มานะ จี้ความร่วมมือระหว่างประเทศ แก้ปัญหายาเสพติด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

มานะ ศิริพิทยาวัฒน์ หารือเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการดำเนินการทั้งในต้นทาง (แหล่งผลิตในเมียนมา) เส้นทางลำเลียง (ผ่าน สปป. ลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย) และปลายทาง (ออสเตรเลีย ไต้หวัน ฮ่องกง สหรัฐฯ และยูเอ็นโอดีซี) เพื่อสกัดกั้นปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขภายในประเทศ

นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้กรุณา ให้คำแนะนำแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ รวมไปถึงมีข้อสอบถามมากับสำนักงาน ป.ป.ส. เกี่ยวกับรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประจำปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ แล้วก็ปี ๒๕๖๓ ต้องกราบเรียนว่าปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ นี้เป็นฉบับที่ตกค้างเลยมามีข้อพิพาท นิดหนึ่ง ปี ๒๕๖๓ ก็เป็นการรายงานตามปกติที่เราดำเนินการแล้วก็รายงานมา ส่วนปี ๒๕๖๔ ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการก็จะเร่งดำเนินการมาเช่นเดียวกัน ในรายงานผล การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานที่นำเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า อาจจะมองว่าเป็นการรายงานเพียงด้านเดียว เพราะเนื่องจากว่าตรงนี้เป็นการรายงาน ตามกฎหมายที่กำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ส. นั้นรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี ที่ต้องให้รายงานตามกฎหมายนี้ก็มองว่า ในตัวของกฎหมายเองนั้นที่ให้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีทั้ง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ของสำนักงาน ป.ป.ส. เอง แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกว่า เป็นหน่วยงานภาคีที่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย โดยหลักก็จะเป็นตำรวจ แล้วก็มีทหาร มีเจ้าหน้าที่ หรือของดีเอสไอ (DSI) แล้วก็มีส่วนของกรมการปกครองด้วยที่เข้ามาช่วยในเรื่อง การดำเนินการในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ส. เองนั้นเรียนว่า สำนักงาน ป.ป.ส. มีเจ้าหน้าที่ ข้าราชการอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ เศษ ๆ นั่นเอง หลายท่าน ได้สอบถามว่าในเรื่องของการรายงานยังขาดอยู่ในเรื่องของการป้องกัน การบำบัด ต้องกราบเรียน ว่าตัวรายงานฉบับนี้อย่างที่ผมได้นำกราบเรียนไปแล้วว่าเป็นการรายงานการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แต่หลังจากนี้ครับ หลังจากที่ประมวลกฎหมายยาเสพติด มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคมที่ผ่านมา ตามมาตรา ๕ ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ได้กำหนดให้มีการจัดทำนโยบายและแผนว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แล้วก็ ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ที่ต้องมีหน้าที่ในการรวบรวม แล้วก็จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน ทั้ง ๓ ด้าน ทั้งด้านป้องกัน ปราบปราม แล้วก็การบำบัดรักษา เพราะฉะนั้นในปีหน้าที่ ท่านสมาชิกได้เรียนสอบถามมาว่าจะมีการรายงานในเรื่องของการบำบัด การป้องกันก็จะ เป็นรายงานอีก ๑ ฉบับ ก็จะเข้ามาสู่ที่ประชุมของสภาแห่งนี้ครับ ในการดำเนินการของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่เรารวบรวมข้อมูลทั้งหลายมาก็เป็นการใช้อำนาจตามมาตรา ๑๔ ของ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ต้องเรียนว่าขณะนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้วก็ ตาม แต่ในประมวลกฎหมายยาเสพติดก็ยังมีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ เหล่านี้ให้ไว้กับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่จะทำหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายต่อไปด้วย เรื่องของยาเสพติดที่ยังคงมี การแพร่ระบาดอยู่ในประเทศไทย แล้วก็เจ้าหน้าที่ปราบปรามก็ใช้อำนาจที่กฎหมายมีให้ ใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่กฎหมายให้ไว้ที่จะเข้าไปดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งด่านตรวจ ตั้งจุดสกัด เส้นทางลำเลียง การนำเข้าของพื้นที่นำเข้าตามแนวตะเข็บชายแดนของประเทศ แต่ต้องเรียนว่าในการ ดำเนินการต่าง ๆ ช่องทางธรรมชาติ หรือช่องทางที่นำเข้ามาของยาเสพติดจะมีปัญหา อุปสรรค จะมีอุปสรรคหรือการขัดขวาง หรือว่ากล้องวิดีโอ (Video) อะไรต่าง ๆ ที่เรา พยายามที่จะไปติดตั้งไว้ เพราะว่าเราไม่มีกำลังคนที่จะดูตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพราะฉะนั้น เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ทางเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็พยายามที่จะหาเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการนำเข้าที่เป็นจุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะไป ดำเนินการ ตรงนี้เราก็อาศัยพนักงาน ป.ป.ส. ที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่จะเข้าไปช่วยในการ ดำเนินการ ส่วนเมื่อเข้ามาในเส้นทางลำเลียงในส่วนประเทศไทยแล้ว ในพื้นที่หรือในเส้นทาง ลำเลียงที่เป็นเส้นทางหลัก ในขณะนี้เส้นทางหลักต้องกราบเรียนว่าเรามีกล้องที่จะใช้ในการ ตรวจสอบเส้นทางของผู้ที่ลักลอบลำเลียง แต่อย่างไรก็ตามในส่วนนี้ผู้ที่ลักลอบค้ายาเสพติด เขาก็มีการหลบเลี่ยงเส้นทางที่เราเป็นจุดสกัดจุดตรวจหลัก ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. เองร่วมกับ ทางตำรวจ ทางกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดก็พยายามที่จะตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพิ่มเติมในเส้นทางเลี่ยงหรือหมู่บ้าน ซึ่งเรียกว่าเป็นหมู่บ้านเลี่ยงในการขนส่งตลอดเวลา อยู่แล้ว มีท่านสมาชิกสอบถามในเรื่องของการบำบัดรักษา ถึงแม้จะไม่อยู่ในนี้ก็ขออนุญาต ตอบด้วยว่า ในการบำบัดรักษานั้นในตัวของกฎหมายที่จะมีการแก้ไขใหม่หรือประมวล กฎหมายยาเสพติดในอนาคต เรามีการจัดตั้งคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพ ทางสังคม ซึ่งก็จะทำให้กระบวนการในการนำผู้เสพ ผู้ติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษานั้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วเราก็จะไม่ถือว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็น อาชญากร เพราะฉะนั้นในการดำเนินการตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ผมคิดว่าน่าจะมี ประสิทธิภาพแล้วก็ทำให้การแก้ไขปัญหาในส่วนของผู้เสพผู้ติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นในเรื่องของการดำเนินการกับคนที่กระทำความผิดเราพยายามที่จะแยกกลุ่มคน ที่กระทำความผิดออกเป็น ๓ กลุ่ม ก็คือกลุ่มของคนเสพที่หลายท่านได้อภิปรายว่ามี ๓๐๐,๐๐๐ อันนี้ไม่ได้อยู่ในเรือนจำ จริง ๆ ไม่ถึง ที่เป็นผู้เสพผู้ติดเราก็จะเข้าสู่กระบวนการ บำบัด นอกจากนั้นก็มีเรื่องของแรงงานของการค้ายาเสพติด แล้วก็ผู้ค้า หรือผู้สั่งการ ในกระบวนการค้ายาเสพติด บุคคลเหล่านี้ก็จะอยู่ในเรือนจำที่เรามีการจับกุม แล้วสิ่งที่เป็น นโยบายของทางรัฐบาลก็คือเรื่องของการดำเนินการกับคนเหล่านี้ที่จะเป็นผู้ค้าหรือนายทุน ผู้สั่งการ โดยใช้มาตรการในการริบทรัพย์สินมาเป็นหลักในการดำเนินการ ซึ่งก็คิดว่าในปีหน้า รายงานเจ้าพนักงานของเราก็จะมีรายงานในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องของการ ขยายผล การทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่จะมานำเสนอกับท่านด้วย

ประเด็นต่อไป ประเด็นที่ท่านสอบถามเรื่องของการบำบัดรักษาที่ควรจะมี ท้องถิ่นเข้ามาดำเนินการ ฉบับนี้ไม่มีอยู่ในนี้แต่ผมขออนุญาตนำเรียนไว้ก่อนเลยว่าในปีหน้า เรื่องของกฎหมายเขาจะเน้นในการดำเนินการโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็ท้องถิ่น ซึ่งการบำบัดรักษาก็จะมีการใช้ท้องถิ่น ในส่วนกลางก็จะเป็น กทม. มาดำเนินการ แล้วก็ใช้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลซึ่งอยู่ในพื้นที่ เรียกได้ว่ากลุ่มเล็กมาช่วยในดำเนินการ ในส่วนนี้ด้วย มีท่านสมาชิกสอบถามว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในขณะนี้ปีที่ผ่านมามีการ รายงานว่ามีอยู่ ๑๖,๐๐๐ เศษ มีทหารอยู่ ๒,๐๐๐ วันนี้ต้องกราบเรียนว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในปีที่ผ่านมาเรามีการยกเลิกการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. บางส่วนที่ทราบว่า ไม่มีการรายงาน ไม่มีการต่อบัตร มีการโยกย้าย อันนั้นก็เพื่อจะรองรับการบังคับใช้ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เหลืออยู่ประมาณ ๗,๐๐๐ คนเศษ และมี เจ้าหน้าที่ทหารอยู่ประมาณ ๔๐๐ เศษ และอยู่ในระหว่างที่เราจะดำเนินการในการที่จะ คัดเลือก เลือกสรรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่จะมาทำหน้าที่ใหม่ ซึ่งการดำเนินการก็จะต้องมีการ ตรวจสอบ มีการอบรม มีการใส่เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ มีการควบคุม การปฏิบัติงานกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามที่มีท่านสมาชิกได้อภิปรายแล้วก็ให้คำแนะนำ

เรื่องของการสร้างชุมชนเข้มแข็ง การมีส่วนร่วมของชุมชนในการที่จะเข้ามา ดูแลตัวเอง ก็คิดว่าในส่วนนี้เป็นคำแนะนำที่ทางสำนักงาน ป.ป.ส. จะรับไปเพื่อจะไปประสาน เราประสานงานกับทางกระทรวงสาธารณสุขที่จะดูแลในเรื่องนี้ให้ใกล้ชิดอยู่แล้ว

เรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการถามว่า ปัจจุบันนี้ มียาเสพติดที่ส่งออกไปยังต่างประเทศหลายประเทศตามที่เป็นข่าว หลายท่านได้มีการ อภิปรายว่าในส่วนนี้เรามีการดำเนินการหรือมีความร่วมมือกับต่างประเทศในการดำเนินการ นี้อย่างไรบ้าง ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในความร่วมมือกับต่างประเทศนั้นเราทำทั้ง ในต้นทาง เส้นทางลำเลียง แล้วก็ประเทศปลายทาง ต้นทางก็คือแหล่งผลิต เราสร้าง ความร่วมมือกับประเทศที่เป็นแหล่งผลิตในเมียนมา ต้องขออนุญาตกล่าว ในชุมชนเรียกว่า เป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยที่เขามีอิทธิพลในเรื่องของการผลิตยาเสพติด เราก็ไปสร้าง ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ในส่วนของ สปป. ลาว ซึ่งเป็นเส้นทางหลีก หรือเส้นทางเลี่ยง ซึ่งโดยปกตินั้นจากพื้นที่แหล่งผลิตก็จะเข้าสู่พื้นที่ประเทศไทย แต่เนื่องจาก เรามีการสกัดกั้นในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องของการหลีกเลี่ยง หรือเรียกว่าทฤษฎีบอลลูน เอฟเฟกต์ (Balloon Effect) เราสะกดไว้ กั้นไว้ตรงไหน เขาก็หนี ไปอีกด้านหนึ่ง เพราะฉะนั้นในเส้นทางลำเลียงที่ผ่านมาก็เป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มีเส้นทางที่เพิ่มขึ้น เราก็สร้างความร่วมมือในเรื่องนี้ นอกจากนั้นเรายังสร้างความร่วมมือ กับปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย ไต้หวัน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะยูเอ็นโอดีซี (UNODC) ซึ่งเข้ามามีบทบาทมากในการสกัดกั้นหรือสร้างความร่วมมือในประเทศไทยที่จะ ให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดในบ้านเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น