ภาดาท์ วรกานนท์ หารือการเปิดประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับตัว ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการบังคับใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจสอบเอกสารนักท่องเที่ยว ความน่าเชื่อถือของการตรวจโควิด เอกสารไทยชนะ และปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง พร้อมเสนอแนวทางรับมือเพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยย้ำให้ทุกฝ่ายร่วมรับผิดชอบและดำเนินมาตรการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องเพื่อความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพของประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี เขตพญาไท เขตจตุจักร จากพรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานจากภาวะวิกฤติ โควิด (COVID) ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ ปีที่ผ่านมาพวกเราทุกคนทราบดีว่าสถานการณ์ ดังกล่าวเป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนและควบคุมได้ยากนะคะ ซึ่งเป็นปัญหาทั่วโลก และประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน ผลกระทบหลัก ๆ นอกจากเรื่องสุขภาพที่มีผลร้ายแรง ต่อความเป็นความตายแล้ว เศรษฐกิจที่หยุดชะงักก็มีผลร้ายแรงอย่างยิ่งกับคนที่ยังไม่ติด และยังไม่ตาย ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวค่ะ รายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยว ดังนั้น ยิ่งส่งผลกระทบสาหัสมาก ๆ ให้กับรายได้และเงินในกระเป๋าของหลาย ๆ คน หลายต่อหลาย กิจการต้องปิดกิจการลง ตัวอย่างเช่น บริษัททัวร์มากกว่า ๒๐,๐๐๐ บริษัทต้องปิดกิจการลง จากการปิดประเทศที่ผ่านมา หรือร้านอาหารนับพันร้านที่ต้องตัดสินใจปิดทั้งที่บางร้านเปิด มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แต่วันนี้ทุกคนเริ่มมีความหวัง ความหวังกลับมาอีกครั้งหลังจาก ที่รัฐบาลประกาศว่าเราจะเปิดประเทศ ทุกคนมีความหวังว่าเศรษฐกิจในประเทศจะพลิกฟื้น และเงินในกระเป๋าทุกคนจะกลับมา แต่ดิฉันอยากจะให้ทุกคนตระหนักอีกสักนิดว่าความหวังนี้ แน่นอนมันมาพร้อมกับความเสี่ยง แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ชั่งน้ำหนักข้อดี ข้อเสีย รวมถึงมองเห็นความตั้งใจของรัฐบาลที่นำโดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้พยายามเตรียมความพร้อมทุกอย่างที่ผ่านมานั้น วันนี้ดิฉันมั่นใจและเชื่อมั่นเหลือเกินว่า เวลานี้เหมาะสมแล้วเป็นเวลาที่เราเปิดประเทศ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ที่เคร่งครัด มีมาตรการที่ชัดเจน และเราต้องบังคับให้ทุกคนสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ แน่นอนค่ะโควิด (COVID) ยังไม่หายไป แล้วก็ยังไม่รู้ว่าโควิด (COVID) จะอยู่กับเรานาน แค่ไหน แล้วก็ยังไม่มีประเทศไหน ไม่มีผู้นำในประเทศไหนสามารถทำให้โควิด (COVID) หายไปได้ เพราะฉะนั้นพวกเราทุกคนต้องปรับตัวค่ะ ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้ เราควรจะมาร่วมกันหาวิธีว่าทำอย่างไรเราถึงจะอยู่รอด ทำอย่างไรเศรษฐกิจจะกลับมา นักท่องเที่ยวจะกลับมา ทำอย่างไรให้คนไทยมีงาน มีเงินกลับมาเข้าเข้ากระเป๋าพวกเรานะคะ แต่ทั้งนี้ย้ำอีกครั้งความปลอดภัยของคนในประเทศก็ยังต้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้น เมื่อรัฐบาลตัดสินใจเปิดประเทศให้เงินไหลเข้ามาเพื่อให้พี่น้องชาวไทยทุกคนมีเงิน มีกิน ทุกคนก็ต้องเคร่งครัดนะคะ ต้องปฏิบัติตาม มาตรการ เพราะฉะนั้นดิฉันขอเสนอว่า หากใคร ไม่ปฏิบัติตามก็สมควรจะต้องถูกลงโทษอย่างจริงจังค่ะ ท่านประธานคะ สำหรับการอภิปราย ของดิฉันในวันนี้ ดิฉันไม่ได้จะมาชมรัฐบาลอย่างเดียวค่ะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะขอเสนอเพิ่มเติม ไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นข้อเสนอแนะและข้อปรับปรุงเพื่อให้การเปิด ประเทศในครั้งนี้ปลอดภัยกับทุกคน ดิฉันขอเสนอ ๕ ข้อดังนี้ค่ะ
ข้อที่ ๑ เรื่องไทยแลนด์ พาส (Thailand Pass) ที่มันไม่ได้พาส (Pass) มันง่าย ๆ เลย ปัจจุบันแม้จะมีระบบที่รองรับเอกสารล่วงหน้าให้นักท่องเที่ยวส่งเอกสารมาก่อนผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงกลับยังจะต้องเข้าคิว เข้าแถว เพื่อตรวจเอกสารฉบับจริงอีกครั้งหนึ่ง จุดนี้นักท่องเที่ยวบ่นว่าเสียเวลาและผิดหวังมากค่ะ
ข้อที่ ๒ คือหลังจากที่นักท่องเที่ยวผ่านเข้ามาในประเทศเราแล้วก็จะได้รับ การตรวจโควิด (COVID) แบบอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ในวันแรกนะคะ แต่หลังจากนั้น นักท่องเที่ยวจะได้รับการแจกเอทีเค (ATK) และในวันที่ ๖ หรือวันที่ ๗ นักท่องเที่ยวจะต้อง ทำการตรวจเอง ตรงนี้ค่ะเรามั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่นักท่องเที่ยวตรวจและส่งผลทดสอบมา มันเป็นจริงหรือเท็จ ตรงนี้ไม่มีใครสามารถติดตามได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอฝากข้อห่วงใย ตรงนี้ไว้เพราะว่าสำคัญมาก ๆ
ข้อที่ ๓ การใช้บริการในร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยว วันนี้เราต้อง ยอมรับจริง ๆ ว่าทุกคนการ์ด (Guard) ตก มีการสแกน (Scan) ไทยชนะน้อยลงจริง ๆ หากมีคนติดโควิด (COVID) เข้ามาใช้บริการในร้าน เราจะไม่สามารถติดตามได้เลยค่ะ ดังนั้น ดิฉันคิดว่าผู้ประกอบการเองก็ต้องให้ความร่วมมือ ต้องเคร่งครัดว่าทุกคนก่อนเข้าร้านจะต้อง สแกน (Scan) แล้วรัฐเองก็จะต้องมีบทลงโทษจริงจัง เพราะว่านี่คือความรับผิดชอบร่วมกัน
ข้อสุดท้ายท่านประธาน ข้อ ๕ ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของแรงงาน ต่างด้าว แน่นอนเมื่อเราเปิดประเทศ เปิดร้านอาหารต่าง ๆ ความต้องการในการใช้แรงงาน ต่างด้าวพวกนี้ก็จะมีเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงแรงงาน อาจจะต้องเข้มงวดเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
วันนี้ขอสรุปเนื้อหาการอภิปรายของดิฉันก็คือ ดิฉันขอสนับสนุนให้มีการเปิด ประเทศ พร้อมกับการกวดขันพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของทุกคนเหมือนเดิม คือเรื่อง การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง และสำหรับข้อห่วงใยที่มีต่อรัฐบาลก็คือ รัฐบาลจะต้องมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด แม้ว่าหลายอย่างจะผ่อนคลายลงแล้ว แต่เราจะต้องไม่ประมาท เพื่อให้การเปิดประเทศครั้งนี้เพิ่มเงินในกระเป๋าไปพร้อม ๆ กับ การปกป้องชีวิตคนไทยของเราทุกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ