สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ระบุว่าโรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรีประสบปัญหาความแออัดอย่างรุนแรงจากจำนวนเตียงและบุคลากรที่ไม่เพียงพอ จึงเสนอแผนแก้ไขระยะสั้นด้วยการก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน 14 ชั้น และระยะยาวโดยกำหนดให้โรงพยาบาลชลบุรีเป็นศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินต้นแบบของเขตอีอีซี (EEC) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการรักษาและยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล
ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เป็นคำถามที่ผมถือว่าเป็นคำถามสำคัญต่อ การพัฒนาอีอีซี (EEC) เป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับความหนาแน่นของผู้รับบริการหรือผู้ป่วย ในโรงพยาบาลจังหวัดชลบุรีที่มีมากขึ้น แนวทางต่าง ๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง ผมเองก็ไป ตรวจสอบข้อมูลแล้วก็สอดคล้องกัน จังหวัดชลบุรีมีโรงพยาบาลทุกสังกัดรวมกัน ๓๙ แห่ง มีจำนวนเตียง ๑ เตียง ต่อประชากร ๑,๓๕๐ คน ในขณะที่มีแพทย์ ๑ คนต่อประชากรเกือบ ๒,๘๐๐ คน น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของเขตสุขภาพที่ ๖ โดยมีโรงพยาบาลชลบุรีเป็นโรงพยาบาลศูนย์ จำนวนเตียง ๘๕๐ เตียง มีบริการผู้ป่วยมากกว่า ๓,๕๐๐ รายต่อวัน อัตราครองเตียงสูงถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องยอมรับครับ ข้อมูลท่านเห็นด้วยครับว่า ถือว่าอยู่ในระดับที่แออัด จึงจำเป็นจะต้องมีการวางแผนแก้ไข ก็สอบถามว่าวางแผนแก้ไขไว้อย่างไร เรื่องนี้เอง กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนการแก้ไขความหนาแน่นของจำนวนของผู้รับบริการ และผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นระยะสั้น ระยะยาว โดยมุ่งเน้นถึงการรักษาฉุกเฉินครบวงจร เนื่องจาก จังหวัดชลบุรีมีอัตราผู้ป่วยและเสียชีวิตสูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมของสังคมเมืองและ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ประชาชนมีการบาดเจ็บ เจ็บป่วยเฉียบพลัน ผู้ป่วยจำเป็นต้อง ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน จำเป็นจะต้องมีการขนส่งอย่างทันการณ์เพื่อลดความเสี่ยง เรื่องพิการและเสียชีวิต จึงให้ความสำคัญกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน และระบบการส่งต่อของ โรงพยาบาลที่เรียกว่าสมาร์ต อีเมอร์เจนซี แคร์ (Smart Emergency Care) ให้ได้มาตรฐาน มีเครื่องมือที่ทันสมัย ในระยะสั้นสำนักงานอีอีซี (EEC) ได้ร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุข และผลักดันให้โรงพยาบาลชลบุรีได้มีการก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก ๑๔ ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยกว่า ๑๕,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งก็จะรองรับกับผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพในเบื้องต้น ในระยะยาวจะมี การพัฒนาโครงการแพทย์เครือข่ายทั้งเครือในพื้นที่อีอีซี (EEC) ทั้ง ๓ จังหวัด เพื่อส่งเสริมให้ มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญสูงร่วมกันและทำงานเป็นเครือข่าย รวมทั้งใช้ระบบแพทย์ฉุกเฉินไทย ในอีอีซี (EEC) เพื่อยกระดับแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นแซนด์บ็อกซ์ (Sand box) ของประเทศ มีหลาย ๆ บทบาท จะมีตั้งแต่เรื่องของการพัฒนาคอลเซนเตอร์ (Call Center) และ เฮลิคอปเตอร์ (Helicopter) ดิสแพตเชอร์ เซนเตอร์ (Dispatcher center) มีการส่งตัว โดยใช้ระบบทางอากาศ มีการส่งตัวจากจุดเกิดเหตุ แม้กระทั่งบนบกและในทะเล และมีการ อภิบาลพัฒนา แต่ที่สำคัญก็คือเรากำหนดให้โรงพยาบาลชลบุรีเป็นศูนย์รับต่อการแพทย์ ฉุกเฉินตามแผนการพัฒนาฉุกเฉินไทยในเขตภาคตะวันออก หรือเขตอีอีซี (EEC) นี่ก็คือ แผนระยะยาว และอีกเช่นกันในเบื้องต้นในตัวชี้วัดของปี ๒๕๖๕ สำหรับศูนย์การแพทย์ ครบวงจร นอกจากเรื่องของการให้งบประมาณในการที่จะก่อสร้างหรือขยายศูนย์ดูแล อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ๑๕ ชั้น อย่างที่ผมได้เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไป เราก็มีการขยายผล ให้โรงพยาบาลชลบุรีเป็นศูนย์โรคเฉพาะทางครบทุกสาขา และรับส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาการุณย์ บำราศนราดูร ๒ และศูนย์การแพทย์ศึกษาร่วมกับจุฬา แล้วก็อย่างที่ผมเรียนย ้าว่าจะเน้นเรื่องของการให้บริการแพทย์ฉุกเฉินโดยจะสร้าง ความร่วมมือกับทางโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ของสภากาชาดไทย จังหวัดชลบุรี ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนายกระดับแพทย์ฉุกเฉิน นอกจากนั้นตรงนี้เอง ในเรื่องของการพัฒนาศูนย์บริการสุขภาพนานาชาติ ตรงนี้ก็จะใกล้เคียงของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ เมืองการบิน จะมีการออกแบบอาคารศูนย์บริการสุขภาพนานาชาติ โดยเจ้าภาพคือโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดชลบุรี และนอกจากนั้นเองก็ยังมี ศูนย์ต้นแบบนวัตกรรมสาธารณสุขอีก ๑ แห่ง เป็นการพัฒนาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จังหวัดชลบุรี ให้เป็นต้นแบบของดิจิทัล ฮอสพิทัล (Digital Hospital) ในการที่ จะเป็นศูนย์การรักษาแพทย์แบบทางไกล ตรงนี้ก็อยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ทั้งแผนระยะสั้น งบประมาณที่ได้ให้ไปเพื่อที่จะรองรับอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ทั้งแผนระยะยาว ที่จะกำหนดให้ชลบุรีเป็นศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินต้นแบบ เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ รวมทั้งมีการพัฒนาจุดอื่น ๆ ที่จะเป็นจุดสำคัญที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรีให้มีศูนย์นวัตกรรม ศูนย์สุขภาพเกิดขึ้น ตรงนี้ก็อยู่ในแผนการ แต่แน่นอนข้อเท็จจริงที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวมาว่า วันนี้โรงพยาบาลหรือผู้ป่วยหรือผู้เข้ารับการบริการในโรงพยาบาล ในเขตจังหวัดชลบุรี ถามว่าแออัดไหม จากข้อมูลที่ผมได้ไปตรวจสอบก็ตรงกัน แออัด จึงจำเป็นจะต้องมีการเร่งงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ให้มีการขยายอาคารรองรับที่ได้กล่าวมา ที่จังหวัดชลบุรี และถ้าจะต้องติดตามให้มั่นใจได้ว่ามาตรฐานการดูแลจำนวนเตียง จำนวนแพทย์ จำนวนบุคลากรต่อผู้ป่วยจะต้องเข้าสู่มาตรฐานไม่ได้ด้อยไปกว่าเขตสุขภาพที่ ๖ ที่เป็น ค่าเฉลี่ย ก็จะติดตามดูให้อย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจังหวัดชลบุรีก็จะมีการดูแล ทางสาธารณสุข และผมเชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว วันนี้ก็ขอบคุณครับ