กรวีร์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คู่สมรสไม่แบ่งเพศ เรียกร้องพิจารณาภายใน 60 วัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เกี่ยวกับการรับรองคู่สมรสไม่ว่าเพศ เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการเลือกเส้นทางชีวิต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบภายใน 60 วัน และผลักดันให้กฎหมายสอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง เรากำลังพิจารณาเรื่องพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เสนอโดยเพื่อนสมาชิก คุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ จากพรรคก้าวไกล ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าผมเองในฐานะที่เป็นผู้แทนของ ปวงชนชาวไทย ในฐานะที่เราทำหน้าที่เป็นผู้แทนของประชาชนผมดีใจครับ ดีใจที่อย่างน้อย ที่สุดสภาแห่งนี้เราได้พิจารณากฎหมายที่นำเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้แทน ของประชาชนได้นำเอาความคิด เอาความต้องการของพี่น้องประชาชนมาเสนอผ่าน เป็นกฎหมายและมาพิจารณากันในสภาแห่งนี้ ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย สนับสนุนและผมเองหลังจากที่ได้ฟังเหตุผลต่าง ๆ แล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องจริงครับ เป็นเรื่องจริงที่เราคงไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยครับว่า คนเรานั้นไม่สามารถที่จะเลือกเกิด เองได้ ตอนที่เราเกิดมาไม่มีใครแม้แต่คนเดียวบนโลกนี้หรอกครับที่เกิดมาพร้อมกับ ความสามารถที่จะกำหนดเพศของตัวเองในวันที่เราลืมตามาบนโลกนี้ได้ แต่ทุกคนเมื่อลืมตา เกิดมาบนโลกนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นมนุษย์คือ เขาควรที่จะมีสิทธิ มีเสรีภาพในการเลือกเส้นทางเดินของชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าเขาจะเป็น แบบไหนก็แล้วแต่ การเขียนกฎหมาย เสนอกฎหมายฉบับนี้ผ่านให้สภาผู้แทนราษฎรนั้น จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะตอบโจทย์สิทธิเสรีภาพของคนในการที่จะเลือกเส้นทางเดินของชีวิต ของตัวเองผ่านการเลือกเพศสภาพของตัวเอง ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งรัฐบาลครับ ได้มี แนวความคิดที่จะเสนอ พ.ร.บ. ซึ่งเรียกว่า พ.ร.บ. คู่ชีวิต แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากหลายฝ่าย จนทำให้รัฐบาลนั้นได้นำเอาเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นได้กลับไปทบทวน วันนี้ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีครับ ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอแก้ไข พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือที่เราเรียกกันว่าสมรสเท่าเทียม สาระหลักสำคัญของ พ.ร.บ. ที่มีการแก้ไขฉบับนี้มีการแก้ไขในหลายมาตรา แต่สาระหลักสำคัญก็คือเป็นการแก้ไขข้อความ จากสามีภรรยาเป็นคู่สมรส ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่ว่าคุณจะเป็นคู่สมรสแบบไหนก็แล้วแต่ เป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศก็แล้วแต่ สามารถที่จะหมั้น สามารถที่จะสมรสกันได้ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้รัฐบาล รัฐสภาเอง พวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นครับ ที่ต้อง พิจารณากันอย่างรอบคอบ และผมก็ต้องขอบคุณทางรัฐบาลครับ ที่ในวันนี้ท่านส่งผู้แทนใน คณะรัฐมนตรีมาและแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่า ท่านมีเจตนาที่จะรับกฎหมายฉบับนี้ไป เพื่อที่จะไปศึกษา ไปเพิ่มเติม เพราะอะไรครับ ผมเองเห็นว่าในการแก้ไขมีหลายมาตราครับ และผมก็เชื่อว่ามันคงเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่จะรับเอากฎหมายฉบับนี้เพื่อที่จะเอาไป ดำเนินการในการปฏิบัติใช้ ในการบังคับใช้กฎหมายต่อไปในอนาคต ก็คงจะมีหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องมากมาย ดังนั้นจึงไม่ขัดข้องหรอกครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลมีเหตุผลและบอกว่าอยากจะรับกฎหมาย ฉบับนี้ไป เพื่อที่จะเอาไปทบทวน เอาไปพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะกลับมาแล้วก็มาเสนอ ต่อสภาแห่งนี้ภายในระยะเวลา ๖๐ วัน แต่ก็ต้องบอกกับท่านประธาน บอกกับท่านสมาชิก และที่สำคัญบอกกับพี่น้องประชาชนครับว่า วันนี้ในการนำเสนอ พ.ร.บ. ในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิกเสนอนั้นเราไม่ได้เป็นการลงมติเพื่อที่จะบอกว่าเราจะรับหรือไม่รับ กฎหมายนี้ เรากำลังจะลงมติเพื่อที่จะบอกว่าจะให้รัฐบาลนั้นรับกฎหมายฉบับนี้เพื่อที่จะไป พิจารณาใช้ระยะเวลาอีก ๖๐ วัน เพื่อที่จะกลับมาสู่สภาแห่งนี้อีกหรือไม่ นี่คือสิ่งที่จะต้อง ยืนยันให้ชัดเจนถึงสิ่งที่พวกเรากำลังจะลงมติกัน ซึ่งผมเข้าใจครับ เข้าใจทั้ง ๒ ฝั่ง เข้าใจทั้งฝั่ง เพื่อนของสมาชิกที่ได้รอคอยกฎหมายฉบับนี้เป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน และเข้าใจรัฐบาลที่ ต้องการที่จะเห็นกฎหมายที่ออกมามันรอบคอบ มันรัดกุม และมันสามารถที่จะตอบ เจตนารมณ์ในการเขียนกฎหมายแต่ละฉบับขึ้นมา และนำไปปฏิบัติใช้ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมอยากจะมีข้อเสนอนิดเดียวครับ ฝากท่านประธานกราบเรียนไปยังรัฐบาล กฎหมายฉบับนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีครับ กฎหมายที่ดีแบบนี้รอคอยกว่าจะเข้าสภามาใช้ระยะเวลาหลายปีครับ รัฐบาลก็ทราบอยู่แล้วครับว่าในระเบียบวาระมี พ.ร.บ. ฉบับใดที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิก ที่เสนอโดยประชาชนคนทั่วไป รัฐบาลควรที่จะทำการบ้านล่วงหน้าให้มากกว่านี้ครับ ถ้าหาก ว่าไม่ทำการบ้านล่วงหน้า เมื่อเพื่อนสมาชิกมาเสนอแล้วก็บอกว่ารัฐบาลจะเอาไปทำการบ้าน ใช้ระยะเวลาอีก ๖๐ วัน จึงเป็นสิ่งที่คิดได้ครับว่ารัฐบาลจะเอาไปเพื่อที่จะดึงเวลาต่อ กฎหมายใดฉบับหนึ่งหรือไม่ ถ้าหากว่ารัฐบาลทำการบ้านมากกว่านี้และทำงานเชิงรุกให้ มากกว่านี้ ผมคิดว่าระยะเวลาในการเสนอกฎหมายจากเพื่อนสมาชิก หรือจากพี่น้อง ประชาชนก็จะมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาของรัฐบาล ประหยัดเวลาของพี่น้องประชาชน มากกว่านี้

ท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมไม่รบกวนเวลามาก ผมอยากจะบอกกับเพื่อน สมาชิกที่เสนอ ว่าผมเป็นคนหนึ่งที่วันนี้ผมก็คงจะลงมติว่า ให้รัฐบาลรับกฎหมายเพื่อที่จะไป พิจารณาให้รอบคอบและกลับมาเสนอสภา แต่เมื่อรัฐบาลกลับมาเสนอสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมคนหนึ่งนะครับที่เห็นด้วยและอยากจะเห็นการเขียนกฎหมายที่มันตอบรับกับสภาพ ความเป็นจริงของสังคมในทุกวันนี้ และอยากจะเห็นกฎหมายที่มันก้าวหน้า อยากเห็น กฎหมายที่มันตอบความต้องการของพี่น้องประชาชนได้จริง ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ