ทวี สอดส่อง แลกเปลี่ยนความเห็นต่อรายงานสถาบันพระปกเกล้า โดยตั้งข้อสังเกตถึงช่องว่างของภาพลักษณ์กับความเป็นจริงในระบอบประชาธิปไตย พร้อมแสดงความกังวลต่อสถานะประชาธิปไตยที่ถดถอยเมื่อเปรียบเทียบกับนานาชาติ และตั้งคำถามถึงบทบาทของสถาบันในการส่งเสริมความเป็นธรรมและสิทธิมนุษยชน รวมถึงวิพากษ์ปัญหาการคอร์รัปชัน ธรรมาภิบาลที่เสื่อมถอย นโยบายสันติวิธีในภาคใต้ที่ยังไม่เห็นผล และกรณีรัฐประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนเป็นผู้บุกรุกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวของนโยบายรัฐที่ส่งผลให้เกิดความยากจนอย่างรุนแรง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอมีส่วนแลกเปลี่ยนรายงานของสถาบันพระปกเกล้า ปี ๒๕๖๓ ผมได้ฟังรายชื่อจากท่านประธานได้อ่านผู้มาชี้แจง สิ่งหนึ่งก็คืออยากให้ทุกท่านภูมิใจว่า ความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งก็เชื่อมั่นใจตัวผู้มาชี้แจงมาว่า ยังเป็นภาพมีความเป็นประชาธิปไตย มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะมาแลกเปลี่ยนก็คือ เนื่องจากรายงานฉบับนี้อาจจะมีภาพที่เห็น กับภาพความเป็นจริงของสังคม ก็เลยเป็นห่วงสถาบันพระปกเกล้าว่า ท่านต้องทำงานหนัก คือสถาบันได้ยกวิสัยทัศน์ คือเป็นสถาบันชั้นนำในการพัฒนาประชาธิปไตย ท่านประธาน ที่เคารพ ทราบไหมครับว่าถ้าเราดูรายงานในประเทศก็จะมีรายงานสถานะประชาธิปไตย ของเราถ้ารายงานของวีเด็ม (VDEM) คือองค์กรที่มีการตรวจสอบ เราก็อยู่ในกลุ่มประเทศ ที่เป็นเผด็จการแบบปิด เราไปเทียบเคียงอยู่ใน ๓๐ กลุ่มสุดท้ายคือรวันดา แคเมอรูน ที่อยู่ภายใต้กึ่งเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จหรือพม่าล่าสุด อันนี้คือภาพที่ถูกมองมา ดังนั้นการที่สถาบันพระปกเกล้า กล้าหาญที่จะไปพัฒนาประชาธิปไตย ผมถือว่าท่านมี ความกล้าในความท้าทายภาพพจน์ประชาธิปไตยของสภา ท่านประธานเราอาจจะต้องมองกัน บางทีถูกมองในเงามืดของความเป็นประชาธิปไตยจากผู้ที่มอง ผู้ที่ผมไปสัมผัส ซึ่งอันนี้ ทุกอย่างไม่มีสว่างหมด อย่างน้อยก็มีตัวบุคคลหลายคนที่มีความเข้มแข็ง มีความกล้าหาญ ที่จะยืนบนความถูกต้อง ผมชื่นชมหลายท่านรวมทั้งท่านประธานอยู่ด้วย ดังนั้นผมจึงมี ความสงสัยว่าวิสัยทัศน์ที่ท่านตั้งไว้จะไปพัฒนาประชาธิปไตย ผมอ่านในรายงานกิจกรรม พวกนี้มันใช่หรือไม่
อีกข้อหนึ่งก็คือ ท่านต้องการให้มีธรรมาภิบาล ท้าทายมาก วันนี้ดัชนี การคอร์รัปชัน ของเราจาก ๑๘๐ ประเทศ เมื่อปีที่แล้วท่านนายกฯ หรือหลายคนมาชี้แจง ในตอนอภิปรายก็บอกว่า เราอยู่ในที่ ๑๐๔ จาก ๑๘๐ ประเทศ คะแนน ๓๖ จาก ๑๐๐ ก็ดีใจ ก็บอกว่าทุกหน่วยก็เอางบประมาณที่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน จะไปแก้ปัญหาการคอร์รัปชัน เมื่อเร็ว ๆ นี้ออกมาแล้ว ดัชนีคอร์รัปชันของเราจากที่ ๑๐๔ วิ่งไปที่ ๑๑๐ คะแนนก็ต่ำมาอีก ๑ คะแนน แต่ที่ลงไปเยอะจาก ๑๘๐ อันนี้คือถามว่าการไปสร้างธรรมาภิบาลของสถาบัน พระปกเกล้า ถ้าท่านกล้าหาญตั้งวิสัยทัศน์ขนาดนี้ ความล้มเหลวของสังคมไทย สถาบัน พระปกเกล้าอาจจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมไหม ผมยังมองว่าอยากจะเพิ่มวิสัยทัศน์ ถ้าสถาบัน พระปกเกล้าสามารถทำได้ คือสถาบันพระปกเกล้ามองว่ายืนอยู่กับฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่กับรัฐสภา เพราะอย่างน้อยที่สุดท่านประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน ก็ไปเป็นประธาน เราจะถึงเวลาหรือยังที่จะทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายที่มีหลักนิติธรรม ถ้ากฎหมายยังเป็นสมบัติส่วนตัวของคนกลุ่มหนึ่ง แล้วเมื่อคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้าไปทำตาม กฎหมายบังคับใช้กฎหมายคนกลุ่มนั้นจะไม่มีสิทธิได้ต่อสู้เลย เพราะกฎหมายจำนวนมาก เป็นกฎหมายที่เราตั้งเป็นรูปคณะกรรมการ เราเขียนกฎหมายหลักการดีเลย แล้วส่งให้ไปอยู่ ในอุ้งมือของคณะกรรมการ เราไปกวักมือเรียกเขามา เรียกคนต่าง ๆ มา แล้วคณะกรรมการ ต่าง ๆ พอเข้าไปทำแล้วท่านประธานก็จะรู้ว่า บางครั้งเมื่อลายลักษณ์อักษรออกมาอย่างนี้ ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ไม่ใช่กฎหมายออกในยุค สภาผู้แทนราษฎร กฎหมายออกในยุคของ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ บูโด สุไหงปาดี ที่ ๒๖๐,๐๐๐ ไร่ ปรากฏว่าได้มีการพิสูจน์มาแล้วว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นการประกาศว่า ป่ารุกคน ไม่ใช่คนรุกป่าสมัยท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรีก็บอกให้มีมติ ครม. ไปพิสูจน์ ถ้าราษฎรอยู่ก่อนก็ให้ราษฎรไป ถ้าอยู่ก่อนกฎหมายก็ให้เป็นเอกสารสิทธิ วันดีคืนดีพอพิสูจน์ เสร็จ แม่ทัพภาค ๔ หน่วยงานต่าง ๆ ไปส่งประกาศว่า ราษฎรกลุ่มนี้ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ไร่ อยู่ก่อนอุทยาน แต่รัฐบาลกลัวว่าจะไปกระทบที่อื่น ก็ไปประกาศ พ.ร.บ. อุทยาน ระบุว่าคนที่อยู่ในเขตอุทยานทั้งหมดเป็นผู้บุกรุก แทนที่เขาจะมาพิสูจน์ว่า เขาจะได้ป่า แต่มีความเมตตาเขาหน่อยบอกว่ามาแสดงตัวใน ๒๒๐ วัน แล้วจะจัดให้คุณเป็นผู้อาศัย สัก ๒๐ ปี กฎหมายลักษณะอย่างนี้ผมถือว่าเป็นกฎหมายละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะทั้งที่ รัฐเองไปแจกที่โรงแรมในจังหวัดปัตตานีเลยว่า ป่ารุกคุณ ป่ารุกประชาชน อย่างนี้เป็นต้น ผมจึงอยากให้สถาบันพระปกเกล้าท่านลองปรับมาสิว่า เดินมาที่กฎหมายก่อนให้กฎหมาย มีความเป็นธรรม แล้วสุดท้ายครับ ขอสักนิดหนึ่ง ท่านบอกสันติวิธี อันนี้สำคัญมากเลยครับ ข้อมูลทางสังคม มีความซับซ้อน คุณหมอเพชรดาวได้บอกพีซ เซอร์เวย์ (Peace Survey) ท่านลองไปดูสิครับ เกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ประชาชนบอกเหตุการณ์ภาคใต้ยังรุนแรงพีซ เซอร์เวย์ (Peace Survey) สุดท้ายและยังเหมือนเดิม มีเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์มีความรู้สึกดี แต่พอทางกลาโหม มาชี้แจงดี ๆ อันนี้หมด จนกระทั่งดีจนนราธิวาสยากจนที่สุด ตอนนี้ปัตตานีมายากจนที่สุด ๒ จังหวัดเป็นอย่างนี้หมด เพราะเขาคิดความมั่นคงของมนุษย์มีความสำคัญน้อยกว่า ความมั่นคงของเจ้าหน้าที่รัฐครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ