พิทยา แจงบทบาท กสม. คุ้มครองสิทธิ-ทบทวนอำนาจทหาร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

พิทยา จินาวัฒน์ ชี้แจงต่อที่ประชุมในฐานะตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลังได้รับมอบหมายแทนผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ โดยกล่าวถึงภารกิจของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ทั้งการป้องกันการทรมาน การสูญหาย และการละเมิดสิทธิโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในบริบทการปฏิบัติหน้าที่ของทหารและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าในการพัฒนาเจ้าพนักงานให้สอดคล้องกับกฎหมายยาเสพติดใหม่ และการทบทวนคำสั่งที่ให้อำนาจทหารมากเกินไปเพื่อลดผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขณะเดียวกันก็ชื่นชมและรับข้อเสนอแนะจาก ส.ส. ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะด้านสิทธิมนุษยชนให้กับเจ้าหน้าที่ การเสริมสร้างความรู้นอกเหนือภารกิจความมั่นคง และการเผยแพร่ช่องทางการเข้าถึงความยุติธรรม ซึ่งจะนำไปปรับใช้ในการทำงานของคณะกรรมการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. ทั้ง ๔ ท่านที่ได้กรุณาถามคำถามและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ก่อนอื่นผมขออนุญาตแนะนำตัวผมชื่อ นายพิทยา จินาวัฒน์ เป็นที่ปรึกษาประจำ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบัน ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจง อาจจะเป็น เพราะว่าผมเคยรับราชการที่สำนักงาน ป.ป.ส. อยู่ ๓๐ กว่าปี และที่กระทรวงยุติธรรมก่อนที่ จะเกษียณมา ๑๐ ปี และได้มาทำงานที่ทางสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งเลย ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนในประเด็นที่สำคัญ ทางกรรมการสิทธิตั้งใจที่จะมา อันนี้เรียนจริง ๆ ครับ แต่วันนี้ท่านประธานและกรรมการ ไปพบท่านประธานศาลปกครอง อีก ๒ ท่านลงพื้นที่ที่จังหวัดตาก มี ๖ คน ก็เลยมอบหมาย ให้กระผมมาทำหน้าที่ชี้แจง

ประเด็นที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิได้กรุณาถาม ผมต้องชื่นชมและขอบคุณท่าน มากเลยที่ท่านเคยทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องมา ทราบว่าถึง ๙ ปี และท่านเป็น ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสิทธิเด็ก ท่านก็จะทราบปัญหาอุปสรรคอะไรต่าง ๆ อันนี้ต้อง กราบขอบพระคุณ จะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในประเด็นที่ท่านกรุณาให้คำแนะนำมา ทางกระผมต้องขอน้อมรับไว้ในเรื่องของคำแนะนำที่ทรงคุณค่านะครับ ในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นในช่วงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่ ๓ แต่มีผลต่อเนื่องมาถึง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบัน และเป็นช่วงเวลาที่กำลังมีกฎหมายยาเสพติด ใหม่ ทั้ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด และประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งก็ได้รับ ความกรุณาจากทางสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้ที่ขับเคลื่อนให้มีกฎหมายใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นคุณ แก่ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน อันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียน กราบเรียนในเรื่องของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งได้มีข้อมูลไป เนื่องจากในอดีตนั้นก็มีการแต่งตั้งจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วยด้วยกัน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจที่จะช่วยกันทำงานในเรื่องของการปราบปราม ยาเสพติด อย่างไรก็ตามก็จะมีระเบียบเกี่ยวกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไว้ เพื่อให้การปฏิบัติ หน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมีการกำกับดูแล มีการพัฒนา ต่าง ๆ ล่าสุดนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้สั่งการให้ทางสำนักงาน ป.ป.ส. มีการทบทวนในการถอดถอน รวมทั้งเตรียมการที่จะพัฒนาเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้รองรับกับ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายใหม่

ในส่วนที่หน่วยเหนือปฏิบัติต่อทหารชุดปฏิบัติการซึ่งไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ในทางคดีต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของทางศาลทหาร เนื่องจากผู้กระทำความผิดเป็นทหารที่กระทำความผิดในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ปราบปรามยาเสพติด อันนี้ก็ขึ้นศาลทหารอยู่ อย่างไรก็ตามในเรื่องของการเยียวยาก็จะมี การเยียวยา โดยหน่วยงานต้นสังกัดในทันทีรวมทั้งจะต้องมีการเยียวยาตามกฎหมายต่าง ๆ ต่อไป เรื่องของวินัยทหารนั้นถือว่าเป็นกฎหมายและระเบียบที่หน่วยงานต้นสังกัดของทหาร จะดำเนินการต่อทหารในหน่วยงานของตน ก็ขออนุญาตกราบเรียนในเรื่องของผลของ การตรวจสอบนี้ก็ชัดเจน มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนทำให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ขออนุญาตกราบเรียนครับ ทาง กสม. ก็ได้มีข้อเสนอไปแล้ว และสิ่งที่สำคัญเนื่องจาก มีข้อจำกัดของทางกำลังพลในการที่จะทำงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ถึงมีคำสั่ง ของหัวหน้า คสช. ทั้ง ๒ คำสั่งออกมา อย่างไรก็ตามคำสั่งนี้ได้ให้อำนาจของทางทหารมาก นอกจากเป็นเจ้าพนักงานตาม ป. วิ.อาญา แล้ว ยังมีอำนาจแบบเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ด้วย และมีความเสี่ยงที่จะไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทาง กสม. เองก็ได้มีข้อเสนอให้ ยกเลิกคำสั่งนี้ อย่างไรก็ตามก็ได้มีการพิจารณาโดยทางหน่วยเหนือ และมีคำตอบมายังทาง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องคงคำสั่งนี้ไว้ แต่จะปรับปรุงองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามคำสั่งทั้ง ๒ คำสั่งนี้ บรรลุวัตถุประสงค์และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้น้อยที่สุด ซึ่งเราก็มี การติดตาม ขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าหลังจากเหตุการณ์นี้เราพบว่าคดีที่เกิดขึ้น หรือข้อร้องเรียนที่มายังสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจากการปฏิบัติหน้าที่ ของทหารนั้นลดน้อยลง อันนี้เป็นข้อมูลซึ่งเราได้ติดตามความคืบหน้าครับ

ในส่วนข้อเสนอที่สำคัญที่เราได้นำเรียนไปยังรัฐสภา รวมทั้งคณะรัฐมนตรี เราต้องการที่จะมีการป้องกันและแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างและระบบงาน ต้องกราบ ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งในขณะนี้ก็ได้ทราบความคืบหน้า จากการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. นี้ไปถึงครั้งที่ ๑๖ แล้ว ล่าสุดคือเมื่อวานนี้ โดยทางท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นประธาน ผมก็มั่นใจเลยครับว่า จากการสนับสนุนของทาง ส.ส. ผู้ทรงเกียรติจะทำให้เราได้มีกฎหมายที่จะทำการป้องกันและ แก้ไขปัญหาดังกล่าวครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิได้กรุณาถามและให้คำแนะนำ

สำหรับท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นะครับ ผมต้องขอบพระคุณ เลยครับว่า ในข้อเสนอคำแนะนำในเรื่องของการยกเลิก คำสั่งทั้งสองนี้นะครับ อันนี้เราก็ได้ ติดตามความคืบหน้าที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว แล้วก็พยายามที่จะมีข้อเสนอที่จะป้องกัน ปัญหาจากการติดตามเราก็ทราบว่า ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งทหาร รวมทั้ง ตำรวจได้มีการปรับปรุงในเรื่องของคู่มือปฏิบัติงาน มีการฝึกอบรม แล้วก็มีการติดตามนิเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ทั้งทางทหาร ตำรวจ มีการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน อันนี้ ก็ต้องกราบเรียน

ขออนุญาตไปในคำถามและคำแนะนำของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ท่านได้กรุณาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลย ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของ ทางทหาร ซึ่งโดยหลักแล้ว ทหารก็ได้มีการฝึกอบรมเทรน (Train) มาเพื่อทำหน้าที่ในเรื่อง ของความมั่นคงแห่งชาติ ป้องกันอริราชศัตรู เมื่อทหารจะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ บังคับกฎหมาย มีอำนาจตาม ป. วิ.อาญา และรวมทั้งอำนาจในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จำเป็นจะต้องมีความรู้ในเรื่องของกฎหมายสิทธิมนุษยชน นอกเหนือจากกฎหมาย ทหารต่าง ๆ อันนี้ก็ได้มีการหารือแล้วก็ได้มีการพัฒนากำลังพลของทางทหาร ทั้งโดยทาง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งโดยกระทรวงยุติธรรมมีการฝึกอบรม ปรับปรุงคู่มือ แม้ขณะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ก็มีอบรมออนไลน์ (Online) ทำให้ทางทหาร แล้วก็ทางตำรวจได้มีความเข้าใจในเรื่องของความสำคัญของ สิทธิมนุษยชน อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะกราบขอบคุณ ในเรื่องของรีสกิล (Reskill) ที่ท่านกรุณา ให้คำแนะนำมาครับ

ขออนุญาตไปที่ ส.ส. สมคิด เชื้อคง นะครับ ต้องกราบขอบพระคุณเลยครับ ที่ให้คำแนะนำที่มีคุณค่ายิ่ง จากข้อมูล ข้อร้องเรียน และจากคดีเราก็พบว่ามีการละเมิด สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ในเรื่องของการละเมิดเรื่องของสิทธิทาง ชีวิตและร่างกายโดยทางเจ้าหน้าที่รัฐ ตามที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลมาในส่วนของทาง กสม. เองก็ไม่ได้ทำงานเพียงหน่วยเดียว เพราะเรามีข้อจำกัดในเรื่องของทางบุคลากร กำลังคนนะครับ ก็ได้ความกรุณาจากภาคี ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ และจากทาง ภาคประชาสังคม แล้วก็ภาคเอกชนที่มาช่วยกันทำงาน ผมต้องกราบขอบพระคุณ ในคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้ว่า กสม. ทำอะไรอยู่ ถ้าเกิดมีการกระทบ สิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านจะไปติดต่อช่องทางหาความเป็นธรรมยังหน่วยงานใดบ้าง กราบเรียนท่านว่าไม่จำเป็นต้องมาที่ กสม. อย่างเดียว มีหน่วยงานในระดับพื้นที่ในระดับ จังหวัดอะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็เป็นข้อมูลที่เราได้ถ่ายทอด เผยแพร่ไปยังประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ดำรงธรรม ทางอัยการ คสช. สภาทนายความ ภาคประชาสังคมอะไรต่าง ๆ อันนี้จะเป็น ข้อมูลที่จะทำให้ กสม. ทำงานร่วมกับภาคี เพื่อเป็นประโยชน์ในเรื่องของการอำนวย ความยุติธรรม ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพอีกครั้งหนึ่งครับ

สุดท้ายครับท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ผมต้อง กราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า กราบขอบพระคุณมากในคำแนะนำ ซึ่งทาง กสม. ชุดนี้เพิ่งเข้ามา ทำงานเพียง ๓-๔ เดือน ผมเองก็มาทำงานเป็นที่ปรึกษา หลังจากที่เคยรับราชการมา ก็จะขอนำคำแนะนำที่ทรงคุณค่าของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ นำไปเรียนทาง กสม. แล้วก็ นำไปสู่การปฏิบัติงานต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ