พรรณสิริ กุลนาถศิริ สนับสนุนนโยบายเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยอ้างถึงความสำเร็จของมาตรการเปิดพื้นที่นำร่องอย่างภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ควบคุมการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้เร่งรัดการฉีดวัคซีน ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองและชุมชนอย่างยั่งยืน รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณจาก พ.ร.ก. อย่างรวดเร็วควบคู่กับการสื่อสารข้อมูลที่น่าเชื่อถือและการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยเพื่อสนับสนุนการเปิดประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ จากญัตติด่วน ขอให้สภาร่วมกันพิจารณาถึงผลกระทบในการเปิดประเทศ ดิฉันขอสนับสนุน การเปิดประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ที่ดี ให้กับประชาชน ทั้งนี้ต้องควบคู่ไปกับการสาธารณสุขที่ดี สินค้าและการบริการที่มีมาตรฐาน มีความปลอดภัยโดยการบูรณาการร่วมกัน ซึ่งเรามีสัญญาณที่ดีในเรื่องของการลดลง ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ และผู้เสียชีวิตจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งในวันนี้จากการเปิดประเทศแล้วมีความสำเร็จที่น่าพอใจ ทั้งสถิติแนวโน้ม แล้วก็วิกฤติต่าง ๆ ที่จะเป็นโอกาสในการเติบโตต่อไป แนวโน้มที่เกิดขึ้นจากการเปิดพื้นที่ นำร่องภูเก็ตแซนด์บอกซ์ (Phuket sandbox) นั้นระหว่างวันที่ ๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๔ เดือนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยว มีผู้เดินทางเข้าไปในจังหวัดราว ๖๐,๐๐๐ คน รวมทั้งการจองห้องพักจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ขณะนี้ก็มีจำนวนจองอยู่ที่ตัวเลข ๙๐๐,๐๐๐ ทีเดียวนะคะ จากนโยบายการเปิดประเทศและมีผู้เดินทางเข้ามาตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เห็นว่า ประเทศของเราเป็น ประเทศที่ได้รับความสนใจในเรื่องของการเดินทาง แล้วเรื่องของการท่องเที่ยวจากข้อมูล ตัวเลขที่ ๒๑,๗๘๘ คน อย่างไรก็ตามตัวเลขที่น่ายินดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบอยู่บ้าง นั่นคืออัตราการติดเชื้อมีเพียงร้อยละ ๐.๑ ถือได้ว่าเรามีการควบคุมและเฝ้าระวังที่ดีค่ะ
ในส่วนของโอกาสและความท้าทาย นั่นคือการที่เรารับเป็นเจ้าภาพประชุม เอเปก (APEC) ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็จะรับมอบการเป็นเจ้าภาพต่อจาก ประเทศนิวซีแลนด์ ภายใต้การขับเคลื่อนและนโยบายที่จะนำพาในประเด็น ของความเชื่อมโยงสินค้าและการท่องเที่ยว ตลอดจนในเรื่องของเศรษฐกิจชีวภาพ ในเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว อันเป็นการกระตุ้นในเรื่องของเศรษฐกิจ ชุมชน ตลอดจนการค้า การลงทุน ดิฉันมองว่านี่คือโอกาสและความท้าทายของประเทศไทย ในการเปิดประเทศอย่างมีศักยภาพ อย่างไรก็ตามก็มีข้อสังเกตและข้อคิดเห็นใน ๓ ด้าน ด้วยกัน
ในด้านที่ ๑ ด้านสาธารณสุข ดิฉันคิดว่าควรมีการเร่งรัดการฉีดวัคซีน ให้ได้จริงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ว่าไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ล้านโดส ภายในปี ๒๕๖๔ และเป้าหมาย ในเชิงประชากรดิฉันมองว่า ควรที่จะอยู่ที่ตัวเลขไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕ อย่างไรก็ตามก็ขอชื่นชมไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทุกภาคส่วนที่ร่วมกัน จัดซื้อจัดหา และกระจายวัคซีนได้อย่างรวดเร็วให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมความพร้อมจากหลายหน่วยงาน ในเรื่องของเวชภัณฑ์ทางเลือก ในเรื่องของ เวชภัณฑ์ในกลุ่มต่าง ๆ ยาที่ดูแลรักษา แล้วก็แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย
ในส่วนของมาตรการการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดเชิงพื้นที่ อันนี้เห็นเป็นนโยบายที่สำคัญที่จะต้องมีความเข้มแข็ง และรักษามาตรฐานและความมั่นใจ ให้กับผู้ประกอบการคนไทยที่จะต้องมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชมในส่วนของมาตรการการเดินทางเข้าสู่ประเทศ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขก็ดี ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศก็ดีภายใต้รัฐบาลของเราในขณะนี้ และที่สำคัญก็คือ มาตรการที่จะให้ประชาชนได้มีการใช้วิถีชีวิตอย่างง่าย ๆ ตรงนี้ก็จะละเลยไม่ได้ ในส่วนของ ดีเอ็มเอชทีทีเอ (DMHTTA) ในส่วนของทั้งคนไทยแล้วก็ผู้เดินทางเข้ามา ขอเป็นกำลังใจ ให้การบริหารศูนย์ ศบค. ทั้งส่วนกลาง และส่วนจังหวัดที่จะได้ช่วยกันสื่อสารความเสี่ยง ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้เกิดการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง และการรับมืออย่างเชื่อมั่นและว่องไว ตรงนี้ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารนี่เป็นเรื่องสำคัญ ก็ขอให้กำลังใจ กับทุกภาคส่วน
อีกด้านหนึ่งที่เป็นข้อสังเกตและข้อคิดเห็นที่สำคัญ ในเรื่องของการพัฒนา สินค้าและบริการ การเพิ่มศักยภาพในด้านการจัดการการท่องเที่ยว ดิฉันขอเสนอแนะ ให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในส่วนของเมืองรอง ๕๕ จังหวัด การท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม โดยการสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีการลงทุนในเรื่องของการพัฒนาสินค้า การบริการที่เหมาะสม รวมทั้งการสนับสนุนในเรื่องของโครงการต่าง ๆ ภายใต้การเร่งรัด การใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตาม พ.ร.ก. การให้อำนาจของกระทรวงการคลัง ซึ่งถือว่า เรื่องนี้ควรจะเป็นการเร่งที่จะกระตุ้นเพื่อให้เกิดการหมุนเวียน แล้วก็การพัฒนาคุณภาพ รองรับในเรื่องของการเปิดประเทศ และที่สำคัญยิ่งอีก ๑ ประการดิฉันเห็นว่า เรื่องของ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการเปิดประเทศที่มีศักยภาพ การใช้มาตรการเชิงระบบอย่างเข้มแข็งควบคู่กับมาตรการทางกฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างยิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่ ทุกพื้นที่ของประเทศไทยอันจะเป็น ภาพลักษณ์ที่ดีของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั้งคนไทยด้วยกันเอง และในส่วนของ ผู้ที่จะเข้ามาในประเทศไทยเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ ดังนั้นดิฉันคิดว่าทั้งแนวโน้มที่ดี แล้วก็โอกาสความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ จะเป็นการนำพาไปสู่การเปิดประเทศอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งต่อไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ