สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ เสนอให้หน่วยงานท้องถิ่นร่วมสำรวจและปักป้ายแนวเขต พร้อมเร่งออก น.ส.ล. โดยให้รัฐลดภาระค่ารังวัดและให้กรมที่ดินยกเว้นค่าธรรมเนียมการออก น.ส.ล. แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการจัดการที่ดินอย่างเป็นระบบและแก้ปัญหาชุมชนบุกรุกอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอชื่นชม คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้พิจารณา แล้วก็มีรายงานสรุปกลับมาให้สภาด้วยความรวดเร็วนะครับ ความจริงแล้วรายงานของกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นั้นก็เป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาหนึ่งของ ปัญหาของการใช้ประโยชน์ในที่ดินในประเทศไทย แล้วก็ค่อนข้างที่จะเป็นปัญหาเฉพาะที่เป็น เรื่องของกรุงเทพมหานครก็ดี หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในส่วนอื่น ๆ ทั่วประเทศก็ดี แต่ในรายงานของท่านมีประเด็นหนึ่งที่ผมสนใจ ประเด็นอื่นนั้นท่านเสนอไว้ ค่อนข้างที่จะชัดเจน แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ประเด็นที่ผมสนใจจะอยู่ ในหน้า ๒ ในเรื่องมาตรการระยะสั้น โดยในเรื่องมาตรการระยะสั้นท่านเสนอประเด็นไว้ให้ กรุงเทพมหานครในข้อ ๑.๑ และเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกประเภทในข้อ ๑.๒ ในข้อ ๑.๒ (๑) นั้นเป็นประเด็นที่ผมสนใจและอยากที่จะแสดงความคิดเห็นบางเรื่อง ซึ่งอาจจะให้ท่านได้ขยายความเพิ่มเติม คือ (๑) ท่านเขียนว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรต้องดำเนินการสำรวจที่ดินที่หน่วยงานของรัฐมีกรรมสิทธิ์ครอบครองหรือดูแล โดยให้มี การแสดงรายละเอียดพื้นที่ทั้งหมด ทั้งพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์แล้ว และพื้นที่ที่ยังไม่มีการใช้ ประโยชน์ โดยเฉพาะพื้นที่ในหน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประกาศให้สาธารณชนทราบ พร้อมปักป้ายแสดงเครื่องหมายแนวเขต หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ที่ดินดังกล่าว อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะปัญหาเรื่องของที่ดินสาธารณะก็ดี ที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ ก็ดี ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศมีปัญหาเรื่องที่ประชาชนเข้าไปบุกรุกจำนวนมาก ท่านตั้งโจทย์ เอาไว้ว่า ในหลายที่นั้นประชาชนไม่ทราบว่าเป็นที่ดินของรัฐก็เข้าไปใช้ประโยชน์อย่างนี้ เป็นต้น ก็เกิดกรณีขัดแย้งกัน มันมีข้อเท็จจริงอันหนึ่งครับ ข้อเท็จจริงอันหนึ่งที่มีการเขียน เอาไว้ก็คือว่า ที่ดินประเภทหนึ่งคือที่สาธารณประโยชน์อย่างที่เพื่อนสมาชิกท่านที่แล้ว ได้อภิปรายไป เช่น ที่สงวนหวงห้ามต่าง ๆ มันเคยมีสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สรุป ข้อมูลเอาไว้ เมื่อปี ๒๕๕๑ พบว่ามีประชาชนเข้าไปบุกรุกครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน สาธารณประโยชน์ทั่วประเทศคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ครับ แม้แต่กระทั่ง ในที่ราชพัสดุก็มีคนเข้าไปบุกรุกครอบครองใช้ประโยชน์ถึงกว่า ๒ ล้านไร่ อันนี้เป็นประเด็นหนึ่ง ที่ชี้ให้เห็นว่า ประเด็นของกรรมาธิการที่ชี้ประเด็นมานั้นถูกต้องแล้ว ก็คือคนไม่รู้ว่า เป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่รู้ว่าเป็นที่ราชพัสดุ เพราะฉะนั้นการให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เข้าไปร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปสำรวจว่าที่ดินของรัฐมันอยู่ตรงไหน แล้วปักป้ายถูกต้องแล้ว ทีนี้มันมีประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่ากรรมาธิการน่าที่จะมีข้อเสนอ เพิ่มเติมไปด้วยก็คือว่า ในที่ที่เป็นที่สาธารณะสงวนหวงห้าม ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องดูแลแล้วตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ มาตรา ๑๒๒ มีการปรับปรุงใหม่แล้วเขียนว่า ให้นายอำเภอร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลมันมีวิธีการหนึ่ง ซึ่งทำให้ขอบเขต มันชัดขึ้น คือการไปขอออก น.ส.ล. น.ส.ล. หรือที่เรียกว่า หนังสือสำคัญที่หลวง ในหลายที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออก น.ส.ล. เมื่อออก น.ส.ล. ปุ๊บในที่ตรงนั้น ในที่ตรงนั้นจะเห็นชัดเลยว่าขอบเขตของที่สาธารณะจะเป็นที่สงวนหวงห้ามหรือที่อะไร ก็แล้วแต่ มีขอบเขตเท่าใด ผลจะเกิดขึ้นกับประชาชนทันทีก็คือว่า ใครอยู่นอกเขต น.ส.ล. นั้น ถ้าไม่ติดในเขตที่ของรัฐ ตัวเองสามารถไปออกเอกสารสิทธิได้โดยชอบ แต่ถ้าอยู่ในที่ น.ส.ล. ที่ชาวบ้านไปอยู่ก็ไปขอดำเนินการได้ ในรูปแบบ คทช. อย่างนี้เป็นต้น แต่ที่ผม จะเสนอกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็คือว่า เวลาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปขอออก น.ส.ล. กรมที่ดินจะเรียกเก็บเงินค่ารังวัดที่ดินครับ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหนใหญ่เป็นล้าน นี่คือปัญหาหนึ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายที่ เมื่อจะดำเนินการไปขอออก น.ส.ล. ต้องถอยกลับ เพราะไม่มีเงินมากเพียงพอที่จะไปขอออก น.ส.ล. ได้ ไหน ๆ กรรมาธิการ วิสามัญเสนอแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไปแล้ว ผมว่าเขียนเพิ่มเติมไปได้ไหมครับว่า
- ๓ ๓ /๑ กรณีเช่นที่ว่านี้ ในเมื่อเป็นการใช้ประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็เป็นที่ สาธารณะ ที่ประโยชน์ของรัฐกับกรมที่ดินแล้ว เสนอให้กรมที่ดินยกเว้นการเก็บค่าออก น.ส.ล. ไปเสียเลย เวฟ (Waive) ไปเลยครับ ยกไปเลย มันจะทำให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศสามารถไปขอออก น.ส.ล. ได้พร้อมกันทั้งประเทศ แล้วกรมที่ดิน ตั้งงบประมาณไปเลยครับ ชดเชยให้เจ้าหน้าที่สามารถไปเดินรังวัดออก น.ส.ล. ได้ทั่วประเทศ ตรงนี้เกิดความชัดเจน แล้วประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นอย่างที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ตั้ง วัตถุประสงค์เอาไว้ รวมถึงได้ประโยชน์อย่างอื่นด้วย เช่น ชาวบ้านที่บุกรุกครอบครอง เขาก็จะได้รู้ ส่วนที่เขาอยู่นอกเขตก็ไปขอออกเอกสารสิทธิได้ ส่วนที่อยู่ข้างในถ้ายังจะอยู่ต่อ ก็ไปขอออก คทช. ได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถจัดการใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอสำหรับคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ขอบพระคุณครับ