สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อธิบายกลไกขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ๔ ภาค โดยเน้นการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคผ่านคณะกรรมการนโยบายและคณะทำงานระดับพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดกรอบพื้นที่ ๑๖ จังหวัด และชี้แจงขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณรวมทั้งการติดตามผลตามตัวชี้วัดเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึง
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามครั้งนี้ของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นประเด็นของเรื่องกลไก ขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ๔ ภาค ตามท่านได้ยื่นกระทู้ถามขึ้นมา ก็อยากจะเรียนว่า วัตถุประสงค์ก็คงชัดเจนอย่างที่ท่านได้กล่าวว่าทำเพื่ออะไร ก็มุ่งเน้นเรื่องของการกระจาย ความเจริญสู่ภูมิภาค กระตุ้นรายได้ สร้างอาชีพ สร้างโอกาสต่าง ๆ เพิ่มการจ้างงาน เพียงแต่ว่า วิธีการเพื่อไม่ให้เกิดการซ ้าซ้อนในแต่ละจังหวัดซึ่งอยู่ในเขตใกล้เคียงกัน จึงจัดออกมาเป็น รูปแบบของกลุ่มจังหวัด หรือว่าเป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษก็ทำทั้ง ๔ ภาคด้วยกัน ก็อย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าว มีภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก แล้วก็มีภาคใต้ วัตถุประสงค์ก็อย่างที่ผมได้กล่าว ก็มีคณะกรรมการขับเคลื่อน พูดถึงการขับเคลื่อนจะมีคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่เรียกว่า กพศ. ท่านก็ กล่าวถึง เดี๋ยวผมลงรายละเอียดอีกนิดหนึ่ง ท่านถามต่อว่าแล้วกลไกมันทำอย่างไร คณะกรรมการจะทำเองหรืออย่างไร คณะกรรมการก็มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีผม มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชนต่าง ๆ ร่วมเป็นกรรมการ แล้วก็มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติเป็น เลขานุการในการขับเคลื่อน ตรงนี้เองเพื่อให้เกิดการบูรณาการ การทำงานก็เป็น ๒ ระดับ ในส่วนของกรรมการเองก็มีอนุกรรมการอยู่ ๓ ชุด เป็นอนุกรรมการที่กำหนดสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ว่าจะมาอยู่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจนี้จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง จะมีการอำนวย ความสะดวกอะไรบ้าง ซึ่งมีท่านปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน คณะกรรมการที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตรงนี้ก็ชัดเจน จะพัฒนาเศรษฐกิจในระบบของระเบียง เศรษฐกิจอย่างนี้ต้องมีความเชื่อมโยง มีปลัดคมนาคมเป็นประธานในเรื่องของการตลาด ประชาสัมพันธ์ มีอุตสาหกรรม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือในพื้นที่ คนในพื้นที่ในเศรษฐกิจพิเศษต้อง มีการจัดคณะทำงานบริหารจัดการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ประสานการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ แล้วก็รายงาน กันขึ้นมา ตรงนี้เองจะมีกลไกอย่างที่ผมได้เรียน ก็เรียนตรง ๆ ว่าพอลงถึงพื้นที่แล้วกติกาไม่ได้ บอกว่าให้เฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดไปดำเนินการ โดยสังเขปก็คือมันเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสในการที่จะหารือ แล้วก็ให้เกิดการยอมรับสนับสนุนว่าจะดำเนินการตามเป้าหมาย ที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ ตรงนี้เองทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขาก็ไปจัด มีการพิจารณาลงไปในพื้นที่ พูดคุยขับเคลื่อน จนได้ข้อมูลในระดับหนึ่งที่ว่าจะวางกรอบ เศรษฐกิจว่าเป็น ๔ ภาค แล้วก็ ๑๖ จังหวัดอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้สรุปมา ก่อนหน้านั้น ส่วนอนุกรรมการก็ดำเนินการ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นดำเนินการอยู่ กำหนดพื้นที่ ๑๖ จังหวัด ๔ ภาค แล้วก็มีการพูดคุยสอบถามความคิดเห็นทุก ๆ ฝ่าย ให้ประชาชน มีส่วนร่วม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนั้น ๆ ก็สามารถที่จะเข้าไปร่วมได้ ไปกำหนดอนาคต ไปกำหนดโอกาส ไปกำหนดประเด็นปัญหา ต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มจังหวัดเหล่านี้ ๑๖ จังหวัดใน ๔ ภาค ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ทำให้เกิดความเจริญเข้าสู่จังหวัดและภูมิภาค ตรงนี้เองเปิดโอกาส ขนาดนั้น แล้วก็รับฟังมาโดยตลอด การประชุมที่ท่านกล่าวมานี้เริ่มพฤษภาคม เรากำหนดไว้ เป็นกลุ่มจังหวัด หลังจากนั้นก็พูดคุยกันมาจนถึงแม้กระทั่งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ก็ยังหารือกันที่จะเอาลงในรายละเอียดให้ได้ คณะอนุกรรมการก็วางกรอบและพิจารณากัน ในเรื่องของงบประมาณก็อย่างที่ผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติว่า ในช่วงแรกก็เป็นการประสานงานไปพูดคุยลงพื้นที่ก็ใช้งบประมาณไม่เยอะ อันนี้ก็พอที่จะจัดสรรลงมาได้ แต่ถ้าเป็นงบลงทุนตรงนี้เองเมื่อมีอินนิชิเอทีฟ (Initiative) อะไรออกมาจากอนุกรรมการ ซึ่งวันนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการกำหนดว่าจะมีกิจกรรมอะไร ที่จะส่งเสริมซึ่งจะต้องเป็นที่ยอมรับ ยังอยู่ในระดับของการพิจารณาอยู่ ตรงนี้ก็ว่าด้วย งบจังหวัด งบกลุ่มจังหวัด หรือในที่สุดถ้าจะต้องเป็นงบของรัฐบาลในเรื่องของส่วนกลางใด ๆ ก็จะส่งขึ้นมา ซึ่งแน่นอนเป็นอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าก็ต้องดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ โครงการต่าง ๆ ต้องมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ต่าง ๆ ขึ้นมา อันนี้ทำแน่นอน แต่ก็ยังอยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ถ้าเชื่อในวัตถุประสงค์นี้ ถ้าเรามีความเชื่อมั่น ในวัตถุประสงค์นี้ แล้วผมเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ถ้าเราได้ติดตามถึงโครงสร้างพื้นฐานของ ประเทศไทยที่รัฐบาลได้ทำตลอดระยะเวลา ๗ ปี มันได้กระจายตัวไปสู่ท้องถิ่น มีความ สะดวกมากขึ้น มันเป็นการสร้างโอกาสไม่กระจุกตัวกับกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกต่อไป แล้วทุกจังหวัดวันนี้สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าเขาให้ความสำคัญกับจังหวัดของตัวเอง มากขึ้น เขาทำงานร่วมกันมากขึ้น เขาเห็นโอกาสมากขึ้น เพราะสิ่งอำนวยความสะดวก หลาย ๆ เรื่องได้มาถึงได้มาเยือนบ้านเขา ผมเองได้มีโอกาสดูแลในจังหวัดอีสานตอนบน ก็พบว่ามีการพัฒนาถนนหนทางการเชื่อมโยงในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ อีสานตอนบนจะเป็น ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษด้วย หรือจังหวัดใกล้เคียงก็ดีขึ้นมาก เป็นโอกาสและทุกคน มีความเชื่อ มีความเชื่อมั่นว่ามีโอกาสที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองให้ดีขึ้น ให้ได้รับโอกาส มากขึ้น ให้มีการกระจายตัวมากขึ้น ตรงนี้ก็เหลือแต่เพียงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ถ้าท่านได้ร่วมมือกันได้มีส่วนร่วม ได้นำความคิดอย่างนี้ไปขยายผลไป ต่อเนื่องให้เกิดขึ้นได้ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ จังหวัด แล้วจะเป็นประโยชน์มาก ขึ้นโดยนำร่องด้วย ๑๖ จังหวัด และ ๔ ภาค เพราะเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกัน อย่างใกล้ชิดไม่ซ ้าซ้อน เสริมซึ่งกันและกันแล้วก็จะเกิดสิ่งที่ดีขึ้นมา ในขั้นต้นผมชี้แจงตรงนี้ ก่อนครับ ขอบคุณครับ