เบญจา แจงน้ำมันรั่วระยองซ้ำเติมวิกฤตชาวบ้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

เบญจา แสงจันทร์ หารือเหตุน้ำมันรั่วในจังหวัดระยองที่เกิดซ้ำซาก กระทบเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนเร่งชี้แจง แก้ไข และรับผิดชอบต่อเหตุการณ์อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ จากเหตุการณ์น ้ามันรั่วไหลที่จุดขนถ่ายน ้ามันบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล มาบตาพุด จังหวัดระยอง ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือเอสพีอาร์ซี (SPRC) เมื่อคืนวันที่ ๒๕ มกราคมที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นภัยพิบัติทางทะเลครั้งใหญ่ เป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติอีกครั้งหนึ่งของคนจังหวัดระยอง ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ และแน่นอน นี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอีกเช่นกัน ท่านประธานทราบไหมคะ นี่เหมือนเป็นฝันร้ายที่กำลัง กลับมาเยือนชาวระยองอีกครั้งหนึ่ง ชาวบ้านเพิ่งพ้นจากการผวาจากเหตุการณ์น ้ามัน จำนวนมหาศาลรั่วกลางทะเล เมื่อปี ๒๕๕๖ ครั้งนั้นนอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจกับเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล ตะวันออกอย่างมากมายมหาศาลแล้ว ยังส่งผลกระทบร้ายแรงแบบประเมินมูลค่าไม่ได้ สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน วิถีชีวิตชาวประมง สภาพแวดล้อมทางทะเล เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและบนบก ทำลายแหล่งท่องเที่ยว สำคัญ แหล่งเพาะพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น ้า รวมไปถึงป่าชายเลน ระบบนิเวศและห่วงโซ่ อาหารทั้งหมดอีกด้วยค่ะ ซึ่งวิกฤติในครั้งนั้นไม่ได้จบลงทันทีหลังควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วมันกลับส่งผลกระทบระยะยาว ซึ่งกินระยะเวลายาวนานมาจนถึง ทุกวันนี้ค่ะ ท่านประธานคะ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ดิฉันต้องยืนยันว่าเหมือน เคราะห์ซ ้ากรรมซัด ซ ้าแล้วซ ้าเล่ากับชาวเมืองระยอง เพราะการท่องเที่ยวของระยองซึ่งเริ่ม ผ่อนคลายจากการล็อกดาวน์ (Lockdown) จากเหตุการณ์ทหารอียิปต์ จนส่งผลกระทบมา จนถึงเรื่องของบ่อนระยอง แล้วทำให้คนระยองต้องกักตัวต่อเนื่องในช่วงของโควิด (COVID) ที่แพร่ระบาดหนัก แล้วพอเริ่มผ่อนคลายกำลังเข้าสู่ช่วงไฮ ซีซัน (High Season) กำลังจะ กลับมาสู่เหตุการณ์ปกติที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งบริเวณชายหาดระยองและเกาะเสม็ด แต่ก็กลับเจอกับเหตุการณ์น ้ามันรั่วซ ้าแล้วซ ้าเล่าซ ้าเติมเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ยอด นักท่องเที่ยวของเกาะเสม็ดและชายหาดในเมืองระยองที่คาดการณ์ว่าจะดีขึ้นก็กลับเงียบ เหงาและที่พักก็ถูกยกเลิกการจองเกือบทั้งหมดทันทีค่ะ ท่านประธานคะ เหตุการณ์นี้ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองอย่างมากมายมหาศาลค่ะ ตั้งแต่ ชาวประมงที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติและต้องสูญเสียอาชีพ สูญเสียเครื่องมือ อุปกรณ์ทำประมงที่โดนน ้ามันเสียหายไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ผู้ค้าอาหารทะเล ทั้งรายใหญ่และรายย่อย รวมไปถึงผู้ค้าริมหาดได้รับผลกระทบทันทีจากการยกเลิกออร์เดอร์ (Order) การสั่งซื้ออาหารทะเล เนื่องจากความไม่มั่นใจในการบริโภคอาหารทะเล ผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารและห่วงโซ่สายพาน การท่องเที่ยวทั้งระบบที่เกี่ยวข้อง ก็ได้รับผลกระทบอย่างมากมายมหาศาล ท่านประธานคะ นอกจากการกระทบกับ พี่น้องประชาชนแล้ว เศรษฐกิจการท่องเที่ยว รวมไปถึงผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณ ที่ต้องใช้ไปเพื่อการจัดการควบคุมสถานการณ์ จัดการคราบน ้ามัน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศหลังจากนี้ รวมไปถึงงบประมาณของรัฐที่ต้องดำเนินการในทางกฎหมายเพื่อ เรียกร้องให้บริษัทเอกชนอย่างเอสพีอาร์ซี (SPRC) เป็นผู้รับผิดชอบชดเชยค่าเสียหาย ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอีกมากมายมหาศาลด้วยเช่นกันค่ะ จากเหตุการณ์ภัยพิบัติ ที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงจากที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดนี้นะคะ เราไม่ได้เรียนรู้แล้วก็ไม่ได้ ถอดบทเรียนจากหายนะครั้งก่อนเลยแม้แต่น้อยค่ะ นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ เป็นต้นมานะคะ ระยองเกิดเหตุการณ์น ้ามันรั่วไม่น้อยกว่า ๒๖ ครั้ง แต่ท่านประธานทราบไหมคะ จนถึงวันนี้ กว่า ๗ วันผ่านไปแล้ว การจัดการข้อมูลของรัฐและบริษัทเอกชนกลับไม่มีความชัดเจน และนี่ เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมากที่ในวันแรกมีการประเมินปริมาณน ้ามันดิบรั่วไหลออกมา ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ลิตร ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ ๒๖ มกราคม วันที่ ๒ มีการคำนวณ ปริมาณน ้ามันดิบที่รั่วไหลออกมา เปลี่ยนตัวเลขเป็น ๑๖,๐๐๐ ลิตร และหลังจากส่งทีม นักประดาน ้าลงไปสำรวจ มีการประเมินใหม่เหลือตัวเลขน ้ามันอยู่แค่ ๕๐,๐๐๐ ลิตร ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ระบุว่า การประเมินที่เกิดขึ้นมาจากเอสพีอาร์ซี (SPRC) ท่านประธานคะ ทั้งที่การประเมินคราบน ้ามันมันประเมินได้ด้วยหลักการ ทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้วค่ะ และหน่วยงานรัฐเองก็สามารถที่จะประเมินได้จากการตรวจสอบ เอกสารนำเข้าของบริษัทน ้ามันที่บริษัทเอกชนจดแจ้งกับกรมศุลกากร แต่มันสามารถนำมา หักลบกับปริมาณน ้ามันที่เหลืออยู่ในเรือได้ค่ะ แต่นี่เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งค่ะ ท่านประธานคะ ที่นอกจากท่านรัฐมนตรีเองหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานรัฐไม่ทำแล้วนะคะ ท่านยังปล่อยเรือที่เป็นของกลางกลับประเทศโดยไม่อายัด ไว้ตรวจสอบใด ๆ เลย ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามีภารกิจจำเป็นต้องเดินทางกลับต่างประเทศและ ขอเดินทางกลับบ้านก่อน อีกเรื่องที่ดิฉันอดแปลกใจไม่ได้ก็คือ การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ที่วันนี้ท่านเดินทางมาตอบกระทู้นี้ด้วยตัวท่านเอง ในวันนั้น ในฐานะที่ท่านเป็นตัวแทนรัฐบาล ท่านควรจะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ท่านกลับออกมายืนยันแทนบริษัทเอกชนว่า พบน ้ามันรั่วไหลเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ บนผิวน ้า ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ลิตร หลังจากดูทิศทางการไหลของกระแสน ้าแล้วก็วางใจได้ว่ามันจะ ไม่พัดเข้าฝั่ง นี่เป็นคำตอบของท่านในวันนั้น ส่วนท่านรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ผู้ที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชนเช่นกัน แต่ท่านออกมายืนยันแทนนายทุนว่าขอยืนยันว่าการรั่วไหลของน ้ามันดิบในครั้งนี้ ไม่กระทบ กับการท่องเที่ยวและชายหาดแม่รำพึงอย่างแน่นอน นั่นคือคำตอบของท่านในวันนั้น จนถึง ตอนนี้ท่านเห็นความเสียหายและหายนะที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน แล้วท่านจะรับผิดชอบ ต่อคำพูดนั้นอย่างไร นี่จึงนำมาสู่คำถามที่ ๑ ที่ดิฉันอยากจะขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีที่มาชี้แจง อันที่จริงแล้วคำถามต่าง ๆ ที่ดิฉันเตรียมประเด็นมาในวันนี้ดิฉันตั้งใจจะ ถามไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าท่านกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง และท่านสามารถตอบในข้อความคิดเห็นได้ในทุกกระทรวง แต่ว่าก็ต้องฝากท่านประธาน ถามไปยังรัฐมนตรีที่มาชี้แจงวันนี้ว่า ท่านจะสามารถตอบข้อมูลตรงนี้ได้หรือไม่ ก็คือดิฉัน อยากจะขอข้อมูลและตัวเลข คำถามแรกก็คือตัวเลขที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของการรั่วไหล ของน ้ามันในครั้งนี้ ซึ่งรายละเอียดมันจะอยู่ในคำถามนี้ว่า ท่านทราบหรือยังว่าเรือบรรทุก น ้ามันที่บรรทุกน ้ามันเข้ามาแล้วรั่วไหลกลางทะเล เป็นเรือบรรทุกน ้ามันสัญชาติอะไร และบรรทุกน ้ามันมาจำนวนทั้งหมดเท่าไร ซึ่งเรื่องนี้ค่ะท่านประธานมันจะทำให้เราประเมิน ได้เบื้องต้นว่า การรั่วไหลออกมาจากทุ่นกลางทะเล มีปริมาณเท่าไรกันแน่ แล้วก็ในคำถาม เดียวกันก็คือว่าจุดที่เกิดรอยรั่วบริเวณท่อที่เกิดเหตุ เป็นท่อที่บริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบ เป็นผู้ที่บำรุงรักษาหรือไม่ แล้วหน่วยงานใดของรัฐเป็นคนที่เข้ามาตรวจสอบอายุการใช้งาน ของท่อนี้และรับผิดชอบดูแลเรื่องความปลอดภัยตามมาตรฐานของการจัดทำรายงานอีไอเอ (EIA) ที่บริษัทเอกชนทำไว้ด้วยนะคะ เพราะว่าที่ผ่านมาข้อมูลที่ออกมามันค่อนข้างสับสน และสร้างความไม่ชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากค่ะ ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่า ภาครัฐเองร่วมมือกับนายทุนเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้ความช่วยเหลือให้กับกลุ่มทุนน ้ามันยักษ์ ใหญ่ข้ามชาติหรือไม่ ปกปิดข้อมูลน ้ามันรั่วไหลที่รั่วไหลออกมาแล้วใช้ความพยายามในการ ปรับลดตัวเลขให้น้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงลดภาระความรับผิดชอบของบริษัทเอกชนใหญ่รายนี้ ให้น้อยลงหรือไม่ อยากให้รัฐมนตรีผู้มาชี้แจงบอกข้อมูลข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชน และสภาแห่งนี้ด้วย ในฐานะที่ดิฉันติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ดิฉันก็พอจะเดาคำตอบได้ แต่อยากให้ท่านตอบให้ชัดเจน ขอบคุณค่ะท่านประธาน