กรณิศ ชี้ที่ดินทิ้งร้างทั่วกรุง เสนอแก้กฎหมายเพื่อท้องถิ่นพัฒนา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา หารือปัญหาที่ดินจัดสรรและพื้นที่สาธารณะที่ถูกทิ้งร้างในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมเสนอแก้ไขกฎหมายที่ดินมาตรา ๖/๑ เพื่อให้ที่ดินที่ใช้ร่วมกันเกินระยะเวลาที่กำหนดตกเป็นของแผ่นดินโดยอัตโนมัติ และให้ท้องถิ่นสามารถพัฒนาพื้นที่ได้หากไม่มีผู้ทักท้วง หลังปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมาย รวมทั้งส่งต่อคำถามให้รองปลัด กทม. ชี้แจงเพิ่มเติม

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตคลองเตย และเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการและรองประธาน คนที่หนึ่ง ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณนะคะที่ทางสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางในส่วนของประเด็นการสรุปรายงานของคณะกรรมาธิการ ของเรา ซึ่งหลายท่านก็ให้การสนับสนุน เพราะถือว่ากรรมาธิการชุดเรานี้ได้ทำประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็รวมไปถึงทั้งกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศด้วย ซึ่งหลายท่าน ได้มีข้อเสนอแนะและรวมไปถึงคำถามหลาย ๆ คำถามเพื่ออยากจะได้คำตอบ ซึ่งวันนี้เราต้อง ยอมรับว่าปัญหาการใช้ที่ดิน เป็นปัญหาทั้งกรุงเทพฯ และทั่วประเทศด้วยกันว่าเราจะพัฒนา ทรัพย์สินที่ประชาชนใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ทั้งส่วนบุคคลแล้วก็เอกชนทำอย่างไรถึงจะคุ้มค่า แล้วก็เกิดปัญหาน้อยที่สุด ดิฉันว่าส่วนใหญ่แล้วทางท่านผู้แทนทุก ๆ ท่านก็คงได้ทราบถึง ปัญหาใกล้เคียงกันไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด การพัฒนาพื้นที่ดินที่ประชาชน ใช้สอยร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสรรที่ดินในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการ ได้ดำเนินการจัดสรรแล้วก็ขายให้กับพี่น้องประชาชนไปแล้วก็ถูกทิ้งร้าง จำนวนที่ถูกทิ้งร้าง ตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไปมีค่อนข้างจำนวนเยอะมากทั่วประเทศ แล้วก็ขาดการบำรุงรักษาที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เกิด น้ำท่วมขังในพื้นที่ดินนั้นนะคะ ขาดแคลนไฟฟ้าส่องสว่าง รวมไปถึงถนนชำรุด ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วนะคะ และรวมไปถึงหลายท่านก็ต้องการให้มี สวนสาธารณะในพื้นที่ส่วนกลาง แต่นิติบุคคลทิ้งร้างไปแล้ว ไม่มีใครมาดูแล หรือแม้กระทั่ง ผู้ประกอบการได้สาบสูญไป ติดตามไม่ได้หลาย ๆ ที่ ซึ่งสมาชิกก็ได้พูดถึงว่าจะทำอย่างไร กับในพื้นที่นั้น เนื่องจากว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินก็ยังมีคนที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ แต่ยังไม่ได้ยกให้กับสาธารณะ แล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการปรับปรุงพัฒนาได้ เพราะว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเราก็มีกฎหมายที่ควบคุมอยู่ นี่ก็เกิดปัญหาต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ทางเราเองก็อยากจะขอตอบคำถามคร่าว ๆ หลาย ๆ ท่านที่ได้ สอบถามมา อย่างเช่นขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่านก็ได้พูดถึง ในกรณีของถนนที่อยู่ติดกับสนามกอล์ฟว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ดินของเอกชน แต่ว่าเป็นถนนที่ ประชาชนใช้สอยร่วมกันมาเป็นระยะเวลายาวนานมาก แต่ทำไมทางกรุงเทพมหานคร ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการเข้าไปพัฒนาหรือปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าส่องสว่างก็ดี ทำไมถึงทำไม่ได้ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากเลยทั่วกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น การที่กรุงเทพมหานครจะนำงบประมาณของกรุงเทพมหานครเข้าไปพัฒนาในพื้นที่ของ เอกชน เราไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะว่าหลาย ๆ ที่ พอกรุงเทพมหานครเข้าไปพัฒนา ก็เกิดการฟ้องร้องมาทวงสิทธิในส่วนของกรรมสิทธิ์เกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นสำคัญ เราจึงเห็นปัญหาตรงนี้ค่ะ และคณะของเราได้มีการแก้ไขว่า เราจะต้องเข้ามาแก้ในส่วนของ บทบัญญัติกฎหมาย ซึ่งข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครเป็นกฎหมายรองอย่างที่เราได้นำเรียน ตั้งแต่ต้นว่าข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครเป็นกฎหมายรอง เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องมา แก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ก็คือการที่จะต้องเข้าไปแก้ในส่วนของประมวล กฎหมายที่ดิน เราจึงได้เสนอเพิ่มเติมในส่วนของมาตรา ๖/๑ ซึ่งเนื้อหาใจความก็จะตรง ประเด็นกับที่ท่านจิรายุถามว่าจะต้องใช้ระยะเวลากี่ปี จำนวนนานแค่ไหน เราถึงจะเป็นที่ สาธารณะ หรือว่าตกเป็นสมบัติของแผ่นดินได้ ซึ่งมาตรา ๖/๑ ที่เราได้มาเสนอต่อที่ประชุม แห่งนี้ ก็คือที่ดินซึ่งประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยสงบและเปิดเผย เป็นระยะเวลา ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีติดต่อกัน สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินและไม่น้อยกว่า ๕ ปีติดต่อกัน สำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยผู้มีสิทธิในที่ดินตามโฉนดที่ดิน หรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์มิได้หวงกัน เมื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร้องขอหรือเมื่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ดินนั้นตั้งอยู่เห็นเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นดำเนินการสอบสวน และรังวัดที่ดินส่วนที่ประชาชนใช้สอยร่วมกันติดประกาศเอาไว้ เมื่อติดประกาศไว้แล้วไม่มีใคร ทักท้วง หรือทวงกรรมสิทธิ์ในส่วนของที่ดินว่าเป็นของท่าน ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากที่ติดประกาศระยะเวลาตามที่กำหนดแล้วไม่มีใครคัดค้านก็จะตกเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน ทั้งนี้เฉพาะส่วนที่ประชาชนใช้สอยร่วมกัน นี่คือการแก้ปัญหาที่เราคิดว่า จะนำมาในส่วนของการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในเรื่องของการนำงบประมาณขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนี่มาพัฒนาพื้นที่ที่ประชาชนใช้สอยร่วมกันได้

ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง คือที่ท่านเท่าพิภพ ขออนุญาตที่เอ่ยนามและหลายท่าน ได้พูดถึงว่าพื้นที่ที่ถูกจัดสรรที่ดินไปแล้ว และพื้นที่ส่วนกลางที่ถูกทิ้งร้าง ก็จะมีอยู่หลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ประเด็นปัญหาก็ใกล้เคียงกัน ก็ไม่มีใครที่จะเข้ามา พัฒนาหรือดูแล เพราะว่าบางที่เราก็ไม่สามารถที่จะจัดติดตามในส่วนของเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดินได้ เพราะว่าอาจจะสูญหายหรือว่าเสียชีวิตไปแล้ว ตรงนี้เราก็พยายามจะแก้กฎหมาย เช่นเดียวกันนะคะ ประเด็นเดียวกันเลยค่ะ ว่าถ้ากรุงเทพมหานคร หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นติดประกาศตามที่กฎหมายกำหนดแล้วไม่มีใครทักท้วงนะคะ สถานที่ตรงนั้น ก็จะตกเป็นของแผ่นดินนะคะ เพื่อที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าไปพัฒนา พื้นที่ตรงบริเวณนั้นได้

ส่วนประเด็นคำถามที่ทางท่านประเดิมชัยและท่านธีรรัตน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม สอบถามเกี่ยวกับกรุงเทพมหานคร ดิฉันขออนุญาตให้ท่านรองปลัดสุธาทิพย์ ได้ตอบในส่วนของ กรุงเทพมหานคร กราบขอบพระคุณค่ะ