สุพัฒนพงษ์ เปิดแนวคิดพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเชื่อม 4 จังหวัดอีสาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ชี้แจงแนวทางพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมชีวภาพ เทคโนโลยีการเกษตร และการลงทุนร่วมกัน โดยมีเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ต่อปี และมูลค่าการลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านบาทใน 5 ปี

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ก็สอดคล้องกัน เรียนท่านประธานสภา เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พลตำรวจตรี สุพิศาล สอดคล้องกันเลยครับ โครงการนี้เราคงมิได้ทำแบบลิเนียร์ (Linear) อย่างที่ท่านได้กล่าวมา เป็นโครงการที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจง เป็นจังหวัด จังหวัด จังหวัด มันจึง เป็นเหตุว่าทำไมถึงต้องเป็นระเบียงเพื่อไม่ให้เกิดการซ ้าซ้อน เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน มีการหารือร่วมกัน สิ่งที่ดีที่สุด เป็นประโยชน์สูงสุดในภาพรวมของกลุ่มจังหวัด บทบาทของ แต่ละจังหวัดจะทำอะไร อย่างไร แบบไหน แล้วก็เสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งแน่นอนต้องมีการ รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อย่างที่ท่านได้กล่าวมา เพราะอยู่ในวัตถุประสงค์ ของเกณฑ์คัดเลือก พิจารณาว่าประชาชนทุกภาคส่วน ภาคประชาชน ภาคเอกชนต่าง ๆ ในพื้นที่ต้องยอมรับและให้การสนับสนุน ผมยกตัวอย่าง ก็ต้องขอประทานโทษว่า ไม่มีจังหวัดนครพนมแต่เกี่ยวข้องอยู่แล้วก็คงโยงกลับไปถึง ระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี หนองคาย กำหนดจากการหารือ จากการพูดคุย รวมทั้งเอกชนที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นผู้ชำนาญและอยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ภาคประชาชน หน่วยงานของรัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าอย่างนั้น ก็คงมีส่วน คงเป็นหน้าที่คงเข้าไปร่วม มีการกำหนดเลย น่าสนใจ แล้วเรา มีศักยภาพตรงนี้ในเรื่องของฐานอุตสาหกรรมชีวภาพเชื่อมโยงเกษตรกับอุตสาหกรรมด้วย เทคโนโลยี และเป็นไปตามห่วงโซ่การผลิตเอ็มทูเอ็ม (M2M) เอ็นทูเอ็น (N2N) เมื่อสักครู่นี้ เองผมเองได้ตอบคำถามกระทู้สดในเรื่องของน ้ามันชีวภาพรวมอยู่ด้วย ซึ่งในนี้ก็จะเกี่ยวข้อง กับน ้ามันชีวภาพอยู่ด้วยว่ามันมีการผลิตเอทานอล (Ethanol) จากการเกษตร แล้วถ้ามาเป็น การใช้น ้ามันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวก็ได้ประโยชน์ระดับหนึ่งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่อง ของการช่วยเหลือภาคเกษตรแต่สิ่งที่กำลังทำกันอยู่และเขาเล็งเห็น ๔ จังหวัดนี้ว่ามีศักยภาพ และตกลงกันแล้วว่าเราจะมาทำเรื่องพวกนี้กัน มีการต่อยอดอุตสาหกรรมชีวภาพด้วย เทคโนโลยีเพิ่มจากผลิตภัณฑ์เกษตร อ้อย มันสำปะหลัง และเกิดอาหารแห่งอนาคต โปรตีน เนื้อสัตว์จากพืช โปรตีนแมลง การแปรรูปส่วนผสมในยาและอาหาร ซึ่งอ้อยและมันสำปะหลัง มีปลูกมาก แต่ยังไม่ได้แวลู แอดเดด (Value Added) เพิ่มเติม ตรงนี้เองก็เป็นแนวทาง กำหนด แล้วใครทำ ก็เป็นเรื่องของเอกชนได้พูดคุยอย่างที่ผมเรียน ทุกภาคส่วนเข้ามาประชุม กัน เอกชนผู้สนใจ ผู้ประกอบการ ผู้นำในจังหวัด สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า หน่วยงาน ของรัฐก็ตัดสินใจว่าเอาตรงนี้ละทำงานด้วยกัน ๔ จังหวัดนี้ มีศักยภาพและเชื่อมโยงกันให้ดี ในส่วนของรัฐบาลเอง คณะกรรมการชุดนี้ผมได้เรียนแล้ว มี ๓ อนุกรรมการ เราจะเป็นหน่วย สนับสนุนให้มันเกิดตรงนี้ ให้กระบวนการที่ภาคเอกชนร่วมมือกับจังหวัด กลุ่มจังหวัดเหล่านี้ ให้เกิดโครงการเหล่านี้ให้เป็นจริง เป็นรูปธรรม จึงมีอนุกรรมการ ๓ หน่วยด้วยกัน อันประกอบด้วย ผมย ้าอีกครั้งหนึ่ง ก็คือเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมนวัตกรรม ให้มันเกิดในส่วนที่เรามีอยู่ในส่วนของรัฐ หรือในส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ต่าง ๆ โครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้การกระจายตัวได้ไปอย่างมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ เราทำได้แต่ต้องแข่งขันได้ด้วย ในส่วนนี้ก็จะมีอนุกรรมการในส่วนนี้ แล้วก็จะมีเรื่องของ การประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูล หาสิ่งสนับสนุนต่าง ๆ หน่วยงานการตรวจสอบคุณภาพต่าง ๆ ก็จะมาพิจารณาร่วมมือ เป็นความพยายาม ก็ต้องเรียนอีกครั้งหนึ่ง ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ถ้ามีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในส่วนนี้ ผมคิดว่า เป็นคุณประโยชน์ ความสามารถของท่านทุก ๆ คน ความรู้ในท้องถิ่น ท่านให้ความคิดเห็นที่ดีได้ ท่านจะมีโอกาสพัฒนาท้องถิ่นของท่านได้ ถ้ารวมกันเป็นกลุ่มจังหวัดทำงานด้วยกันไปเลย ก็จะยิ่งดีใหญ่ เรามีการหารือกันอยู่ตลอด วันนี้ก็ยังทำรับฟังความคิดเห็นให้มันแน่ตกผลึกกัน ให้ชัดเจนว่าเดินไปได้ แข่งขันได้ เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย แล้วรัฐบาลจะต้องช่วยอะไรใน ๓ ด้านนี้บ้าง ตรงนี้ยังมาไม่ถึง แต่ถ้ามันจะต้องมาถึงแล้วมันจะต้องกลายเป็นงบประมาณ ตัวชี้วัดต่าง ๆ ผลสัมฤทธิ์จะต้องมีเกิดขึ้นแน่นอน เป็นไปตามมาตรฐานตามที่ท่านได้กล่าวมา แต่อย่างไรก็ตามเป้าหมายใหญ่เลยที่คณะกรรมการชุดใหญ่ได้มองในภาพรวมก่อนก็คือว่า ต้องการเห็นผลิตภัณฑ์มวลรวมของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษทั้ง ๔ แห่ง มีการขยายตัวไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๕ ต่อปี เป็นช่วงระยะเวลา ๕ ปี มูลค่าการลงทุนรวม ๆ กันแล้วอย่างน้อย ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้คือเป้าหมายที่เราได้กำหนดเป็นกรอบภาพรวมไว้ แต่ส่วน กิจกรรมจริง ๆ กำลังตกผลึกกันอยู่ ต้องให้แน่ใจ ต้องให้รอบคอบ ต้องให้เป็นที่ยอมรับกับ ทุกฝ่าย ประชาชนทุกภาคส่วน แล้วมีเอกชนที่พร้อมจะมาลงทุน พร้อมที่จะมาร่วมสร้าง ร่วมพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจต้นแบบต่อจากอีอีซี (EEC) อีก ๔ กลุ่ม หรือ ๑๖ จังหวัด ตรงนี้ เองผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ มันสร้างการมีส่วนร่วม สิ่งที่คัดกรองมาทั้งหมดจะเป็นสิ่งที่มี โอกาสสำเร็จมากกว่าที่รัฐบาลส่วนกลางไปคิดเอง ไปเหมารวมเอง ไม่ใช่ แต่รัฐบาลชุดนี้ให้ ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับการทำการบ้านในความเหมาะสม ศักยภาพของแต่ละ จังหวัดแล้วผนึกรวมกัน ดูสิว่าถ้า ๔ จังหวัดนี้รวมกันเป็นน ้าหนึ่งใจเดียวกันได้ โอกาสดี ๆ ที่ จะเกิดขึ้นเป็นเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential) อย่างที่ท่านอยากเห็น ไม่ใช่เป็นลิเนียร์ (Linear) จังหวัดใคร จังหวัดมัน ไม่ใช่ จะเกิดขึ้น แล้วทุกท่านก็จะมีส่วนร่วมทำสิ่งเหล่านี้ ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคตต่อไป ขอบคุณครับ