ประจักษ์ แจงการตรวจสอบงบ-ทุจริต-ประสิทธิภาพการใช้จ่าย ยันปรับระบบเพื่อประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ประจักษ์ บุญยัง ชี้แจงการตรวจสอบงบประมาณและผลสัมฤทธิ์การใช้จ่ายของกองทุนประชารัฐ พร้อมย้ำความร่วมมือกับหน่วยงานอิสระและส่งข้อมูลทุจริตให้ ป.ป.ช. ขณะเดียวกันได้รับข้อเสนอแนะในการปรับระบบบริหารราชการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบโครงการสำคัญต่างๆ เช่น เรือหลวงลันตา งบพัฒนาจังหวัด เอทีเค และเงินกู้ต่างๆ รวมถึงปัญหาการก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ล่าช้า ซึ่งได้นำงบจากกองทุนมาช่วยลดภาระและดำเนินการแก้ไขบางส่วนแล้ว พร้อมขอบคุณข้อเสนอแนะในการตรวจสอบหนี้สาธารณะและสนับสนุนบทบาทของ สตง.

นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ กระผม นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ได้ให้คำแนะนำในการชื่นชมในการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถาม หรือให้ข้อสังเกตไว้โดยสังเขปดังนี้ กรณีที่ท่านวิรัตน์ได้พูดถึงเรื่องการตรวจสอบงบการเงิน ของกองทุนประชารัฐ ในกรณีที่ สตง. ในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นี้ยังไม่สามารถที่จะตรวจสอบ ในรายการการใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ ตอนนี้เราได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับทาง กระทรวงการคลังที่รับผิดชอบในส่วนนี้ว่าถึงแม้ว่าในข้อมูลต่าง ๆ จะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่ว่าในฐานะผู้ตรวจสอบต้องสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทาง กระทรวงการคลังให้เราสามารถตรวจสอบในรายละเอียดของการใช้จ่ายเงินกองทุนประชารัฐ ได้แล้ว สำหรับในกรณีที่ผู้ตรวจสอบได้ดำเนินการ ส่วนประเด็นเรื่องของความร่วมมือในการ ที่จะส่งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ตามมาตรา ๖ มาตรา ๗ ทางคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินได้มีการประชุมหารือกันระหว่างองค์กรอิสระด้วยกันในการทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิในการที่จะส่งต่อข้อมูลตาม อำนาจหน้าที่ ที่ไม่ว่าจะหน่วยงานอิสระใดได้รับมาถ้าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน อื่นแล้วก็จะมีการส่งต่อข้อมูลเพื่อให้สามารถดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

ส่วนในเรื่องของมาตรา ๗ เป็นเรื่องของการทุจริต อันนี้เป็นไปตามขั้นตอน ของกฎหมายอยู่แล้ว กรณีที่ สตง. ตรวจพบแล้วมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าทุจริตเราก็จะส่ง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ส่วนประเด็นที่ฝากถึงเรื่องของการที่จะให้ดูถึงเรื่องของการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังให้เคร่งครัดนั้นทางสำนักงานจะรับไปดำเนินการ

ส่วนที่ ๒ ที่ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ได้พูดถึงในทิศทางที่อยากจะให้ สตง. เน้นในเรื่องพวกเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ในเรื่องการตรวจสอบ ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับประชาชน ที่ประชาชนได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณ อันนี้ก็เป็น ทิศทางที่ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินทางสำนักงานจะได้มีการนำไปขยายผล เพราะปัจจุบันนี้ตามนโยบายปี ๒๕๖๕ ก็ให้ความสำคัญในเรื่องการตรวจเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) มากขึ้น หลังจากที่เราได้บริหารจัดการเรื่องการตรวจ เรื่องไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วในปี ๒๕๖๕ จะเห็นผลในการตรวจสอบเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) มากขึ้นเป็นลำดับ

ส่วนประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านได้กรุณาให้คำแนะนำ ซึ่งจะเชื่อมโยงหมายถึงว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการใช้จ่ายเงิน ทาง สตง. ก็รับที่จะไปดำเนินการเพื่อที่จะ ให้เห็นผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายเงิน รวมไปถึงกรณีที่ท่านเพิ่มเติมให้ทาง สตง. ตรวจสอบ ในเรื่องการปรับระบบทั้งงบประมาณ เรื่องการบริหารราชการ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชน อันนี้ถึงแม้จะเป็นภารกิจที่หนัก แต่ว่าทางสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินก็จะรับไปเพื่อพิจารณาดำเนินในส่วนที่จะเริ่มดำเนินการได้เบื้องต้น เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการทำงานและขยายผลต่อไป

สำหรับประเด็นเรื่องของที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ได้พูดถึงผลสัมฤทธิ์ ในเรื่องของการดำเนินการ ต้องขอขอบคุณที่ชื่นชมในปฏิบัติการของ สตง. เรื่องของวินัยการเงิน การคลัง ในส่วนของเงินกู้ ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้ฝากไว้ ทางสำนักงานก็ให้ความสำคัญ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้เขียนนโยบายที่จะให้ ความสำคัญกับเรื่องนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผลการดำเนินงานคงจะได้นำมาเสนอให้กับทาง สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบอีกครั้งในตอนที่เป็นรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน

ประเด็นของท่านพิมพ์รพีที่พูดถึงเสนอแนะให้เราตรวจในเรื่องของเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) อย่างที่ท่านกนกได้พูดถึงอันนี้ก็อยู่ในทิศทางที่เราจะ ดำเนินการ

สำหรับเรื่องที่ไปลงลึกในจังหวัดของกระบี่เรื่องเรือหลวงลันตา อันนี้ก็ขอรับไปดูว่า ในส่วนที่มีการใช้จ่ายงบประมาณไป ๒๐๐ กว่าล้านบาท และมีการซ่อมแซม แต่ว่ายังไม่ได้ ใช้ประโยชน์มันเกิดอะไรขึ้น จะสามารถบริหารจัดการได้อย่างไร

ส่วนในเรื่องของ พอช. ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินการแล้วจะเกิดประโยชน์ กับประชาชน เพราะฉะนั้นทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็จะดำเนินการ

สำหรับเอทีเค (ATK) เราได้ตรวจสอบเป็นระยะ ๆ ในช่วงของการดำเนินการ ตั้งแต่ต้น เพราะว่าเอทีเค (ATK) ก็เหมือนคล้าย ๆ กับหน้ากากที่ระยะแรก ๆ จะมี ความต้องการค่อนข้างสูงและซัปพลาย (Supply) ค่อนข้างน้อยมันทำให้ราคาสูง แต่ตอนนี้ ปัจจุบันนี้หน่วยงานใดก็ตามที่มีการจัดซื้อจัดหาในช่วงเวลาที่ระยะต่อมานี้ราคาจะถูกลง อันนี้เราให้ความสำคัญในเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนต้นอยู่แล้ว

สำหรับประเด็นในเรื่องของงบพัฒนาจังหวัด จริง ๆ แล้วนี้เราตรวจสอบ มาเป็นระยะ ๆ ในเรื่องของแผนบูรณาการงบจังหวัด ทั้งกลุ่มจังหวัด ทั้งจังหวัด ก็ได้มีรายงาน การตรวจสอบหลายครั้งที่แสดงให้เห็นถึงว่าบางโครงการได้ดำเนินการแล้วไม่เกิดประโยชน์ต่อ ประชาชนตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เราก็ได้มีการเสนอแนะให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ทาง สตง. เอง ร่วมกับทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา

สำหรับประเด็นที่ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ได้พูดถึงในเรื่องของการ ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ในส่วนเงินกู้ส่วนอื่น ๆ เราได้วางนโยบายในการตรวจสอบแล้ว ในส่วนของงบประมาณ ในส่วนของงบกลางเราได้มีการให้ความสำคัญในส่วนที่เอามาใช้ ในการแก้ปัญหาเรื่องช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) แต่สำหรับเงินเพื่อรักษาสภาพคล่อง ที่แบงก์ชาติ อันนี้ยังไม่ได้กำหนดไว้เป็นแผนในการตรวจสอบก็จะรับเรื่องนี้ไปตรวจสอบ

สำหรับประเด็นที่เป็นปัญหาของ สตง. เองเรื่องของงบ ต้องเรียนข้อเท็จจริง ว่าในตอนต้นที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ของบประมาณในการก่อสร้างสำนักงาน รวมไปถึงสถาบันธรรมาภิบาลซึ่งเป็นเรื่องของการฝึกอบรมก็มีปัญหาในเรื่องของสถานที่ ในการก่อสร้างทั้ง ๒ ส่วน ทำให้เรายังไม่สามารถก่อสร้างได้ แต่ปัจจุบันนี้งบทั้ง ๒ ส่วนนี้ ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้มาก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่ทาง สวนจตุจักร รวมถึงศูนย์ในการพัฒนาอบรมรวมอยู่ด้วยในที่เดียวกันตรงนี้ก็สามารถ ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นเงินตรงส่วนนี้ก็ได้มีการใช้จ่าย เรียบร้อยแล้ว

ส่วนในส่วนของกองทุนหลังจากที่มีเงินเหลือจากการใช้จ่ายเงิน และในตัว กฎหมายบอกให้เอามาอยู่ในกองทุนอันนั้นก็จะมีจำนวนมาก ตรงนี้ต้องเรียนว่าทาง สำนักงบประมาณให้ความสำคัญกับเงินที่เป็นเงินของกองทุน เป็นเงินทุนหมุนเวียน ในการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปีในกรอบวงเงินที่ทางสำนักงานขอไปทางสำนัก งบประมาณจะเอาตัวเงินกองทุนมาพิจารณาด้วย ซึ่งในแต่ละปีทางสำนักงบประมาณให้เรา ใช้เงินจากกองทุนอยู่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะให้เป็นภาระงบประมาณ ในภาพรวมน้อยลง อันนี้ก็จะในระยะอีกไม่นานประมาณไม่เกิน ๕ ปี ในเงินกองทุนนี้ก็อาจจะ ไม่เหลือเลย เพราะว่าได้มีการค่อย ๆ ใช้งบประมาณในส่วนนี้ดำเนินการในกิจกรรมที่สอดรับ กับกองทุนแล้ว อันนี้ก็จะเป็นส่วนที่ค่อย ๆ นำเอาส่วนที่เป็นงบประมาณที่เหลือถึงแม้ กฎหมายบอกให้เอามาอยู่ในกองทุน แต่ว่าในส่วนของปีต่อไปก็จะเอาส่วนนี้มาใช้ในกิจกรรม ในส่วนที่เราของบประมาณ อันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้แก้ปัญหาไปแล้วบางส่วน

สำหรับในส่วนอื่น ๆ ที่ท่านอมรัตน์ ท่านรงค์ ท่านอื่น ๆ ที่ได้ให้กำลังใจ แล้วก็ฝากข้อคิดในการดำเนินการ โดยเฉพาะท่านทวี สอดส่อง ได้พูดถึงเรื่องของการที่จะให้เรา วิเคราะห์หนี้สาธารณะ อันนี้เมื่อเราได้ตรวจสอบแล้วเราก็จะดำเนินการเพื่อให้ได้ผล การตรวจสอบที่ในเชิงลึกต่อไป ก็ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ให้คำแนะนำแล้วก็เป็นกำลังใจในการทำหน้าที่ของ สตง. ต่อไป ขอบคุณครับ