ซูการ์โน มะทา เสนอญัตติด่วนเรื่องการเปิดประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการบริหารราชการที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาเปิดพรมแดนกับมาเลเซียเพื่อช่วยเหลือธุรกิจและการค้าขายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมระบุปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะคลัสเตอร์เรือนจำกลาง ย้ำความสำคัญของการฉีดวัคซีนและความเชื่อมั่น พร้อมทั้งยกกรณีผู้ต้องขังเสียชีวิตหลังรับวัคซีนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไข
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมอาศัยตาม มาตรา ๑๒๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจและหน้าที่ ในการกระทำกิจการพิจารณาหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันเป็นการควบคุม และการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินโดยฝ่ายนิติบัญญัติ และประกอบกับข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ กำหนดให้กรณีเกี่ยวกับประโยชน์ สำคัญของแผ่นดิน หรือมีความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจ หรือในทางใด ๆ ก็ตาม หรืออันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของ ประชาชนอย่างร้ายแรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถเสนอญัตติด่วนได้ ดังนั้น ผมและสมาชิกพรรคประชาชาติ จึงจำเป็นต้องเสนอญัตติด่วนเพื่อกรณีการเปิดประเทศ ของรัฐบาล เพื่อนำปัญหาที่เกี่ยวข้องมานำเสนอต่อรัฐบาลได้พิจารณาต่อไป ท่านประธานครับ ด้วยปรากฏว่านับตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประเทศไทยได้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศโดยไม่ต้องกักตัวนั้น จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ตาม สื่อสารมวลชนและพบว่ามีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ปรากฏจากข่าวว่า มีการติดเชื้อโควิด (COVID) ด้วยก็สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนชาวไทย ชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื้อโรคโควิด (COVID) ได้ระบาดอย่างร้ายแรงติดต่อกันอย่างง่าย มีขั้นอันตราย ถึงแก่เสียชีวิต จริงอยู่ครับการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา ในประเทศไทยนั้น เป็นโอกาสที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่การกระทำก็ต้องทำด้วยความมั่นใจ และมีมาตรการรองรับที่ดี มีประสิทธิภาพ และการบริหารราชการแผ่นดินในการป้องกัน รักษาโรค และการจัดหาวัคซีน ตลอดจนการสร้างการรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ ที่ไร้ประสิทธิภาพ อย่างสิ้นเชิงนั้นจะนำพาประเทศและประชาชนไปสู่ความเสี่ยงอย่างร้ายแรงได้ สิ่งที่จะ สะท้อนให้เห็นว่าทำไมพรรคประชาชาติถึงได้ให้ความสำคัญต่อญัตติด่วนนี้ ก็คือเรื่องของ การไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินดังกล่าวจากความไม่แน่นอนในเรื่อง การตัดสินใจ ซึ่งเราก็ทราบดีว่าตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประเทศไทย เราประสบกับวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) อย่างร้ายแรง จะเห็นยอดผู้ป่วยที่สะสมแต่ละวันในรอบอาทิตย์หนึ่งก็ระดับหมื่นคนขึ้นไป และเสียชีวิตหลักร้อยกว่าทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนต่อท่านประธานว่า การเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น แต่รัฐบาลกลับไม่ได้เปิดชายแดน ทำให้เมืองต่าง ๆ ที่อยู่ตามเมืองชายแดนของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงราย จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่น ๆ อีกหลายจังหวัดของประเทศไทย ก็ขาดโอกาสตรงนี้ ผมเชื่อว่าการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาในประเทศไทยนั้น ก็อาจจะส่งผลไปส่งเสริมสนับสนุนเศรษฐกิจของจังหวัดที่อยู่ตามชายแดนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในจังหวัดนราธิวาสนั้น หรือจังหวัดยะลา หรือจังหวัดปัตตานี พี่น้องประชาชนคนไทยจำนวนเป็นแสนคนก็เคยไปทำงานในประเทศมาเลเซีย เป็นคนไทย ที่เปิดเป็นร้านอาหารในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดซึ่งพวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หรือในนามพรรคประชาชาติก็นำสะท้อนปัญหามาตลอดว่า เรามีแรงงานคนไทยที่ทำงานในประเทศมาเลเซียเป็นแสนคนได้รับผลกระทบ ได้รับ ความเดือดร้อน ไม่มีงานทำ กลายเป็นคนว่างงาน ก็ไม่ได้รับการเหลียวแล เยียวยา จากรัฐบาลแต่อย่างใด สิ่งเหล่านี้อยากจะสะท้อนให้เห็นว่า การเปิดประเทศครั้งนี้เราจำเป็นที่จะต้องมาดู ให้เกิดความเป็นธรรมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่มีผลกระทบโดยพื้นฐานที่มีรายได้ จากการท่องเที่ยว ผมยกตัวอย่างเช่นเมืองท่องเที่ยวอย่างอำเภอเบตง จังหวัดยะลานั้น ส่วนใหญ่จะรับนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งวันนี้ประเทศมาเลเซียฉีดวัคซีนให้กับ พี่น้องประชาชน ๙๔ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่เหตุใดทางรัฐบาลกลับไม่ยอมไปพิจารณาในเรื่อง การเจรจาเพื่อเปิดพรมแดน ผมเชื่อว่าถ้าเปิดพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศ มาเลเซียนั้น จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนที่มีธุรกิจในเรื่องของการท่องเที่ยวบ้าง ธุรกิจทางด้านการค้าขายบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่เราอยากจะสะท้อนว่า นโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาลนั้นไม่ได้ ดูแล เยียวยากลุ่มธุรกิจที่เป็นกลุ่มขนาดเล็กที่อยู่ตามจังหวัดที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี มาแต่เดิมอยู่แล้ว แล้วยังซ้ำเติมด้วยการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ก็ทำให้หลาย ๆ คน ประสบปัญหาอย่างมากนะครับ
ท่านประธานครับ ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งที่ผมอยากเสนอผ่านทางสภาแห่งนี้ ได้นำไปพิจารณาและอภิปรายเพิ่มเติมก็คือ ในกรณีของการแก้ปัญหา วันนี้ถ้าไม่พูดเรื่อง การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อว่า หลายคนก็ต้องคิดว่า วันนี้ทำไมคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องถูกบังคับใช้กฎหมาย หรือถูกหน่วยงานที่มาซ้ำซ้อน เช่น ตอนนี้เรามี ศบค. ส่วนหน้าเข้าไปดำเนินการ แล้วก็บังคับ พี่น้องประชาชนว่า ถ้าประชาชนไม่ฉีดวัคซีนก็ไม่สามารถเข้าในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ ได้ อันนี้ ผมเข้าใจในหลักการ แต่ปัญหาก็คือว่าทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ยอมรับและเชื่อมั่นในตัววัคซีนที่รัฐบาลนำมาฉีด เพราะสิ่งที่ปรากฏชัด ที่เกิดขึ้น ผมมีกรณีที่จำเป็นจะต้องใช้เวลาของตรงนี้มาพูดถึง ก็คือกรณีการเสียชีวิตหลังจาก ฉีดวัคซีน สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่เกิดขึ้นเป็นข่าว ถ้าหากพี่น้องตัวแทนประชาชน ไม่ได้ลงไปเห็น ข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้อีกนิดหนึ่ง ในการเพิ่มเติมประเด็น ปัญหาเพื่อเสนอต่อรัฐบาลว่า มาตรการในการป้องกันดูแลการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคลัสเตอร์ (Cluster) ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ผมให้ความสำคัญเรื่องของคลัสเตอร์ (Cluster) ในเรือนจำกลาง ประจำจังหวัด เนื่องจากว่าปัญหาที่เกิดการแพร่ระบาดอย่างมากในเรือนจำ ต้องฝากว่า มันเกิดกรณีถึงการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน หรือผู้ต้องขังที่ถูกคดีความมั่นคง ซึ่งล่าสุด ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายนที่ผ่านมา คือนายมะหะหรง ลือมานะ อายุ ๒๕ ปี เสียชีวิต ในเรือนจำหลังจากฉีดวัคซีนเพียงแค่ ๒ เดือน สิ่งเหล่านี้อยากสะท้อนให้เห็นว่า ทำไม คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงไม่กล้าที่จะฉีดวัคซีน เพราะพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ขาดความเชื่อมั่นว่า ฉีดวัคซีนแล้วจะมีความปลอดภัย ฉีดวัคซีนแล้วมีข่าวลือว่าตาย ตายแล้ว ปัญหาการปฏิบัติทางศาสนกิจก็ลำบากมากขึ้น กรณีของนายมะหะหรง ลือมานะ ท่านประธานครับ เขาเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคง เป็นผู้ต้องหาที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการต่อสู้ในกระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลชั้นต้น สู้คดีมา ๒ ปีเขาเป็นเพียงผู้ต้องขังชาย แต่เขาเจ็บป่วยหลังจากที่ต้องฉีดวัคซีนไป ๒ เดือน โดยที่มีการปล่อยปละละเลยไม่ดูแลจากเรือนจำกลาง ทำให้เขาต้องเสียชีวิต เพราะนำตัว ออกไปรักษายังโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดยะลานั้นช้า ผมอยากสะท้อนให้เห็นว่าชีวิตมนุษย์ ทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน แม้ว่าจะอยู่ในนอกรั้วของเรือนจำ หรืออยู่ในเรือนจำ เขาก็คือมนุษย์ เขายังเป็นแค่ผู้ต้องขัง เขาคือผู้บริสุทธิ์ ผมอยากฝากเรื่องนี้ถึงรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม