พิทยา แจงตรวจสอบละเมิดสิทธิ-รับข้อเสนอแนะปรับปรุง กสม.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

พิทยา จินาวัฒน์ ชี้แจงการตรวจสอบกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่รอคำร้องเรียน พร้อมยืนยันความถูกต้องของกระบวนการและรายงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในประเด็นการชุมนุม การควบคุมฝูงชน และกฎหมายแรงงาน พร้อมย้ำว่า กสม. ชุดปัจจุบันได้นำข้อเสนอแนะไปใช้จริงร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและความคาดหวังของสังคม

นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพิทยา จินาวัฒน์ เป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดปัจจุบัน ชุดที่ ๔ ที่เพิ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ ในรายงานการตรวจสอบอันนี้อย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาเรียนนะครับ ก็คือเป็นเหตุการณ์ปี ๒๕๖๓ เดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม ก็ต้องขออนุญาตที่จะ กราบเรียนเบื้องต้นเลยว่า การตรวจสอบนั้นไม่ใช่ดำเนินการเมื่อมีผู้ร้องเรียนมาเท่านั้น เรามี การตรวจสอบตามกฎหมาย พ.ร.ป. ของทาง กสม. เองนั้น เป็นเหตุการณ์ซึ่งเราประสบ หยิบยกขึ้นเองได้ ในรายงานปี ๒๕๖๓ นี้รวมทั้งรายงานปี ๒๕๖๔ นั้นไม่ได้เพียงแต่อาศัย ข้อร้องเรียน เพราะทางเจ้าหน้าที่ของทางสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้น ไปสังเกตการณ์ และมีภาคีเครือข่ายได้ส่งข้อมูลเข้ามา ผมต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทั้ง ๕ ท่านเลยนะครับ

ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ท่าน ส.ส. สุเทพ ท่านได้กรุณา ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์มากถึงใน ๕ กรณี กระผมขอน้อมรับไปในเรื่องของการที่ละเมิด สิทธิของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการที่กระทรวงแรงงาน ในกรณีที่ ๑ หรือบริษัทรถยนต์ ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อแล้วกันนะครับเป็นกรณีที่ ๒ เรื่องของกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน แล้วก็มีประเด็นที่ไม่เหมาะสมเรื่องเหมาช่วง เรื่องบริษัทชุดชั้นในอะไร ต่าง ๆ นั้นขอน้อมรับแล้วก็จะนำไปดำเนินการเลยนะครับ

ประเด็นที่ท่าน ส.ส. อมรัตน์ได้กรุณาให้คำแนะนำ ก็ขออนุญาตกราบเรียน เลยครับว่า อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเรื่องของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง การที่ผู้แทนไทยนั้นได้ตอบตามกลไกยูพีอาร์ (UPR) หรือการทบทวนสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยนะครับ อันนี้ขออนุญาตที่จะน้อมรับไป จริง ๆ แล้ว กสม. เอง ก็มีข้อเสนอในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายพิเศษคือ พ.ร.บ. ฉุกเฉินไว้นะครับ

ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อไปครับ กรณีของท่าน ส.ส. เบญจา แสงจันทร์ ก็ต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านได้ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์มากเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ปัญหาที่ท่านหยิบยกขึ้นมา รวมทั้งข้อเสนอใน ๓ ประการ เรื่องการลด ความขัดแย้ง ข้อเสนอของรายงานฉบับนี้อะไรต่าง ๆ นั้นขอน้อมรับด้วยความเคารพนะครับ

ท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ จากจังหวัดพิษณุโลก ต้องกราบขอบพระคุณมาก ท่านศึกษารายงานนี้อย่างละเอียด แล้วก็ได้ให้คำแนะนำพร้อมทั้งคำถาม ซึ่งผมก็ขออนุญาต กราบเรียนว่าในเรื่องของข้อร้องเรียนนั้น เรารับมาแล้วเราก็มีข้อมูลเพิ่มเติมอย่างอื่นนะครับ ความถูกต้องของรายงานนั้นขออนุญาตน้อมรับไป เข้าใจว่าจะเป็นความปรารถนาดีของ ท่านประธานรัฐสภาที่จะให้มีผู้แทนของทางฝ่ายรัฐบาล และทางฝ่ายค้านในรายงานนั้น แต่อย่างไรก็ขออนุญาตที่จะไปตรวจสอบ เรื่องของรายชื่อของตำรวจนั้นจะเกี่ยวข้องกับ ในเรื่องของเส้นทางของรายงานการตรวจสอบนะครับ ปกติเราจะมีส่งไปที่หน่วยงาน ต้นสังกัดคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการภายใน ๙๐ วัน หลังจากนั้นเราส่งไปที่ ครม. ให้มีการดำเนินงาน แล้วก็สุดท้ายในกฎหมายได้กำหนดไว้ก็คือ การเผยแพร่ต่อ ประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้ทราบในเรื่องของสถานการณ์ ท่านมีข้อคิดเห็น คำแนะนำ ในเรื่องของการพบปะของผู้นำ อันนี้ก็ขออนุญาตน้อมรับไว้นะครับ

สุดท้ายของท่าน ส.ส. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านมีความรู้ ความเข้าใจ ความเป็นมาของ กสม. ดี แล้วก็สะท้อนในเรื่องของความคาดหวัง ของพี่น้องประชาชนที่มีต่อ กสม. อันนี้ก็ขออนุญาตน้อมรับ เพราะว่าคำแนะนำของท่าน มีประโยชน์ทั้งนั้น ในรายงานฉบับนี้จริง ๆ แล้ว กสม. ชุด ๓ ซึ่งได้สิ้นสุดวาระไปแล้ว ได้มีการ ระบุในเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วก็มีข้อเสนอให้แก้ไขไว้ในหลายส่วนด้วยกัน แต่ขออนุญาตผมยกตัวอย่างแค่นั้นเอง ในประเด็นที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นหัวข้อใหญ่การจัดการ และบังคับใช้กฎหมาย ก็มีข้อคิดเห็นหรือว่า พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะนั้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในส่วนของการแจ้งการชุมนุมมาตรา ๑๐ ถึงมาตรา ๑๔ ไม่สอดคล้องกับหลักการ สิทธิมนุษยชน อันนี้เราก็มีข้อเสนอไป เรื่องของการใช้ พ.ร.ก การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อันนี้ก็มีข้อเสนอไป การปฏิบัติต่อสื่อมวลชนอย่างที่ท่านได้กรุณาแนะนำมา อันนี้ก็ชัดเจนว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการจำกัดเสรีภาพ การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐในการควบคุมดูแลการชุมนุม มีหลาย การชุมนุม ซึ่ง กสม. ชุดที่ ๓ ได้ระบุไปเลย เช่น การจับกุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ขั้นตอน นี่เขียนไว้ เรื่องของ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๓ คณะราษฎร์กับศูนย์รวมประชาชนก็มีการระบุไว้นะครับ เรื่องของการ สลายการชุมนุม ๑๖ ตุลาคม ไม่สอดคล้องกับหลักสากล การควบคุมฝูงชนโดยใช้รถฉีดน้ำ แรงดันสูงที่หน้าศาลฎีกาเมื่อ ๘ พฤศจิกายน ก็ไม่สอดคล้องกับหลักการใช้กำลัง หน้าอาคาร รัฐสภาเมื่อ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ พอดีมีการฟ้องต่อศาลปกครอง และนอกจากนั้นในเรื่อง ของการดำเนินคดี ซึ่งเป็นประเด็นที่ ๓ นั้น กสม. ก็ได้วินิจฉัยว่า ในเรื่องของการดำเนินคดีต่อ แกนนำหรือกับผู้ชุมนุม ถึงแม้ว่าจะมีหมายจับจากศาล ซึ่งศาลท่านได้กรุณากลั่นกรองโดยใช้ ดุลยพินิจแล้ว แต่ก็มีการตั้งข้อหาในฐานความผิดที่เล็กน้อย อันนี้ก็ได้มีข้อเสนอต่าง ๆ ไป การจับกุม ควบคุมผู้ถูกจับที่ไม่เหมาะสม เช่น จับในเวลากลางคืน แต่งกายนอกเครื่องแบบ ไม่ใช้รถราชการควบคุมตัว ซึ่งไม่ได้ใช้ประกาศตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปที่ ตชด. ภาค ๑ ก็มีการระบุไว้ และข้อเสนอที่เราเสนอไปอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาแนะนำเพิ่มเติมนั้น ก็จะมี ถึงหน่วยงานต่าง ๆ ก็ขออนุญาตกราบเรียนโดยสรุปครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ทาง กสม. ชุดนี้ขอน้อมรับ เพราะว่าเราได้สรุปบทเรียนการทำงานของ กสม. ชุดที่แล้ว ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และมีการพบปะกับทางผู้แทนองค์กรภาคี ในกรณีที่มีการชุมนุม นั้นได้ไปพบกับผู้ชุมนุม พบกับทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ มีการหารือ มีข้อมูลสังเกตการณ์อะไรต่าง ๆ และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปี ๒๕๖๔ ถ้าท่าน ส.ส. ที่เคารพจะได้เห็นแม้กระทั่งในเรื่อง ของยุทธวิธีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็มีการปรับเปลี่ยนตามคำแนะนำ เช่น การใช้ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) การที่เปิดพื้นที่ให้ใช้การเจรจาต่าง ๆ อันนี้ก็ได้รับ คำแนะนำจากทางสภา จากทางผู้หลักผู้ใหญ่และองค์กรภาคีต่าง ๆ

สุดท้ายก็ต้องกราบขอบพระคุณครับ แล้วก็ขอน้อมรับคำแนะนำด้วย ความเคารพจริง ๆ และจะนำไปปรับปรุงให้ กสม. ซึ่งใช้เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนได้ ทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ ตามความคาดหวังของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ กราบขอบพระคุณครับ