สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือประเด็นการปราบปรามยาเสพติดจากรายงานสามฉบับ ตั้งข้อสังเกตว่ารายงานของ ป.ป.ส. ขาดความชัดเจนในผลการดำเนินงาน จึงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงเพื่อสะท้อนสถานการณ์จริงและประสิทธิผลของแผนงานภายใต้กฎหมายใหม่ พร้อมเสนอให้จัดตั้งสถานพยาบาลเฉพาะทางและชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้ผู้นำชุมชนสามารถดำเนินการได้ทันที หลังพบปัญหาผู้เสพเกิดอาการหลอนก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในรอบระยะเวลา ประมาณ ๑ ปีที่ผ่านมานี้ผมก็ลุกขึ้นอภิปรายรายงานของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดเป็นครั้งที่ ๒ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเรามีรายงานอยู่ ๓ ฉบับ ผมมี ๒ ประเด็นที่อยากจะอภิปราย
เรื่องแรก ก็คืออยากจะตั้งข้อสังเกตต่อรายงานของท่าน ความจริงแล้ว บทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันยาเสพติดหรือ ป.ป.ส. น่าจะเปลี่ยนไป พอสมควร หลังจากที่เรามีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งลงในราช กิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา เพื่อให้งานต่าง ๆ ด้านยาเสพ ติด ในแง่กฎหมายนั้นมีความเป็นระบบมากขึ้น ป.ป.ส. ก็จะต้องเป็นองค์กรที่เป็นความหวัง ของสังคมไทยที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดในหลากหลายประเด็นด้วยกัน แต่ว่าผมมีข้อสังเกต อย่างแรกต่อรายงานของท่านทั้ง ๓ ปี ในมือผมก็คือปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๖๓ ผมมีข้อเสนอแนะว่าความจริงแล้วในกฎหมายตัวใหม่ให้ใช้ประมวลยาเสพติด มาตรา ๕ ก็ได้ระบุว่าคณะรัฐมนตรีจะต้องเสนอรายงานพร้อมข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา คือทั้งต่อ ส.ส. และต่อ ส.ว. แต่ว่าในรายงานที่ทำมานี้ผมคิดว่า ป.ป.ส. สามารถทำให้ดีกว่านี้ได้ คือในรายงานของท่านทั้ง ๓ ปี มีลักษณะที่คล้ายกันอย่างยิ่ง ๑. ท่านลงกฎหมายไว้ตอนท้าย ซึ่งผมเห็นว่าในรายงานไม่มีความจำเป็นเลยครับ ที่ต้องลงตัวกฎหมาย ป.ป.ส. ไว้ ซึ่งต่อไป อาจจะลงประมวลให้ใช้ยาเสพติด เหตุผลที่ไม่มีความจำเป็นเพราะว่า ขอโทษนะครับ ผมว่า มันเปลืองหน้ากระดาษ แต่สิ่งที่สภาอยากจะรู้อยากจะเห็นก็คือ ๑. สถานการณ์ยาเสพติด อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะนี่คือปัญหาใหญ่ที่คุกคามทุกครอบครัว ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกจังหวัดในประเทศนี้ ๒. ผลการปฏิบัติตามแผนของท่าน เรื่องนี้เรื่องใหญ่มาก แต่ในรายงานที่เราเขียนกันมา ๒-๓ ปีในมือผมไม่มีผลของการปฏิบัติว่าท่านสามารถที่จะ แก้ไขปัญหาอย่างกรณีฟื้นฟูบำบัดผู้เสพยาไปได้จำนวนกี่ราย สามารถกลับตัวเป็นพลเมืองดี ได้จำนวนเท่าไร ไม่กลับไปสู่การเสพจำนวนเท่าไร ผมว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่กว่า แล้วเป็นข้อมูล สำคัญที่สภาควรจะรับทราบ แต่เราไม่มี ผมก็หวังว่าหลังจากใช้กฎหมายฉบับใหม่ แล้วก็จะมีในลักษณะเช่นนั้น ปัญหาอุปสรรคเช่นเดียวกันที่ท่านเสนอเอาไว้จะคล้ายกัน ทั้งหมด ๓ ปี เหมือนกับรายงานฉบับครั้งที่แล้วที่ผมได้อ่าน ก็คือพูดถึงปัญหาของการเข้าสู่ การเป็นพนักงาน ป.ป.ส. ของท่านเอง ซึ่งปัญหานี้มันควรจะแก้ได้ครับ แต่ว่าเราเขียน ติดต่อกันมาจนกระทั่งฉบับหลังสุดคือปี ๒๕๖๓ ท่านเขียนบอกว่าปัญหานี้ก็ดีขึ้นบ้าง แต่จริง ๆ แล้วสภาไม่ได้ต้องการรับทราบแค่นั้น แต่เรา ต้องการรับทราบว่าในจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ อย่างไร นี่เป็นประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เพื่อนสมาชิกพูดถึงก็คือ ผลจากการ เสพยาเสพติดยาวนานมีคนซึ่งถึงขั้นหลอนเป็นจิตประสาทฝังตัวอยู่ในทุกหมู่บ้านเลยครับ แล้ววันดีวันคืนก็จะระเบิดขึ้นมากลายเป็นคดีสะเทือนขวัญต่าง ๆ คนที่เหนื่อยที่สุดคือกำนัน คือผู้ใหญ่บ้าน คือพ่อแม่ คือผู้ปกครอง และคนที่รับเคราะห์กรรมก็คือคนที่อยู่ที่นั่น อย่างกรณีบ้านผมเคยเกิดกรณีของคนที่หลอน เข้าไปในบ้านของสามีภรรยาคู่หนึ่งแล้วก็ ฆ่าปาดคอ ปัญหาของฝ่ายปกครองก่อนหน้านี้ก็คือว่าไม่รู้จะจัดการอย่างไร จับตัวไปส่ง โรงพยาบาล โรงพยาบาลก็บอกว่าไม่มีที่ไว้ จะไปโรงพักตำรวจก็บอกไม่มีอำนาจจับ แต่ในกฎหมายตัวใหม่นี้ ผมไปอ่านดูในมาตรา ๑๑๓ ต่อเนื่องมาตรา ๑๑๔ เขียนให้เป็น บทบาทของฝ่ายปกครอง ซึ่งแน่นอนครับ รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขียนถึงตำรวจ เขียนถึง ความสมัครใจของผู้ที่ติดยา ซึ่งถือว่าผู้เสพนั้นเป็นผู้ป่วยด้วย แล้วก็กำหนดให้มีสถานพยาบาล ยาเสพติดเกิดขึ้น ผมคิดว่าอันนี้ละครับที่ไปถูกทางแล้ว แต่ประเด็นที่ผมจะถามท่านก็คือว่า หลังจากกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ ป.ป.ส. คุยกันหรือยัง ว่าต่อจากนี้ไปในทั่วประเทศเราจะมี สถานพยาบาลยาเสพติดเริ่มต้นในปี ๒๕๖๕ กี่ที่ ประกาศไปเลยครับ ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบลรับทราบเลยครับว่า ถ้าคุณเจอบำบัดถึงขนาดจิตหลอนมีปัญหาต่าง ๆ คุณมีอำนาจ หน้าที่อย่างนี้ สามารถที่จะนำตัวไปส่งยังสถานพยาบาลยาเสพติดได้ แล้วผมก็อยากรู้ว่า โดยกฎหมายฉบับนี้ที่ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นองค์กรหลักหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเรื่อง เสพยานี้เตรียมเรื่องนี้ไว้หรือยัง เช่น อย่างที่จังหวัดตรังถ้าเกิดกรณีคลุ้มคลั่งขึ้นมา สถานพยาบาลยาเสพติดที่ตรังถือเป็นโรงพยาบาลใหญ่อย่างโรงพยาบาลตรัง ได้มีการ เตรียมการหรือยังว่าที่ตรงนั้นเป็นสถานพยาบาลยาเสพติดแจ้งหรือยัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาจะได้รู้จะได้เอาตัวไป หรือจะต้องไปส่งที่โรงพยาบาลโรคประสาทที่จังหวัดสงขลา เหล่านี้ เป็นต้น ในเวลานี้ทุกคนทำไม่ถูกครับ แล้วปัญหานี้มันคุกคามทุกวันอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดถึง แล้วประเด็นนี้ผมเคยลุกขึ้นพูดถึงมาครั้งหนึ่งแล้วในสภาแห่งนี้ วันนั้นเรายังไม่มี คำตอบกัน แต่กฎหมายประมวลยาเสพติดตรงนี้เขียนไว้ชัด เพราะฉะนั้นการเตรียมการ จากวันนี้ไปจะเป็นเรื่องเร่งด่วนมากครับ ผมอยากรู้ว่า ป.ป.ส. คุยเรื่องนี้กันหรือยัง ถ้ายัง ไม่คุยเรื่องนี้ผมอยากให้ถือเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศไทยเลย ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะต้อง สูญเสียคนดี ๆ ไปอีกจำนวนมาก อันเกิดจากการเป็นผลตกค้างของคนที่เสพยาจนกระทั่ง หลอนแล้ว นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก ผมอยากให้ ป.ป.ส. ลุกขึ้นตอบคำถามนี้กับสภา แล้วก็หวังว่า ในการรายงานครั้งหน้าซึ่งอาจจะเป็นรายงานปี ๒๕๖๔ ก็ดีหรือปี ๒๕๖๕ ก็ดี ท่านจะได้ ปรับปรุงรายงานแล้วเขียนผลของการปฏิบัติต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น รวมถึงสถานการณ์ ยาเสพติดให้เราได้รับรู้กัน ผมต้องเรียกว่าเอาใจช่วย ป.ป.ส. เพราะว่าเราอยู่ในพื้นที่ เราประสบปัญหาเหล่านี้ทุกวัน เราได้รับเรื่องร้องเรียนเหล่านี้ทุกวัน จนกระทั่งเราเองก็ พยายามที่จะค้นหาคำตอบ วันนี้มันครบถ้วนอยู่ในนี้อยู่แล้วตัวกฎหมายก็เขียนให้อำนาจ ท่านไว้ ก็อยากจะฟังว่าเราได้เตรียมการในเรื่องนี้ไว้อย่างไร อย่ามองข้ามเรื่องนี้อันนี้เป็น เรื่องใหญ่มากแล้วก็อยากเห็นการปฏิบัติที่จริงจังครับ ขอบพระคุณครับ