ณัฐพงษ์ วิจารณ์เปิดประเทศ-ชี้ช่องวัคซีนไม่ทั่วถึง-เรียกร้องปฏิรูประบบราชการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หารือการเปิดประเทศและผลกระทบจากการเปิดพื้นที่นำร่อง โดยตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะในจังหวัดต่างๆ เช่น หนองคาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกรุงเทพมหานครกับต่างจังหวัด และเสนอให้มีการปฏิรูประบบสวัสดิการ การจัดการวัคซีน การเปิดเรียนออนไซต์ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในระบบราชการและการเลือกปฏิบัติ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎร ชาวบางแค กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมอยากกล่าว คำขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกและท่านประธาน ที่วันนี้เราปฏิบัติหน้าที่กันอย่างแข็งขัน อยู่กันจนดึกจนดื่น เพราะเรื่องของญัตติการเปิดประเทศนั้นมีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชน ทุกคน รวมถึงอยากกล่าวคำขอบพระคุณถึงพ่อแม่พี่น้องที่ส่งความคิดความเห็นข้อมูล เข้ามาให้กับกระผมทั้งหน้าบ้านหลังบ้านครับ ผ่านช่องทางทวิตเตอร์ แอกเคานต์ (Twitter account) ที่ผมโพสต์ (Post) ไปเมื่อเช้าว่า ทุกท่านอยากจะส่งความคิดความเห็นมายัง สภาผู้แทนราษฎรที่จะส่งไปถึงรัฐบาลอย่างไรกันบ้าง ท่านประธานครับ วันนี้ผมอยากจะขอแยก การอภิปรายเป็น ๒ ประเด็นตามญัตติที่ถูกเสนอ นั่นก็คือเรื่องของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางในการแก้ไขเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป แต่ก่อนที่ผมจะเข้าสู่ ๒ ประเด็นหลักนี้ครับท่านประธาน ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างกรณีในต่างประเทศ เพื่อเอามาใช้เป็นเกณฑ์เทียบเคียงกับการบริหารจัดการของรัฐบาลในประเทศไทย หนึ่งในกรณีตัวอย่างนั้นก็คือ ประเทศเดนมาร์กครับท่านประธาน ที่เขาสามารถฉีดวัคซีน ได้ครบทั้ง ๒ โดส ให้กับประชากรที่มีอายุตั้งแต่ ๑๒ ปีขึ้นไปในสัดส่วนที่สูงถึง ๗๖ เปอร์เซ็นต์ ราว ๆ เกือบ ๆ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้ทุกวันนี้ประชาชน ชาวเดนมาร์กไม่ต้องสวมใส่หน้ากากเวลาเดินทางไปไหนมาไหนอีกแล้ว และไม่ต้องแสดงบัตร ฉีดวัคซีนเมื่อเข้ารับบริการในสถานบันเทิง และสามารถจัดกิจกรรมที่รวมกลุ่มกันได้ อย่างไร้ข้อจำกัด นอกจากนี้ยังมีกรณีตัวอย่างของสหราชอาณาจักรที่เขาให้ความสำคัญ กับการศึกษา จากผลการศึกษาวิจัยล่าสุดครับท่านประธาน การเปิดโรงเรียน การกลับ ไปเรียนที่สถานศึกษาหรือการเรียนออนไซต์ (On site) เป็นผลดีกับเด็กมากกว่าครับ เพราะเด็กมีความเสี่ยงต่อโรคโควิด (COVID) ที่ต่ำมาก ในขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้น จากช่องว่างทางการศึกษาของการขาดเรียน หรือการเรียนออนไลน์ (Online) นั้นประเมิน และหาค่ามิได้ครับ โดยเฉพาะกับเด็กในช่วงปฐมวัย ที่เวลาการเรียนรู้ในช่วงวัยเด็กของเขานั้น หมายถึง พัฒนาการที่จะติดตัวเขาไปตลอดทั้งชีวิต นั่นจึงทำให้สหราชอาณาจักรออกมาประกาศ เปิดโรงเรียนไปตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมต้นปีที่ผ่านมา ทีนี้หันมามองประเทศไทยครับ ท่านประธาน หลังมาตรการเปิดประเทศในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ๑๐ วันมานี้ เราทำอะไรไปได้แล้วบ้าง ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการพรีเซนเทชัน)

หากทุกท่านดูตามข้อมูล ในสไลด์ (Slide) นะครับ เป็นข้อมูลที่ผมได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขเมื่อสิ้นวันที่ ๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมาหรือราว ๆ ๒ วันเท่านั้นเอง ทุกท่านจะเห็นได้ว่า ยังคงเหลือจังหวัด นำร่องการท่องเที่ยวตามการประกาศของรัฐบาลที่ยังตกหล่นฉีดวัคซีนเข็มแรกไม่ถึงเป้า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผ่านเส้นตายการเปิดประเทศมาแล้วมากกว่า ๑๐ วัน อีก ๑ จังหวัด นั่นก็คือจังหวัดหนองคายที่วงกลมแดง ๆ อยู่นะครับ และยังเหลืออีกราว ๔๐ จังหวัด ซึ่งอยู่นอกพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวที่ยังฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน ผมเชื่อว่าท่านประธานทราบดีว่าโควิด (COVID) ไม่ได้อยู่นิ่งกับที่ครับ ในขณะที่ รัฐบาลแถลงว่าการฉีดวัคซีนให้กับพื้นที่นำร่องส่วนใหญ่นั้นเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่พื้นที่โดยรอบ จังหวัดโดยรอบละครับ ประชาชนโดยรอบเหล่านั้นเขาได้รับการปกป้องดูแล อย่างไรบ้าง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการพรีเซนเทชัน)

ขอสไลด์ (Slide) ถัดไป นอกจากนี้หากเราใช้เกณฑ์วัคซีน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในเข็มที่ ๒ ซึ่งทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่า ประสิทธิผลจากการฉีดวัคซีนเข็มแรกนั้นไม่เพียงพอ ทุกท่านจะเห็นได้ว่ามีถึง ๖ ใน ๑๗ จังหวัด นำร่องที่ยังสอบตกอยู่ นั่นก็คือวัคซีนเข็มที่ ๒ นั้นยังได้รับการฉีดไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ข้อมูลตรงนี้อัปเดต (Update) มากนะครับจากวันที่ ๙ ที่ผ่านมา

ขอสไลด์ (Slide) สุดท้าย สไลด์ (Slide) ถัดไป นอกจากนี้หากเราเปรียบเทียบ กับกรณีของประเทศเดนมาร์คที่ผมยกตัวอย่างไปตอนแรก ถ้าเราใช้เกณฑ์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ บ้างล่ะครับ ในวัคซีนเข็มที่ ๒ ทุกท่านจะเห็นได้ว่า ทุกจังหวัดสอบตกหมดครับ ในจังหวัด นำร่อง ยกเว้นกรุงเทพมหานครที่มีเกณฑ์ฉีดวัคซีนได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดเดียวเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นวัคซีนเชื้อตายท่านประธาน ผมคงไม่ต้องกล่าวถึงผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวเลขการฉีดวัคซีนเพียงเท่านี้ ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการสาธิตได้กล่าวชี้แจง ในที่ประชุมสภาไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนครับว่า รัฐบาลตัดสินใจดำเนินนโยบายเปิดประเทศ แบบนี้ เพราะต้องการถ่วงดุลความสมดุลระหว่างปัญหาปากท้อง และปัญหาทางด้าน สาธารณสุข และท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ไปแล้วว่าประชาชนชาวไทยทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่รัฐบาลล่ะครับเคยรับผิดชอบ อะไรร่วมกับประชาชนบ้าง

สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อจากนี้ก็คือประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องข้อเสนอที่ผมอยากจะให้สภาส่งไปให้รัฐบาลนำไปดำเนินการแก้ไขโดยเร็วครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลปฏิรูประบบสวัสดิการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากร ด่านหน้าทางด้านการฉีดวัคซีน และด้านชั่วโมงการทำงานครับ เพราะพวกเขามีความกดดัน มีช่วงเวลาในการทำงานที่เกินขอบเขตไปมาก ทำให้มีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงเมื่อเทียบกับ หลาย ๆ อาชีพ ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิด (COVID) เสียอีกนะครับ และผมอยากจะให้ รัฐบาลปฏิรูปการฉีดวัคซีนให้กับชาวบ้านที่อยู่ในต่างจังหวัดครับ ที่ทุกวันนี้ยังมีความเหลื่อมล้ำ มีสัดส่วนการฉีดวัคซีนที่ต่ำกว่ากรุงเทพมหานครอยู่หลายเท่าตัว ผมอยากจะให้รัฐบาลปฏิรูป ทางเลือกวัคซีนให้กับประชาชนให้มีความหลากหลาย ทุกวันนี้คนที่รอโมเดอร์นา (Moderna) ก็ยังต้องรอต่อไปครับ เพราะเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ถ้าวัคซีนที่รัฐบาลพยายามยัดเยียดให้คนไทย ฉีดนั้นดีจริง ทุกวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอนุทินก็คงเดินเข้าประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

สุดท้ายครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลปฏิรูปนโยบายการเปิดโรงเรียน ตามแนวทางของสหราชอาณาจักร เพราะเด็ก ๆ ทุกคนจะได้มีสังคมในวัยเรียนกับเพื่อน เวลาเหล่านั้นได้สูญเสียไปอย่างไม่มีวันหวนกลับอีกแล้ว ทุกวันนี้คือข้อเสนอที่ผมอยากจะให้ รัฐบาลนำไปปฏิรูป เพราะคำว่า ปฏิรูป คือการแก้ไข ไม่ใช่การล้มล้างนะครับท่านประธาน ผมขอกล่าวทิ้งท้ายครึ่งนาทีนี้ครับ ถ้าผมจะล้มล้าง ผมอยากจะล้มล้างวงจรอุบาทว์ ผมอยากจะล้มล้างระบอบเผด็จการ ผมอยากจะล้มล้างความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในสังคม ผมอยากจะล้มล้างระบอบปรสิตนายทุนกัดกินประเทศ อยากจะล้มล้างการเลือกปฏิบัติ และความไม่เท่าเทียมทางเพศ ผมอยากจะล้มล้างความอยุติธรรม และความไม่ชอบธรรม ในระบบยุติธรรมไทย สำคัญที่สุดครับท่านประธานที่เกี่ยวกับญัตตินี้ ผมอยากจะล้มล้าง ความระยำตำบอนของการฉีดวัคซีนของรัฐบาลชุดนี้ครับ ขอบคุณครับ