ณัฐวุฒิ ตั้งคำถาม ปมกรรมการสิทธิฯ ไม่ร่วมชี้แจงในสภา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งคำถามถึงการไม่มีตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนร่วมชี้แจงในสภา พร้อมวิพากษ์การตรวจสอบกรณีทหารถูกกล่าวหาซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัยจนเสียชีวิต ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และตั้งข้อสังเกตการเพิกถอนบัตรเจ้าหน้าที่จำนวนมาก รวมถึงเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงแนวคิดการใช้กฎหมายวินัยทหาร ผลักดันให้คดีละเมิดสิทธิมนุษยชนถูกถ่ายโอนมาอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ส่งเสริมมาตรการป้องกันและเยียวยาอย่างเป็นระบบ พร้อมผลักดันการศึกษาสิทธิมนุษยชนและสันติวิธีเพื่อสร้างวัฒนธรรมการเคารพสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมและสอบถามในรายงานผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๖๓/๖๔ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๔ ก่อนอื่นครับ ผมอาจจะ ต้องแสดงความผิดหวังที่วันนี้ผู้ที่มาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้มิใช่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้ง ๗ คน หรือเพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แน่นอนครับ ท่านอาจจะบอกว่านี่เป็นการรายงาน เฉพาะเคส (Case) มิใช่รายงานประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือเป็นกรณีที่ทางกรรมการนั้นมีภารกิจใด ๆ ต่าง ๆ ถ้าเป็นสมัยที่ผมยังเป็นอนุกรรมาธิการ อยู่ในกรรมการสิทธิมนุษยชนนะครับ อยู่ที่นั่น ๙ ปีนะครับ ผมก็ทราบดีว่าวันพุธจะเป็นวันที่ ท่านทำการประชุมเรื่องรายงานประจำสัปดาห์ แต่ผมไม่ทราบว่าวันนี้เพราะเหตุใดถึงไม่มี ตัวกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ในหนึ่งในผู้ชี้แจง นั่นเป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะ สอบถามก่อนครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้เป็นเรื่องสิทธิและเสรีภาพในชีวิต ร่างกาย กรณีการกล่าวอ้างว่าทหารทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัว สถานะของเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่ทั้งสิ้น ๓ ประการ ย่อยด้วยกันครับ อย่างแรกเลยก็คือในสถานะที่ผู้กระทำความผิดนั้น เป็นทหารเป็นผู้ในระดับ ปัจเจกกับบุคคล แต่ผมยังไม่ได้ดูในเชิงรายละเอียดว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นอยู่ภายใต้คำสั่ง หรือการรับรู้ของผู้บังคับบัญชาหรือไม่

สถานะที่น่าสนใจประการที่ ๒ ครับ ก็คือสถานการณ์เป็นเจ้าหน้าที่ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เมื่อไม่กี่วันมานี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีการยกเลิกเพิกถอนบัตรเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ซึ่งอยู่ใน หน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทหาร กรมการปกครอง หน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้องถึงกว่า ๗,๐๐๐ รายหรือไม่

สถานะประการที่ ๓ ครับ นี่คือหนึ่งในเรื่องของการซ้อม อุ้มหาย ทรมาน ซึ่งขณะนี้สภาของเรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำทรมานและ การบังคับให้บุคคลสูญหาย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่คำถามของผม ในประการที่ ๒ ครับ เมื่ออ่านรายงานทั้งหมดก็ปรากฏว่าเคส (Case) นี้นะครับ มีการใช้ พ.ร.บ. วินัยทหารในการลงโทษผู้กระทำความผิด ผมไม่ทราบว่ามีการขึ้นศาลทหารหรือไม่ แต่ผมไม่เห็นข้อเสนอว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนจะตั้งคำถามว่ากรณีทหาร หรือกรณี เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้กระทำความผิดอื่น ๆ แต่การกระทำของเขาเข้าข่ายเป็นการกระทำอาญา ต่อบุคคล เพราะเหตุใดถึงยังขึ้น หรืออยู่ในระบบการพิจารณาของทหาร แล้วมีข้อเสนอว่า ควรจะดึงเรื่องเหล่านี้ออกไปแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในศาลยุติธรรมหรือไม่ นั่นเป็น ประการที่ ๒ ครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ รายงานของสำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนฉบับนี้ มีข้อเสนอแนะอยู่ในหน้าที่ ๒๐ ในข้อที่ ๕ อยู่ทั้งหมด ๒ ประการใหญ่ ด้วยกัน

ประการที่ ๑ ก็คือข้อเสนอแนะมาตรการในเชิงการป้องกันหรือแก้ไข การละเมิดสิทธิมนุษยชน

ประการที่ ๒ คือข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

แน่นอนครับ เวลาที่เราพูดถึงรายงาน หลังพิงของกรรมการสิทธิมนุษยชน ก็คืออนุสัญญา หรือหลักการระหว่างประเทศ แต่สิ่งที่รายละเอียดไม่ได้เขียนไว้คือวิธีคิดครับ หรือไมนด์เซ็ต (Mindset) ที่อยู่ภายใต้หลักการของอนุสัญญา หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งกฎหมายภายในประเทศ หรือแม้กระทั่งความเข้าใจของผู้ที่เกี่ยวข้องในการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น มันมีวิธีคิด มันมีไมนด์เซ็ต (Mindset) มันมีมุมมองในการปฏิบัติ แล้วท่านจะมีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร ถ้าจะไปพูดถึงหลักสูตรสิทธิมนุษยชนศึกษา ซึ่งก็ริเริ่มตั้งแต่สมัยท่านดอกเตอร์ สุทิน นพเกตุ เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนรอบแรก ถ้าจะพูดถึงเรื่องสันติวิธีศึกษา ซึ่งต้องมีกรรมการสิทธิมนุษยชนในแต่ละยุคสมัยให้ความสนใจ แต่อะไรครับที่ทำให้หรือมีข้อเสนอในเชิงที่บอกว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ท่านต้องมีสายตาที่มองประชาชนด้วยความเข้าใจแบบใด ประการใด นั่นเป็นประการที่ ๓

ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ผู้เสียหายในกรณีของรายงานฉบับนี้ คนหนึ่ง เสียชีวิต แต่อีกคนหนึ่งนั้นยังมีชีวิตอยู่ครับ รายงานฉบับนี้คงไม่ได้เขียนถึงครับ แต่ถ้าท่านส่ง รายงานกันมาขนาดนี้ มีรายชื่อผู้ถูกกระทำ มีรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีรายชื่อบิดา มารดา ท่านเคยส่งเจ้าหน้าที่ไปดูครับ ว่าวันนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ พวกเขายังถูกข่มขู่คุกคาม หรือไม่ อะไรคือหลักประกันว่าเมื่อมีการออกรายงานฉบับนี้ แน่นอนครับ ผมเก็บไว้ ข้อมูลคง ไม่หลุดไปถึงผู้ใด แต่ข้อมูลที่อยู่ในรายงานที่เป็นทางการเช่นนี้ ระบบเรื่องของความปลอดภัย เรื่องของระบบการติดตามดูแล เรื่องของการป้องกันมิให้มีการข่มขู่ เรื่องของการเยียวยา ซึ่งน้อยนิด และยังไม่ได้อย่างทั้งหมดนั้น กรรมการสิทธิมนุษยชนจะมีส่วนในการดำเนินการ อย่างไร นั่นคือความรับผิดชอบครับ ของรายงานที่ออกมาต่าง ๆ ไม่ใช่แต่เพียงเรื่องของการชี้ว่า ผู้ใดละเมิดหรือผู้ใดไม่ละเมิด ทั้งหมดทั้งมวลนั้นผมพูดบนความคาดหวังว่ารายงานฉบับนี้ จะเป็นหนึ่งในตัวสะท้อนที่ทำให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีการปรับวิธีการ ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซ้อม กระทำทรมาน และการอุ้มหายต่าง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน