วันนี้ในช่วงที่กระทู้ผมถามเป็นช่วงที่ข้าวตกต ่าหลังจากนั้นก็เริ่มดีขึ้น มาเจอวันนี้ ดีขึ้นสักเล็กน้อย ผมจะบอกท่านประธานผ่านท่านนายกรัฐมนตรีว่า ทำไมเราจะต้องเอาเงิน มาชดเชย มากู้ มาชดเชยอยู่ทุกครั้ง ๆ ทำไมรัฐบาลไม่คิดโครงการที่ยั่งยืนในการวางแผน พัฒนา โดยเฉพาะวางแผนพัฒนาในส่วนที่ทำให้พี่น้องมีเงินมากขึ้น สามารถขายข้าวได้มาก ลดต้นทุนการผลิต ปัจจัยการผลิตและที่สำคัญก็คือข้าวมีคุณภาพ ดังเมื่อต้นปีพวกเราได้ตั้ง เสนอญัตติเรื่องสินค้าเกษตร พืชผลตกต ่า โดยมีท่านประธานวีระกร คำประกอบ เป็นประธาน ผมเป็นผู้เสนอญัตติ แล้วก็ได้ทำเรื่องเกี่ยวกับอนุกรรมาธิการข้าวขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมจึงขอว่า ทำไมเราไม่แก้ปัญหาเรื่องข้าวโดยส่งเสริมให้มีการป้องกันตลาดเก่า หาตลาดใหม่ กระทรวง พาณิชย์ต้องหาตลาดใหม่ หาตลาดเฉพาะและที่สำคัญเราต้องดู เราพึ่งแต่พ่อค้าที่เรียกว่า ชุดรายใหญ่ รายใหญ่ก็ต้องพยายามหาแล้วเราต้องเปิดโอกาสให้รายย่อยมาทำด้วย โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์มีกฎหมายที่จะให้รายย่อยเปิดโอกาสได้ อันที่ ๒ ทำไมเรา ไม่ส่งเสริมเกษตรภาคอุตสาหกรรมให้เป็นองค์กรที่สามารถเข้าถึงในการขายข้าวได้เอง แล้วสุดท้ายคือข้าวอินทรีย์ซึ่งทุ่มเงินไป ๑ ล้านไร่ประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ออกมา ๑ ล้านไร่ เป็นผลผลิตตรงนี้จะต้องเป็นข้าวพรีเมียม (Premium) ข้าวชุดใหม่ที่ไม่มาแย่งตลาดกับพวกเรา นี่ประเด็น เราคงต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน ้า กลางน ้าและปลายน ้า ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ต้นน ้า ก็ต้องเรียนเลยครับว่า เราก็ ต้องมีตั้งแต่ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรและองค์กรชาวนา ตรงนี้ต้องทำ เพราะว่า เราต้องมีให้โครงสร้างพื้นฐานเพียงพอ โดยเฉพาะระบบชลประทานบ้านเรามีชลประทาน แค่ในประเทศมี ๒๒ เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าของอีสานประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์มีอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าล้านไร่นะครับ ซึ่งถือว่าน้อยมาก ๒๒ เปอร์เซ็นต์เราพึ่งนาน ้าฝน ๗๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราต้องเพิ่มชลประทาน อันที่ ๒ ปฏิรูปกระบวนการผลิต ทำไมเราไม่ทำเรื่อง ของลดปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เคยพูดถึงว่าปุ๋ยแพง ซึ่งผมได้ทำกระทู้ถามเรียนถามว่าทำไมเราไม่แก้เรื่องปุ๋ยแพงโดยเฉพาะให้ลดราคาทั่วไป ไม่ใช่ลดเฉพาะผู้ที่รวมกลุ่มสหกรณ์ซึ่งได้ขยายเวลา ท่านบอกว่ามี ๔ ล้านกระสอบ เป็นต้น กลางน ้าก็คือปฏิรูปการจัดการหลังเก็บเกี่ยว ก็ต้องมีการบริหารจัดการเรื่องของการ อบความชื้นเรื่องการตาก มีการช่วยเหลือในเรื่องของการรวมกลุ่ม กลางน ้าเป็นปฏิรูป การแปรรูปและปลายน ้าคือการตลาดและการปรับปรุงภาครัฐ ต้นน ้า กลางน ้า ปลายน ้า เพราะฉะนั้นสรุปภาพรวมในสไลด์ถัดไปก็คือ ชีต (Sheet) ทั้งหมดเลยตรงนี้เป็นของ อนุกรรมาธิการข้าวที่เข้าสภาเราไปแล้ว แล้วก็พวกเราก็ได้เห็นพ้องต้องกันว่าอันนี้ ส่งให้รัฐบาลทำ ต้องรีบดำเนินการนะครับ ผมต้องเรียนต่อว่าวันนี้พี่น้องเขากำลังเฝ้าดูอยู่ ว่าการที่รัฐบาลประกาศในการช่วยเหลือในการประกันรายได้ออกมามี ๓ โครงการ ขอสไลด์ (Slide) เลยครับ โครงการแรกก็คือโครงการที่ถือว่าชดเชยตรงนี้สำคัญมากนะครับ คือการชดเชยซึ่งท่าน ต้องเรียนว่า ชดเชยสำหรับผู้ที่ขึ้นทะเบียน ตรงนี้เป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะ ผมเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นประธาน เราได้สอบถาม ได้เชิญทางกระทรวงพาณิชย์มาบอกว่า การที่ท่านตั้งราคากลาง โดยเฉพาะอย่างเช่น ข้าวหอมมะลิท่านตั้งไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ แล้วก็มีประกันงวด ๑ ถึงงวด ๖ ตอนนี้มาถึงงวด ๖ แล้วนะครับ รอบที่ ๑ ๑-๒ เงินออกแล้ว ๓ ๔ ๕ ๖ เงินยังไม่ไปนะครับ ตอนนี้เกษตรกร ถามเลยว่าเขาจะไปได้เมื่อไรรอบ ๓ ๔ ๕ ๖ ท่านประกันไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ แต่ปรากฏว่า ให้ข้าวหอมมะลิชดเชยที่ ๑๐,๘๗๑ บาท นี่งวดที่ ๖ ข้าวหอมมะลิธรรมดาก็ ๑๐,๒๙๕ บาท ประกันที่ ๑๔,๐๐๐ ส่วนต่างของหอมมะลิท่านบอกว่า ๔,๑๒๘ บาท การได้ส่วนต่างตรงนี้ ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านรัฐมนตรีว่า ต้องเรียนถามเลยว่าเกษตรกรเขาขายได้จริงไหม ในราคา ๑๐,๘๗๑ บาท ก็ตอบไม่จริง เขาขายได้วันก่อนได้ ๘ บาท วันนี้ได้ ๙ บาท ก็คือ ๙,๐๐๐ โอเค (OK) นะครับ ความชื้นเขาอาจจะไม่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ความชื้นเขาอาจจะ ๒๐ เขาจะเก็บแล้วอาจจะตากแดดหรือว่าขายเลย เขาก็น่าจะได้มากกว่านั้นอีกหน่อยหนึ่ง ส่วนต่างตรงนี้น่าจะอีกสัก ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ ถ้ารวม ๆ แล้วก็เยอะ เพราะฉะนั้น ผมจึงนำเรียนว่าการกำหนดราคาอ้างอิงเมื่อปี ๒๕๖๒ กรรมาธิการเราได้ท้วงไปแล้วว่า ท่านกำหนดราคาถึง ๑๕ วันต่อครั้งมันนานเกิน ไม่ทันกับราคาที่มันเคลื่อนไหวขึ้นลง ท่านกรุณาปรับมาเป็น ๗ วันต่อครั้งตอนนี้ ทราบว่าจะมี ๓๓ งวด นี่งวดที่ ๖ การไปหาราคา อ้างอิงก็บอกว่าไปสุ่มถามจากสมาคมโรงสี จากพาณิชย์จังหวัด แล้วก็ทอนข้าวเปลือก ข้าวสารมา ก็ถามว่าขอให้ดูให้เป็นจริงแล้วก็ราคาให้มันถูกต้อง เพราะว่าอย่างผมต่างจังหวัด เขาขายได้ ๘-๙ บาท แล้วมาให้ชดเชยหมื่นกว่าหรือพันกว่าขาดไปตรงนี้อยากให้ท่าน ตามราคาให้ และจะเรียนถามด้วยว่าราคานี้ท่านถูกต้องแน่นอนแค่ไหน ท่านมีการถาม ไปทั่วทุกจังหวัดหรือไม่นะครับ งบประมาณที่ทำวันนี้ต้องเรียนว่า ๑. ท่านขอไว้เป็นหนังสือ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ก็คือโครงการประกันเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ผมขอเรียนถามเลยว่า โครงการตัวนี้ประกันรอบที่ ๑ ท่านบอกว่าใช้เงินประมาณ ๘๙,๐๐๐ ล้าน แต่มาปรับใหม่เพราะว่าข้าวหอมมะลิราคาขึ้นกับข้าวหอมปทุมราคาขึ้นเหลือ ๘๕,๑๔๔ ล้าน โครงการนี้รวมงวดที่ ๑ ถึงงวดที่ ๓๓ ตอนนี้มาถึงงวดที่ ๖ ไปถึงไหนแล้ว งบประมาณ โครงการงวด ๒ ผ่านไปแล้ว ๓ ๔ ๕ ทราบว่า ครม. ยังหางบประมาณอยู่ แล้วก็เป็น ความกังวลว่า ๑. หนี้สาธารณะของประเทศเราปรับเพดาน ท่านปรับเพดาน ๖๐ เป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หนี้ของภาครัฐ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ ๒๙.๕ เหลือเงินอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้าน ก็ไม่สามารถจะมาจ่ายตรงนี้ได้ ประชุมที่ผ่านมาคณะกรรมการตามมาตรา ๒๘ เรื่องวินัย การเงินการคลัง ก็ปรับว่าขอเพิ่มเป็น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้อีกประมาณ ๑๕,๕๐๐ ล้าน แต่นี่คือประกันข้าว เราจะมีประกันข้าวโพด มันสำปะหลังอีก แต่ข้าวสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้น เรียนถามว่าจะได้เมื่อไรสำหรับเงินตัวนี้ที่พี่น้องประชาชนขอถามเลยว่าจะได้เมื่อไร งวด ๓ ๔ ๕ ๖ เขารออยู่หนี้สินเยอะแยะ
กระบวนการที่ ๒ มาตรการที่ ๒ ที่คู่ขนานกัน ท่านทำคู่ขนานเป็นมาตรการ เชื่อมโยงที่ช่วยเหลือกันมีอีก ๓ มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชะลอการขาย เรื่องการช่วยเหลือ เรื่องการดึงดูดข้าวให้อยู่ในระบบต่าง ๆ ท่านใช้เงินทั้งสิ้น ๔๒,๓๕๗ ล้าน เป็นเงินสินเชื่อ สินเชื่อก็หมายความว่า ข้าว ๒ ล้านตัน คนมาเข้าก็เอาไปเลย ๑๑,๐๐๐ ถ้าขายได้ก็มาใช้หนี้กัน สินเชื่อตัวนี้ถ้าไม่เป็นหนี้เสียรัฐบาลก็ไม่ต้องเสีย แล้วก็เป็นเงินที่จ่ายขาดในการประกันอีก ตันละ ๑,๕๐๐ ถ้าครบเป็นเงินอีกประมาณ ๖,๙๙๗ ล้าน โครงการมาตรการชุดนี้ เป็นมาตรการคู่ขนานที่ ๒ ไปถึงไหนแล้ว บางคนเขาก็อยากเห็นว่าเขาจะได้เงินไหม เงินมีไหม ถึงไหม
โครงการที่ ๓ เรื่องนี้คณะกรรมาธิการเราพูดถึงตลอด โดยเฉพาะแก้ไขปัญหา ราคาผลิตผลเกษตรกรรม เราเชิญมาถามเลยว่า โครงการที่ท่านบอกว่าสนับสนุนค่าบริหาร จัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรข้าวให้ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท คนละไม่เกิน ๒๐ ไร่ รวมเป็นเงินสูงสุด ๒๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้เป็นเงิน ๕๔,๙๔๒.๗๒ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จ ทั้ง ๓ โครงการ ๑๘๒,๔๗๕.๒๙ ล้านบาท หักโครงการที่บอกว่าเป็นสินเชื่อ อันนี้อาจจะ ไม่หายไปประมาณ ๓๕,๐๐๐ ก็ต้องมีเงินอีก ๑๔๐,๐๐๐ กว่า ตรงนี้มีความกังวล ห่วงใยมาก ตอนผมจะถามกระทู้ ผมลงเฟซบุ๊ก (Facebook) ไปพี่น้องส่งมาถามตลอดเลยว่าจะได้เมื่อไร จะได้ไหม เมื่อครู่ท่าน ส.ส. ในคณะกรรมาธิการเขาบอก ตกลงเขาให้ไหม ท่าน ส.ส. ธีระ ส.ส. กิตติศักดิ์ ทุกคนในสภา เงินทั้ง ๓ ก้อนจะได้ไหม จะได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมขอเรียนถาม เป็นครั้งเดียวก่อน แล้วเผื่อตกหล่นจะได้เพิ่มเติม
ข้อที่ ๑ ข้าวเราผลิต เราแพ้เวียดนาม เวียดนามเขาผลิตได้ไร่หนึ่งเกือบ พันกิโลกรัม ๘๐๐-๙๐๐ ของเรา ๓๘๐-๔๐๐ เราต้องเร่งพันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าวของเราท่านต้อง ดูด้วย พันธุ์ข้าวเราเราต้องใช้พันธุ์ข้าวมาในการที่เรียกว่า เปลี่ยนแปลงทุก ๓ ครอป (Crop) ตอนนี้พันธุ์ข้าว กรมการข้าวได้ผลิตได้ปีละ ๘๐,๐๐๐ ตัน เพิ่มอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน แต่เราต้องใช้ ๖๐๐,๐๐๐ ตันในการหมุนเวียน ปรากฏว่ากรมการข้าวมีศูนย์ ข้าวชุมชน และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์ทั้งหมด ๒๘ แห่งได้เงินไป ๑๖,๐๐๐ ล้านไปเรื่องของ ซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วก็ไปซื้อโรบอต (Robot) เพื่อมาจัด ต้องเร่งให้เขาทำ เพราะว่า ไม่อย่างนั้น การจัดการต้องมีเม็ดเงินให้เขาได้สามารถซื้อพันธุ์ข้าวมาทำ มาคัดพันธุ์ เพราะนี้ คือหัวใจ ต่อไปถ้าเราไม่มีข้าวหอมมะลิที่มีผลิตผลที่สูงมากขึ้นกว่า ๔๐๐ ไม่มีความหอม ความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นชั้นนำอาจจะล่มสลาย ซึ่งมีความเป็นห่วงมาก ตลาดส่งออก เราผลิตข้าวได้ปีละ ๒๐ ล้าน ทุกปีเราส่งได้ ๑๐ ล้าน ปีที่แล้วเราส่งได้ ๖ ล้านตัน มันน้อย มากเลย แล้วก็อันดับเราก็มา ๒, ๓ ตลอด เพราะฉะนั้นต้องเร่งในเรื่องของปัจจัยการผลิต เรื่องของต้นน ้า กลางน ้า ปลายน ้า เรื่องของการดูแล ในเรื่องการส่งออก แล้วก็ให้ทุน ในการพัฒนาพันธุ์ข้าว เรียนถามรัฐบาลมีแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวหอมมะลิ และข้าว ทุกตัวตกต ่าอย่างไร โดยเฉพาะที่ผมถามไปแล้ว ๓ เรื่อง เงินจะได้ไหม แล้วมีโอกาสและราคา ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ท่านจะควบคุมอย่างไรทั้งข้าว ทั้งพืชพันธุ์ ทั้งเมล็ดพันธุ์ ทั้งยาปราบศัตรูพืช ทั้งปุ๋ยอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะประกันรายได้ตามหนังสือที่กล่าว
ข้อที่ ๒ รัฐบาลมีแนวทางในการส่งเสริมปัจจัยการผลิต ได้แก่เมล็ดพันธุ์ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช การส่งเสริม การจำหน่าย การส่งออก การแปรรูปข้าวหอมมะลิ และการชดเชย ประกันรายได้ ที่ผมถามไปถามรวมเลยว่ามีแนวทางแก้ไขอย่างไร ท่านตอบให้พี่น้องประชาชน เขาฟังอยู่ ผมส่งข่าวไปหมดเลยว่าให้ฟังตั้งแต่ ๑๒.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๔.๐๐ นาฬิกา ว่าวันนี้ รัฐบาลตอบให้ชัดเลยว่า พรุ่งนี้ได้ มะรืนนี้ได้ หรือวันไหนได้ ได้เท่าไร แล้วกรรมาธิการบอกว่า ๑,๐๐๐ เดียวไม่พอเรื่องของพัฒนาคุณภาพข้าวกับปัจจัยการผลิต ตลอดจนเรื่องของบริหาร จัดการขอเป็น ๑,๒๐๐ ทำหนังสือไปแล้ว ท่านจุรินทร์รับไปแล้ว ได้ไหม ถ้าได้จะเป็น คุณประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ คำถามขอในช่วงนี้เท่านี้ก่อนครับ ท่านประธานครับ