กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายเพื่อเสนอให้ สตง. เน้นการตรวจสอบที่วัดผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในโครงการบูรณาการที่ยังแก้ปัญหาความยากจนและการศึกษาไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้ใช้ตัวชี้วัดที่สะท้อนประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจริง และตรวจสอบผลการใช้จ่ายงบประมาณรวมถึงผลการวิจัยของกองทุน ววน. เพื่อปรับปรุงระบบราชการและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนฐานราก
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายเรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๕ ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินครับท่านประธาน ผมมี ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานในข้อที่ ๑ ว่าด้วยทิศทางและเป้าหมายของการ ตรวจเงินแผ่นดิน ที่บอกว่าการตรวจเงินแผ่นดินต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มาตรฐาน ทางจริยธรรม หลักเกณฑ์และมาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินที่เกิดผลสัมฤทธิ์ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นจุดที่ดีมากของ สตง. ที่เพิ่มคำว่า ผลสัมฤทธิ์ นั่นหมายถึงว่า สตง. กำลัง สนใจถึงผลของการใช้งบประมาณ ไม่ใช่แค่แต่เพียงกระบวนการใช้งบประมาณเท่านั้น ซึ่งก็ขออนุญาตชื่นชม สตง. ในส่วนนี้ แต่ผมอยากจะขออนุญาตขยายความตรงนี้ต่อไปว่า ผลสัมฤทธิ์นี้ขอให้เป็นผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชน ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ต่อส่วนราชการ เพราะเป้าหมายสุดท้ายของการใช้งบประมาณก็คือผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมคิดว่าคำถามใหญ่ที่ สตง. จะต้องถามเป็นประจำกับส่วนราชการ ก็คือว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการใช้งบประมาณนี้ นั่นหมายความว่าคำถามนี้ จะบีบให้สำนักงบประมาณจะต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่จะตอบโจทย์ ยกตัวอย่างเช่น ใช้งบประมาณเพื่อการเกษตรต้องถามว่าเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละกี่บาท อย่างยั่งยืน หรือไม่ และคำถามที่ ๒ จำนวนเกษตรกรที่มีรายได้เพิ่มขึ้นนั้นมีจำนวนเท่าไร ผมคิดว่า คำถาม ๒ คำถามนี้เป็นรูปธรรมของเคพีไอ (KPI) ที่ สตง. จะต้องใช้ในการถามกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น และที่สำคัญคนที่ได้นั้นอยู่ที่ตำบลไหน อำเภออะไร และจังหวัด อะไร เป็นต้น ตัวอย่างที่ผมยกนี้สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารราชการของเรานั้นส่วนราชการ ทำงานเสร็จครับท่านประธาน แต่ผลของการทำงานไม่ได้เกิดผลสำเร็จที่เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินจะต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์จริง และวัดได้จริง ในข้อ ๑.๑.๓ การใช้เงินตามแผนงาน หรือโครงการยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดบูรณาการ ผมคิดว่าสำนักงบประมาณกำลังจับเรื่องที่สำคัญมาก แล้วก็เป็น หัวใจของการเปลี่ยนแปลงของประเทศ แต่ปัญหาที่ผมอยากให้ สตง. ลงไปในรายละเอียด เพิ่มขึ้นก็คือว่า ๑. โครงการดังกล่าวนั้นตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนจริงหรือไม่ ทุกจังหวัดมีงบบูรณาการจังหวัดหมดครับท่านประธาน แต่งบประมาณเหล่านั้นไม่ได้ ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของประชาชน ยกตัวอย่างเช่นความยากจนของเกษตรกร เราใช้ งบประมาณของการบูรณาการจังหวัดมากว่า ๑๐ ปีแล้ว เพื่อแก้ไขความยากจนของ พี่น้องเกษตรกร แต่วันนี้เกษตรกรยังคงยากจนอยู่ครับ ท่านประธานครับ คำถามก็คือว่า อะไรเกิดขึ้นกับการใช้งบประมาณแก้ไขความยากจนของพี่น้องเกษตรกรครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ สตง. จะต้องช่วยในการหาคำตอบนี้
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความรู้จริงหรือไม่ และมีวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชนจริงหรือไม่ เช่นมีวิธีการจะแก้ไขความยากจน ของเกษตรกรจริงหรือ มีวิธีการที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจริงหรือ หรือในอีก ด้านหนึ่งเช่น คุณภาพของนักเรียน ครูที่สอนอยู่ในโรงเรียน มีวิธีการสอนที่จะทำให้นักเรียน คิดวิเคราะห์เป็นจริงหรือ ถ้าไม่มีงบประมาณกี่ล้านบาทใส่ลงไปก็ไม่เกิดผลสำเร็จครับ ท่านประธานครับ สิ่งนี้กระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีวัน ที่จะตอบความจริงนี้ สตง. เท่านั้นละครับที่จะตอบโจทย์อันนี้ให้กับเรา เพราะฉะนั้น สตง. จะต้องสะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นนี้ให้กับรัฐบาล ให้กับกระทรวง ให้กับสำนักงบประมาณ เพื่อได้ทราบว่าการใช้งบประมาณนั้นเกิดผลสัมฤทธิ์อะไรบ้างที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของประเทศ ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ข้อ ๑.๓ ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการ นำผลงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ ผมคิดว่าดีมากครับ สตง. ในเรื่องนี้ แต่ผมอยาก ให้ท่านขยาย การวิจัยและนวัตกรรมนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการตรวจเงินและการใช้เงิน แต่ต้อง ไปถึงการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนฐานราก วันนี้เรามี กองทุนวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมที่เรียกว่ากองทุน ววน. ของกระทรวงอุดมศึกษา หรือ อว. ใช้งบประมาณปีละกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านครับท่านประธาน คำถามก็คือว่า ผลงานวิจัย และนวัตกรรมนี้ตอบโจทย์ประชาชนจริงหรือ เช่น ความยากจน รายได้ หนี้สิน ความเหลื่อมล ้า และคุณภาพทางการศึกษา ตอบแค่ไหนครับ กระทรวง อว. โดยกองทุน ววน. ใช้เงินไปปีละ หมื่นล้านตอบโจทย์ ๕ เรื่องนี้แค่ไหนครับ เพราะฉะนั้น สตง. จะต้องเข้าไปทำ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) ของกระทรวง อว. ผมขออนุญาต เสนอเลย เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการจัดสรรทุนของกองทุน ววน. ที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่เป็นฐานรากของประเทศและวัดผล สำเร็จที่เกิดขึ้นให้ได้ครับท่านประธาน
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเสนอด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ กับ สตง. ว่าในนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินนั้น ผมขอเสนอให้ท่านเพิ่ม ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ขอ สตง. ตรวจเพื่อปรับระบบบริหารราชการให้ตอบโจทย์ปัญหา และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ไม่ใช่ท่านตรวจเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) ว่าเกิดอะไรขึ้นแค่นั้น แต่จะต้องมุ่งไปสู่การปรับระบบราชการ การปฏิรูป ระบบราชการให้ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ผมขอเสนอให้ สตง. ตรวจเพื่อที่จะปรับระบบงบประมาณ และการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลาง ให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสำเร็จต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๓ ผมขอเสนอให้ สตง. ตรวจเพื่อปรับวิธีการทำงานของกระทรวง และส่วนราชการให้ปฏิบัติหน้าที่ที่เน้นการวัดผลสำเร็จที่เกิดกับประชาชน เช่น มีรายได้ เกิดขึ้นเท่าไรของเกษตรกร หนี้สินของเกษตรกรลดลงเท่าไร มีน ้าเพื่อการเกษตรมากขึ้น เท่าไร เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้นเท่าไร เป็นต้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น สตง. เป็นกุญแจของการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้ การใช้งบประมาณของกระทรวงและส่วนราชการเกิดผลสำเร็จกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นครับท่านประธาน ผมจึงขออนุญาตฝากความหวังของการปฏิรูประบบราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบงบประมาณ และระบบการเบิกจ่ายและการใช้งบประมาณไว้กับ สตง. ให้ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นี่คือนโยบายของ สตง. ที่ควรจะทำ และขออนุญาตฝากความหวังกับท่านผู้ว่า สตง. ประจักษ์ บุญยัง ด้วยครับ ขอบคุณครับ