วุฒิสาร แจงแผนปรับปรุงรายงาน-เปิดอี-เลิร์นนิงเพื่อความโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

วุฒิสาร ตันไชย ชี้แจงผลการประชุมและข้อเสนอแนะที่ได้รับ ย้ำการปรับปรุงรายงานประจำปีให้สะท้อนผลสัมฤทธิ์เชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน พร้อมผลักดันการเผยแพร่เอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน QR Code เพื่อความทันสมัยและประหยัดทรัพยากร โดยเน้นความโปร่งใสในการจัดอบรมสำหรับสมาชิกรัฐสภาและการเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษากรรมาธิการเข้าร่วมโดยไม่จำกัดโควตา พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรอี-เลิร์นนิงที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมกว่า 5,000 คน รวมถึงความคืบหน้าในบิกร็อก 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การเผยแพร่ความรู้ด้านประชาธิปไตยและการจัดทำรัฐธรรมนูญ ตลอดจนการผนวกรวมประเด็นเจนเดอร์และ SDGs ผ่านงานวิจัย GRB ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และความร่วมมือกับกระทรวง พม. ในการพัฒนาหลักสูตรนำร่องด้านธรรมาภิบาลเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย พร้อมรับข้อเสนอแนะจากที่ประชุมเพื่อนำไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่มีอยู่

ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านผู้อภิปรายทั้ง ๗ ท่านที่กรุณาให้ข้อคิดเห็น แล้วก็ข้อเสนอแนะ ในการทำงานที่เป็นประโยชน์กับสถาบัน แล้วก็สถาบันก็รับที่จะนำไปปรับปรุงเพิ่มเติม แล้วก็ในปีหน้าการรายงานผลก็จะนำมาซึ่งสิ่งที่ท่านได้คอมเมนต์ (Comment)

อย่างไรก็ตาม ผมสรุปอย่างนี้ครับว่า ประเด็นแรกเลยสถาบันรับเรื่อง การนำเสนอในรายงานประจำปีที่จะให้แสดงถึงผลลัพธ์ทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนขึ้น มากกว่า เรื่องของการพูดเฉพาะว่าเราได้ทำอะไรไป กับการประเมินติดตามผลของผู้เข้ารับการศึกษา อบรมที่จะเกิดประโยชน์ในระยะปานกลาง หรือระยะยาวครับ

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของระบบการทำงานของสถาบัน โดยเฉพาะระบบ การทำงานที่เชื่อมโยงกับการสนับสนุนงานของรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ขออนุญาตรับความเห็นของคุณหมอเพชรดาว ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ คือขณะนี้ เราได้เปลี่ยนวิถีการในการที่จะเผยแพร่เอกสารครับ ท่านใดอยากที่จะได้เอกสารเป็นเล่ม ขอไปเราจัดส่งให้ครับ แต่ว่าเราไม่ได้ทำไปให้กับทุกท่านทั้งหมด แต่ว่าท่านใดที่ต้องการ ก็สามารถรีเควสต์ (Request) ได้ หรือจะสแกน (Scan) ด้วย ปัจจุบันนี้ตอนนี้เราจะทำเป็น อี-บุ๊ก (e-Book) มากขึ้นด้วยครับ ก็คือใช้คิวอาร์ โคด (QR Code) แล้วก็ยิงก็จะอ่านได้เลย เพราะฉะนั้นในแง่การเผยแพร่เราก็ตั้งใจว่าจะทำต่อไปครับ แล้วก็จะทำให้เข้มข้นขึ้น แล้วก็อินพุต (Input) ในเคพีไอ ลิงก์ (KPI link) ก็อยากที่ทราบครับว่า เราอาจจะทำลงทุน ไม่เยอะเหมือนกัน แต่ว่าการใช้ประโยชน์ก็อาจจะมีมากบ้าง น้อยบ้าง ตามความถนัด ของแต่ละท่านที่เป็นสมาชิกรัฐสภา

ในประเด็นเรื่องของการอบรม แล้วก็การขยายโอกาสให้กับทุกท่าน ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ในหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภานั้นเราเปิดหมด แต่ว่าในโครงการหลักที่เป็น ปปร. นั้นก็มีการกำหนด สัดส่วน ด้วยเหตุผลที่ว่าเราต้องการให้เกิดองค์ประกอบที่มีความสอดคล้องกันในหลายมิติ เพื่อจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนในระบบของการจัดการเรียนการสอน

ส่วนเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ สถาบันขณะนี้ได้ขยายเปิดไปถึง ที่ปรึกษาและเลขานุการของคณะกรรมาธิการด้วย หากมีคำสั่งที่ถูกต้อง แล้วก็ไม่ได้มีโควตา เราเปิดโอกาสให้เสนอมากี่คนเรารับอบรมให้หมดครับ ในปีแรก ๆ หลังการเลือกตั้งเราตั้ง งบประมาณไว้เพียง ๒ รุ่น แต่ว่าเราต้องจัดไปทั้งหมด ๘ รุ่น เพราะว่าเป็นความต้องการ เพราะฉะนั้นเราก็เปิดเต็มที่ครับไม่มีโควตาใด ๆ อาจจะมีคนที่ไม่ได้เรียนบ้าง ก็คือกรณีที่มี การเปลี่ยนแปลงครับ เช่น คำสั่งของสภานั้นมีการเปลี่ยนแปลงแล้วก็จะไม่ได้เรียน

ส่วนประเด็นที่เป็นการทำงานในเรื่องขององค์ความรู้ ในเรื่องของการใส่ เรื่องความรู้ เรื่องประชาธิปไตย เรื่องธรรมาภิบาลนั้น เราให้ความสำคัญมากครับ แล้วเรา ก็ดำเนินการอยู่ การเผยแพร่ความรู้ในส่วนของประชาชนนั้น ผมกราบเรียนว่าในส่วนหนึ่ง เรามีระบบ อี-เลิร์นนิง (e-Learning) ที่สามารถให้ประชาชนเข้ามาเรียนได้ อย่างน้อยขณะนี้ มี ๓ หลักสูตร คือการเตรียมการสำหรับการเป็นนักการเมือง การเตรียมการสำหรับการเป็น นักการเมืองท้องถิ่น แล้วก็การสร้างสำนึกหรือการวัดคุณสมบัติของการเป็นพลเมือง ขณะนี้มีคนเข้าเรียนที่ผ่านการอบรมนี้ด้วยตัวเอง แล้วก็สอบผ่านแล้ว กว่า ๕,๐๐๐ คน ที่เราขยายไป

ส่วนเรื่องการอบรมในค่ายทหารนั้น เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกกำหนดในครั้งที่แล้ว ที่มีหลายท่านให้ข้อสังเกต แล้วเรื่องนี้ก็จะเชื่อมโยงกับประเด็นที่ท่านสุพิศาล ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน พูดถึงเรื่องของบิกร็อก (Big rock) ครับ เพราะว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นั้น สถาบันรับผิดชอบตรงกับเรื่องของบิกร็อก (Big rock) อยู่ ๒ เรื่อง คือเรื่องการเผยแพร่ ความรู้ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับเรื่องของการจัดทำ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญครับ ขณะนี้สถาบันได้รับงบประมาณปี ๒๕๖๕ มาแล้ว แต่ว่าเราเริ่มไปตั้งแต่ปีงบประมาณปี ๒๕๖๔ ซึ่งจะปรากฏในรายงานประจำปีคราวหน้า ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น หนังสือที่ทุกท่านได้รับเรื่องของรัฐธรรมนูญ รอบโลก อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราทำเปลี่ยนเรื่องเคพีไอ เยียร์บุ๊ก (KPI Yearbook) ในเรื่องของการปฏิรูปเพื่อจะตอบโจทย์ แล้วก็เราได้รับงบประมาณไม่มากนัก แต่ว่า เราก็พยายามจะใช้เนื้องานของเราที่สอดคล้องอยู่แล้วนี้ปรับปรุงไป ก็ขออนุญาตว่า ในส่วนของบิกร็อก (Big rock) เอง สถาบันก็รับ แต่ในส่วนของที่จะบอกว่าให้ไปประเมิน เรื่องของบิกร็อก (Big rock) ทั้งหมดนี้ อันนี้ผมเข้าใจว่าโดยหลักการแล้วขณะนี้หน่วยงาน ที่ทำการประเมินก็คงจะเป็นสภาพัฒน์

ส่วนสุดท้ายครับ ในเรื่องของประเด็นใหม่ที่หลายท่าน แล้วก็ท่านณัฐวุฒิ กรุณาให้ความเห็นคือเรื่องของเจนเดอร์ (Gender) ผมเรียนว่าประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่เรา ให้ความสำคัญ จริง ๆ เราให้ความสำคัญในระบบ เอสดีจี (SDGs) เลย แต่เรื่องเจนเดอร์ (Gender) ต้องเรียนว่าสถาบันพระปกเกล้าทำงานวิจัย แล้วก็ศึกษาเรื่องนี้โดยอาจารย์ ดอกเตอร์ถวิลวดี เรื่อง จีอาร์บี (GRB) จนได้รับการยอมรับของ ยูเอ็นดีพี (UNDP) แล้วก็ได้เสนอ ครม. และผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่ง ครม. ก็มีมติให้เรื่องของ จีอาร์บี (GRB) นั้นเป็นประเด็นที่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ให้ความสำคัญครับ

ส่วนหลักสูตรที่ท่านณัฐวุฒิ ขออภัยเอ่ยนามท่าน เข้าไปเรียนในเรื่องของ ธรรมาภิบาลระหว่างความเสมอภาคหญิงชายนั้น เป็นหลักสูตรนำร่องที่เราทดลอง สร้างหลักสูตรนี้ขึ้นร่วมกับกระทรวง พม. ครับ หากกระทรวง พม. เห็นชอบแล้วก็ จะดำเนินการต่อ สถาบันก็จะดำเนินการในหลักสูตรถัดไป

ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ประเด็นที่ทุกท่านได้กรุณาให้ความเห็นมาทั้ง ๗ ท่าน ผมในนามของสถาบันต้องขอขอบพระคุณ แล้วขอน้อมรับความคิดเห็นทั้งหมด และจะนำไปปรับปรุง แล้วก็จะยินดีที่จะรับคำแนะนำจากท่านสมาชิกทุกท่าน โดยยัง ไม่จำเป็นต้องเฉพาะวาระของการรายงานประจำปี ท่านสามารถที่จะแจ้งความต้องการ ของท่านผ่านกลไกที่มีความเชื่อมโยงกับท่านอยู่แล้วได้ทุกช่องทาง และสถาบันพยายาม จะปรับปรุงให้ดีที่สุดตลอดเวลาครับ ก็ขออนุญาตกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ