คมกฤช ตันตระวาณิชย์ หารือเรื่องการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เช่น ราคาคงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเชื้อเพลิง และช่วยเสริมความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้ยังพูดถึงโซลาร์ (Solar) ประชาชน ซึ่งเป็นโซลาร์ (Solar) ที่ประชาชนผลิตเองเพื่อใช้เอง ไม่ขายเข้าระบบ โดยมีจุดประสงค์เพื่อประหยัดพลังงานในการใช้ไฟฟ้าของตัวเอง และขายส่วนที่เหลือในราคาที่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องแก๊สชีวภาพ และโซลาร์เซลล์รูฟท็อป หารือเรื่องกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง และเรียกร้องการปรับปรุงระบบวัน สต็อป เซอร์วิซ และให้ความเป็นธรรมกับทุกข้อเสนอ
กราบเรียนท่านประธานและท่าน ส.ส. ที่ถามคำถาม และขอขอบคุณ ที่ให้ความสนใจในกิจการพลังงาน แล้วก็ถามเรามา
ก่อนอื่นผมขออนุญาตตอบคำถามของคุณสมเกียรติ ส.ส. พรรคก้าวไกล ในประเด็นของการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศจะทำให้ค่าไฟถูกลงหรือเปล่า อันนี้ต้องเรียน นิดหนึ่งว่าการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่เราจะซื้อไฟฟ้าจากลาวซึ่งเป็นพลังน้ำ ข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังน้ำก็คือราคาคงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเชื้อเพลิง ตกลงราคาไหนแล้วจะได้ราคานั้นไปตลอด อายุสัญญา อันนี้คือจะเป็นส่วนที่ช่วยเสริมความมั่นคง เพราะว่าถ้าเกิดเราใช้เชื้อเพลิงเป็น แก๊สธรรมชาติ หรือน้ำมันในช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงมันแพงมันก็จะพุ่งสูงขึ้นไป แต่ราคาของ พลังน้ำจะคงที่ เพราะฉะนั้นมันก็จะช่วยทำให้ระบบเรามีการเขาเรียกว่าสามารถที่จะสมดุล กันได้ในราคาที่เป็นธรรม
นอกจากนี้ที่ว่าเรื่องของการสร้างสายส่ง ต้องเรียนว่าการสร้างสายส่งของ โรงไฟฟ้าจากต่างประเทศค่าใช้จ่ายฝั่งไหน ฝั่งนั้นออก ก็คือว่าในฝั่งที่เป็นของลาวทางลาว ก็ออกเอง ในฝั่งที่อยู่ฝั่งไทยเราก็ออกในฝั่งนั้นเอง แต่ว่าเราออกแล้วเราก็สามารถนำไป ใช้ประโยชน์ทางด้านอื่น ๆ ได้อีก ก็เป็นการลงทุนเพิ่มเติมบ้าง แต่ว่าก็ได้นำไปใช้ประโยชน์ ได้ด้วย
ถัดมาก็คือเรื่องของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบที่เรียน ถามว่าจะช่วยทำให้ค่าไฟ เกิดการสมดุล บางช่วงก็จะเห็นว่าเราก็จะได้ค่าไฟ สังเกตหลาย ๆ ทีช่วงที่เชื้อเพลิงแพง เราก็จะเห็นว่าพลังน้ำก็จะใช้ประโยชน์ได้มาก แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันถ้าเรามา พูดถึงเรื่อง คอป ทเวนตีซิก (COP26) พลังน้ำก็ถือเป็นพลังงานสะอาดอีกตัวหนึ่ง ก็อาจจะมา ใช้เป็นประโยชน์ในการที่จะกำหนดว่า เรามีการใช้พลังงานบางส่วนในระบบได้ด้วยนะครับ
ถัดมาเรื่องค่าไฟที่แพง เนื่องจากว่าสต็อก (Stock) เยอะเกินไปหรือเปล่า ก็ต้องเรียนว่า ทางภาคพลังงานเราแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนนโยบายกับส่วนกำกับ ส่วนนโยบาย เขาก็จะวางแผน เรียกว่าแผนพีดีพี (PDP) ก็จะมีกำหนดการสร้างโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ไว้ในแผน ก็ต้องเรียนว่าโรงไฟฟ้า ๑ โรง อาจจะใช้เวลาสร้าง ๓ ปี ๔ ปี เพราะฉะนั้นเวลาเขาสร้าง มาปุ๊บ แล้วถ้าเกิดไม่มีความต้องการใช้ไฟฟ้า มันก็อาจจะดูสวิง (Swing) ก็คืออาจจะมีสูงบ้าง ต่ำบ้าง แต่ผมก็ต้องเรียนว่าค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้า ถ้าเทียบเป็นสัดส่วนในค่าไฟถือว่าไม่เยอะ ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ก็คือประมาณ ๔๐ สตางค์ ส่วนที่เราจ่ายแพง ๆ มันเป็นเรื่องของค่าพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน แต่ถามว่ามีส่วนไหมในช่วงที่เรา กำลังผลิตเหลือเยอะ ๆ ก็มีส่วน ก็เข้าใจว่าภาคนโยบายก็กำลังจะปรับแผน ปรับอะไร ต่าง ๆ ให้ลดลงไป ในฝั่งเรากำกับเราก็พยายามที่จะลดอยู่ แต่ว่าค่าไฟหลัก ๆ มันมาจาก ค่าเชื้อเพลิง
ถัดมาในประเด็นของโซลาร์ (Solar) ประชาชน ก็ต้องเรียนว่าแนวที่มาของ โซลาร์ (Solar) ประชาชน เกิดมาจากในอดีต ซึ่งมีโซลาร์ (Solar) เรียกว่าเป็นโซลาร์ ฟาร์ม (Solar Farm) ทำแล้วขายเข้าระบบอย่างเดียว ค่าไฟช่วงนั้น มันจะเป็นราคาแพง แล้วคนก็ ทำเข้ามาค่อนข้างเยอะ ถัดมาก็จะมีโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) บนหลังคา ทำแล้วขาย เข้าระบบอย่างเดียวเช่นกัน คนก็จะสนใจทำเข้ามาเยอะอีกเหมือนกัน เพราะว่าดูแล้ว ได้กำไรค่อนข้างเยอะ แต่โซลาร์ (Solar) ประชาชนจะคนละหลักการกับโซลาร์ (Solar) ที่ขายเข้าระบบ โซลาร์ (Solar) ประชาชนเราต้องการที่จะให้ประชาชนรู้ว่า ทำแล้วจะช่วย ประหยัดพลังงานในการใช้ไฟฟ้าของตัวเอง ปัจจุบันถ้าบ้านประชาชนซื้อไฟจากระบบก็จะ เสียค่าไฟประมาณหน่วยละ ๓ บาทกว่า ๆ ๓.๘๐ บาท เกือบ ๔ บาท แต่ถ้าผลิตแล้วใช้เอง ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายไป ๓ บาทกว่า ๆ ดังนั้นโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชนเราก็ลิมิต (Limit) กำหนดไว้ว่าขายเข้าระบบได้ไม่เกิน ๑๐ กิโลวัตต์ พีก (Peak) เพราะฉะนั้นประชาชน ที่ติดตั้งโซลาร์ (Solar) ก็อาจจะต้องประเมินดูว่าการติดตั้งควรจะติดตั้งแต่พอดี ให้สำหรับ ใช้งานในบ้านตัวเองเท่านั้น ก็คือว่ามีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันที่โซลาร์ (Solar) ผลิตไฟฟ้าได้ ก็พยายามจะให้ใช้ประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด ส่วนที่เหลือออกมาเราก็จะให้ ขายในราคาที่เป็นธรรม ก็คือว่าขายเข้าไปแล้วไม่เป็นภาระต่อผู้รับซื้อเช่นกัน แล้วก็ รับซื้อหมด แต่รับซื้อในราคาที่ไม่เป็นภาระ เพราะว่าเรื่องโซลาร์ (Solar) เองก็มีคนมอง อีกมุมหนึ่ง ก็อาจจะบ่นกับทางเราว่าการรับซื้อมาก็จะทำให้ค่าไฟในระบบรวมแพงขึ้น เพราะฉะนั้นเราก็เลยเหมือนกับออกแบบโซลาร์ (Solar) ประชาชนให้เกิดประโยชน์ของ ทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ และผู้ขายเอง ประชาชนเองก็จะได้เข้าใจคำว่าโซลาร์ (Solar) แล้วก็พยายามผลิตเพื่อใช้เองให้ได้มากที่สุด ส่วนที่เหลือขายให้มันน้อย เพราะว่าถ้าขายออกไปมันจะราคาถูกกว่าที่จะผลิตใช้เอง แล้วก็ อีกอย่างหนึ่งสำหรับโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชนนี่เรากำหนดให้เฉพาะมิเตอร์ (Meter) ที่เป็นบ้านอยู่อาศัย บ้านอยู่อาศัยส่วนใหญ่อาจจะติดตั้งได้ประมาณ ๕ กิโลวัตต์ น้อยหลังมากที่จะติดตั้งได้ ๑๐ กิโลวัตต์ อันนั้นคือจะต้องเป็นบ้านที่ไซส์ (Size) ขนาดใหญ่ จริง ๆ ครับ มันก็เลยเป็นที่มาของโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชน แล้วก็การสนับสนุน โซลาร์ (Solar) ภาคประชาชนเราเปิดมาอย่างต่อเนื่องนะครับ ถ้าผมจำไม่ผิดตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ยังไม่เคยหยุด คือมีคนที่ต้องการจะติดก็ติดมาได้เรื่อย ๆ อันนี้เราไม่ได้ หยุดในโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชน แต่ว่าโซลาร์ (Solar) ที่มีการรับซื้อ อันนี้ทางภาครัฐ หรือประชาชนต้องจ่ายค่าสนับสนุนในรูปแบบของเอฟที (FT) อันนี้ทางนโยบายก็จะดู ความเหมาะสมว่าจะซื้อในจำนวนเท่าไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระเกินไป แต่อย่างไรก็ตามมันก็จะ มีโซลาร์ (Solar) อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเราเปิดเลยก็คือว่าโซลาร์ (Solar) ที่ผลิตและใช้เองโดย ไม่ขายออกจากระบบ อันนี้เราปล่อยให้ทำได้เต็มที่เลย ไม่ว่าจะขนาดเท่าไร อย่างไร ท่านสามารถติดตั้งได้เลย จะเป็นพวกโรงงานหรืออะไรต่าง ๆ อันนี้เปิดตลอด ทำได้ตลอด เกิน ๑๐ มีหลาย ๆ กลุ่มนี่เข้ามาขออยู่ประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ กิโลวัตต์ต่อหลังคาโรงงาน อันนี้เราเปิดเต็มที่นะครับ เราไม่ได้มีข้อห้ามนะครับ แล้วก็ยังดำเนินการสนับสนุนให้ด้วย โดยที่ประสานกับการไฟฟ้าในการลดเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ว่าในเงื่อนไขการเชื่อมต่อ เงื่อนไข ในการจดแจ้งอะไรต่าง ๆ ถ้าจะเห็นว่าจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันเราก็ได้มีการปรับปรุงพวกนี้ ต่าง ๆ ให้ได้ง่ายขึ้นพอสมควร แต่ว่าก็เรียนอาจจะมีอุปสรรค บางคนอาจจะมองเห็นว่า มันอาจจะไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเราก็พยายามจะปรับปรุงอย่างต่อเนื่องครับ ไม่ว่าจะ เรื่องของราคาการเชื่อมต่อ หรือการให้บริการต่าง ๆ ให้ได้เร็วขึ้น เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผู้ที่นิยมที่จะติดตั้งและใช้เองเป็นหลักนี่ เราอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ครับ
ถัดมาของท่านอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องแก๊สชีวภาพ อันนี้ก็ต้องเรียนว่า ตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงานเรานี่เราดูแลในส่วนของไฟฟ้าเป็นหลัก แล้วก็ แก๊สธรรมชาตินี่เป็นอีกส่วนหนึ่ง สาเหตุก็เพราะว่าแก๊สธรรมชาตินี่เราใช้ในการผลิตไฟฟ้า เกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการใช้แก๊สธรรมชาติเยอะก็จะส่งผลต่อราคาไฟฟ้า ค่อนข้างจะเยอะ เพราะฉะนั้นตาม พ.ร.บ. นี่กำหนดให้เราดูไฟฟ้ากับแก๊สธรรมชาตินะครับ ต้องขออภัยว่าทาง กกพ. นี่ตามอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ดูเรื่องราคาน้ำมัน อันนี้คือตอบคำถามของท่านสมเกียรติ ส.ส. พรรคก้าวไกลนะครับ
ถัดมาคำถามของท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ก็ถามมา ในลักษณะ ก็คือโซลาร์ เซลล์ รูฟท็อป (Solar Cell Rooftop) หายไปไหน แบบที่เรียนว่า ถ้าเป็นการขายเข้าระบบอย่างเดียว อันนี้ต้องรอภาคนโยบายกำหนดมาก่อน เพราะว่ามันจะมี ส่วนเพิ่มที่ทางภาครัฐต้องจ่ายอยู่ในรูปของนำไปคิดคำนวณค่าเอฟที (FT) อันนี้ต้องรอ ภาคนโยบาย แต่ว่าในส่วนของการติดตั้งเอง ใช้เอง อันนี้เราเปิดตลอดนะครับ วัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) แบบที่เรียนก็คือ เราก็พยายามปรับปรุงระบบวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) ก็คือเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ ก็พยายามที่จะดำเนินการแก้ไข กฎหมายต่าง ๆ เพื่อที่จะให้รองรับระบบวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) ตามนโยบายของการปฏิรูปประเทศเพื่อพลังงาน แต่ในส่วนของปรับตกอะไรต่าง ๆ นี่เข้าใจว่า เป็นเรื่องของโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งอันนี้เรามีคณะกรรมการ ซึ่งมีจากหลายหน่วยงาน มาตรวจสอบดูแล แล้วเราคงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกข้อเสนอ ก็คือถ้าบางรายที่เสนอ เข้ามาปุ๊บถ้าเอกสารไม่ครบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ อันนี้เราก็คงปรับตกนะครับ การพิจารณา ของเรา เราไม่ได้ดูราคาก่อนนะครับ ก็คือเราดูข้อมูลทางด้านเทคนิค ดูเอกสารก่อน ถ้าตกปุ๊บ เราก็ไม่ดูราคา เราก็ไม่เอามาพิจารณาทางด้านราคานะครับ
สำหรับเรื่องเงินกองทุน เราก็มีเงินกองทุนที่เราใช้อยู่ มาตรา ๙๗ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) นะครับ ก็มีในเรื่องของ (๓) ก็จะเป็นกองทุนรอบโรงไฟฟ้า อันนี้เดี๋ยวผมขออนุญาต ให้ทางท่านรองเลขาธิการฤดีเป็นคนชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ