กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการการป้องกัน และบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ในคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมจากท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ ข้อมูลไว้แล้วในเบื้องต้นนั้น ท่านประธานที่เคารพคะ ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ทะเลไทยอย่างยั่งยืน โดยได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงาน นักวิชาการที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม แลกเปลี่ยนข้อมูลและแสดงความคิดเห็นทั้งหมด จำนวน ๓๕ หน่วยงาน โดยแต่ละหน่วยงาน ได้ให้ข้อมูลและชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาศึกษาผลกระทบ และแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เรายังได้ เดินทางไปศึกษาดูงานตรวจสภาพพื้นที่ทั้งหมด ๕ ครั้ง อาทิเช่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง แล้วก็กรุงเทพมหานคร เขตบางขุนเทียน โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อติดตามและรับฟังปัญหาความคืบหน้า ความเดือดร้อนของประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย รวมทั้งประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งผู้แทนชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ทำให้รับทราบถึงข้อมูลข้อเท็จจริง ตลอดจนปัญหา ที่เกิดขึ้น สามารถนำมาศึกษาเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขได้อย่างครบถ้วนและเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย จากการ ประมวลผลการพิจารณาศึกษาทั้งการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การเดินทางไปศึกษาดูงานแล้ว สามารถสรุปผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ โดยแบ่งเป็น ๓ ประเด็นดังนี้ค่ะ
ประเด็นที่ ๑ สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยที่เกิดจากธรรมชาติ และการกระทำของมนุษย์ การกัดเซาะชายฝั่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสมดุลตะกอน บริเวณชายฝั่งจากอิทธิพลของคลื่น กระแสน้ำชายฝั่ง น้ำขึ้น น้ำลง พายุ รวมถึงการรบกวน การเคลื่อนที่ของตะกอนชายฝั่งจากกิจกรรมของมนุษย์ ในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมาปัญหา การกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยมีแนวโน้มที่รุนแรงยิ่งขึ้น โดยมีปัจจัยหลักจากการสูญเสีย ตะกอน การสร้างเขื่อน การทำลายป่าชายเลน และระบบนิเวศชายฝั่ง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ชายฝั่ง ทะเลไทยเกิดการกัดเซาะประมาณ ๘๓๐ กิโลเมตร ทั้งนี้เมื่อปี ๒๕๖๒ มีการดำเนินการแก้ไข ปัญหาไปแล้ว ๗๐๒ กิโลเมตร ปัจจุบันมีการก่อสร้างโครงสร้างบริเวณชายฝั่ง เช่น ถนนบน สันทราย รอดักทราย หรือคันดักทราย เป็นต้น ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ไปชะลอหรือกีดขวาง กระบวนการการเคลื่อนที่ของตะกอนชายฝั่งธรรมชาติ เกิดผลกระทบและทำให้เกิด การกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ข้างเคียง สูญเสียหาดทรายและชายฝั่ง โดยมีการเปลี่ยนแปลง อย่างถาวร
ประเด็นที่ ๒ ผลกระทบของการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ผลกระทบที่เกิดจาก การกัดเซาะชายฝั่งมีหลายด้าน ประกอบด้วย ๑. ผลกระทบด้านกายภาพ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเส้นชายฝั่ง การสูญเสียที่ดิน ๒. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อระบบ สาธารณูปโภค การท่องเที่ยว และการใช้ประโยชน์การประกอบอาชีพบริเวณชายหาด ๓. ผลกระทบด้านสังคม สูญเสียบ้านเรือนที่อยู่อาศัย สูญเสียวิถีชีวิตชุมชน รวมทั้งสถานที่ สำคัญทางประวัติศาสตร์ และ ๔. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหาระบบนิเวศ ถูกทำลาย ปัญหาสูญเสียการให้บริการของระบบนิเวศ และปัญหาการเชื่อมโยงระหว่าง ระบบนิเวศทางทะเลและพื้นที่ชายฝั่งหายไป
ประเด็นที่ ๓ การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยหน่วยงานที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมีหลายหน่วยงาน ด้วยกัน ประกอบไปด้วย ๑. หน่วยกำกับนโยบาย เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวง คมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒. หน่วยงานปฏิบัติ เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นส่วนท้องถิ่น ๓. หน่วยงานสนับสนุน เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมที่ดิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมธนารักษ์ กองทัพเรือ และกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการมี ๒ ประเด็น ประเด็นเร่งด่วน ขอสไลด์ (Slide) นำเสนอค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
สไลด์ (Slide) ที่ ๑ คณะกรรมาธิการพบว่าในปัจจุบันประชาชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากปัญหา การกัดเซาะชายฝั่งไม่ได้รับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะอย่างทันท่วงที โดยปกติ ต้องใช้เวลาประมาณ ๑-๓ ปี ในกรณีที่จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตั้งงบประมาณ มาดำเนินการได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งก็อาจเปลี่ยนแปลงไป หรือลุกลามส่งผลกระทบที่รุนแรงขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมกลไกของภาครัฐ จะเข้าไปบรรเทาและเยียวยาปัญหาในระยะสั้น โดยกำหนดให้การกัดเซาะชายฝั่งเป็นพิบัติ ภัยธรรมชาติที่จะให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่สามารถใช้เงินทดรองราชการมาบรรเทา ปัญหาโดยใช้วิธีป้องกันปัญหาแบบชั่วคราว สามารถลดผลกระทบต่อประชาชนได้ทันท่วงที เพื่อรอการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ทั้งนี้เมื่อประชาชนได้รับการบรรเทาเรียบร้อยแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบจะมีเวลาในการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม และอย่างยั่งยืน โดยศึกษาถึงสาเหตุของการกัดเซาะ หากเป็นการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล หรือเป็นการกัดเซาะแบบชั่วคราวก็สามารถใช้มาตรการสีขาวหรือสีเขียวในการแก้ไขปัญหา หากจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาด้วยการใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม หน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็มีเวลาเพียงพอในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การก่อสร้างไม่ไปกระทบพื้นที่ ข้างเคียง หรือสร้างผลกระทบต่อเนื่องค่ะ
ข้อสังเกตประเด็นที่ ๒ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ ประเด็นแนวทางการแก้ไข ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน คณะกรรมาธิการเสนอว่าเพื่อให้การแก้ไข ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นไปอย่างยั่งยืนต้องมีการดำเนินการดังต่อไปนี้ค่ะ
๑. ปรับปรุงหน้าที่และอำนาจ และหน่วยงานไม่ให้ซ้ำซ้อน และมี ประสิทธิภาพตรงกับศักยภาพความเชี่ยวชาญของบุคลากรในหน่วยนั้น
๒. พัฒนาแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งให้เหมาะสม กับสภาพปัญหา โดยใช้มาตรการชั่วคราวระยะสั้น มาตรการระยะยาว และการบรรเทา ความเสียหาย
๓. ให้มีการบูรณาการจัดทำแผนงานโครงการและงบประมาณแก้ไขปัญหา การกัดเซาะชายฝั่ง
๔. ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ ชายฝั่ง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
๕. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชน และท้องถิ่นในการแก้ไข ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
๖. พัฒนาความรู้ระบบฐานข้อมูลกลางในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหา การกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน และ
๗. ภาครัฐควรชะลอโครงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่ใช้โครงสร้าง อย่างไม่สามารถผ่านการพิจารณาศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) พร้อมทั้ง ศึกษาหาแนวทางในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างริมชายฝั่งทะเลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์และถูกทิ้งร้าง รวมทั้งสิ่งก่อสร้างบนสันทรายชายหาด โดยรายละเอียดปรากฏตามรายงานและผลการ พิจารณาที่ได้มอบให้ทุกท่านไว้แล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ