แสวง ย้ำเลือกตั้งต้องสุจริตเที่ยงธรรม เสนอทุกฝ่ายร่วมมือ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

แสวง บุญมี หารือภาพรวมการเลือกตั้งโดยเน้นความสุจริตเที่ยงธรรมและเสนอให้ทุกฝ่ายร่วมมือเพื่อการบริหารจัดการที่ดี ยืนยันว่าสำนักงานจัดตั้งพรรคการเมืองปฏิบัติกับทุกพรรคอย่างเท่าเทียม โดยมุ่งเน้นให้พรรคมีความเข้มแข็งทางกฎหมาย ไม่ใช่การชี้แนะนโยบายทางการเมือง พร้อมทั้งชี้แจงปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงและอุปสรรคในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร รวมถึงข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ทันทีหลังรับสมัคร สรุปผลการพิจารณาข้อมูลการเลือกตั้ง อบจ. จังหวัดตรัง พร้อมเสนอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ๒ เรื่อง และยืนยันความพร้อมในการปรับปรุงกระบวนการเลือกตั้ง

นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง รักษาการ แทนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่ได้มีการตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย รวมทั้งข้อเสนอแนะ เพื่อให้การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นไปตามที่ทุกฝ่าย มุ่งหวังไว้

ก่อนจะตอบคำถาม ผมขอเรียนในภาพรวมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่ได้ฟัง ท่านสมาชิกวันนี้ก็เห็นร่วมกันว่า เราต้องการการเมืองที่ดี การเมืองที่ดีก็เกิดจากการเลือกตั้ง ที่ดี การเลือกตั้งที่ดีก็จะมาจากผู้เล่น ผู้เลือกและกรรมการ ถ้าทั้ง ๓ ส่วนดีก็น่าจะเป็นไป อย่างที่เรามุ่งหวังไว้ นี่คือองค์ประกอบของการเลือกตั้งที่ดี และยังมีส่วนหนึ่งก็คือเวลา ในการบริหารจัดการเลือกตั้งก็จะมีอยู่ ๒ แท่งที่จะทำให้การเลือกตั้งที่ดี

ส่วนแรก ก็คือเรื่องของการบริหารจัดการการเลือกตั้ง ก็คือการอำนวย ความสะดวกให้ประชาชนได้มาออกเสียงลงคะแนน การเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต. ทำให้ การเลือกตั้งเป็นของประชาชนครับ ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งมี กปน. ประมาณ ๑ ล้านคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้วย ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การบริหารจัดการการเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้ง เรารับประกันว่าประชาชนลงคะแนนอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น ผมยืนยัน ตรงนี้ครับ อาจจะมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนในระหว่างการนับคะแนนอยู่บ้าง เราก็สามารถ ตรวจสอบได้ทุกราย

ส่วนที่ ๒ ที่ทำจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยความสุจริตและเที่ยงธรรม ก็คือองค์ประกอบของคุณภาพของคนเลือกตั้ง อันนี้ที่ได้ฟังวันนี้คือสบายใจ คือเห็นร่วมกันว่า การเลือกตั้งควรจะต้องเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ตรงนี้ไม่ใช่ กกต. ฝ่ายเดียว ถึงจะทำได้ อันนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพราะเรื่องพวกนี้เกิดนอกหน่วย เกิดก่อน วันเลือกตั้ง ผลจากการดำเนินการค่อยไปลงคะแนน พออยู่ในหน่วยเลือกตั้งเราควบคุมได้ แต่นอกหน่วยนี่ละครับคือประเด็นหลัก แต่ว่ามันคงจะดีขึ้นถ้าจะฟังจากท่านสมาชิก และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผมก็ได้นำเรียนเบื้องต้นในภาพรวมเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้ตรงนี้

ในส่วนของข้อสังเกตและข้อซักถามของสมาชิก ในเรื่องท่านวิรัตน์ที่ถามว่า กรณีเรื่องที่ไม่อยู่ในรายงานฉบับปี ๒๕๖๒ พอดีทั้ง ๒ เรื่องจะเสร็จในรายงานปี ๒๕๖๓ ซึ่งทางสำนักงานก็คงจะได้นำเสนอเป็นรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ในรายงานปีถัดไป

ส่วนการแต่งตั้ง การจัดตั้งพรรคการเมือง หรือการดำเนินการเกี่ยวกับการตั้ง ชื่อพรรคผมยืนยันว่า ทางสำนักงานจัดตั้งชื่อพรรคตามข้อกฎหมาย แล้วก็ได้ปฏิบัติงานกับ ทุกพรรคอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน เราอยู่กับพรรคผมดูแลเรื่องพรรคโดยตรง ผมคิดว่า ทางสำนักงาน เรื่องเดียวกันปฏิบัติกับพรรคเหมือนกัน ทางสำนักงานก็ขอยืนยันไว้ตรงนี้ว่า เราสนับสนุนพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง เบื้องต้นพื้นฐานก็คือ การสนับสนุนพรรคการเมืองให้เข้มแข็งตามกฎหมาย ส่วนพรรคการเมืองจะเข้มแข็ง ทางการเมือง เราแยกให้เป็นเรื่องกิจการของพรรคการเมือง ที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ได้กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือสำนักงานควรจะออกไปชี้แจงว่าพรรคไหน มีนโยบายดีอย่างไร ตรงนั้นคงจะเกินความพอดีที่เราวางตัวเองตามกฎหมายไว้ เพราะว่า ก็จะเป็นเหมือนว่าขนาดไหนพอดี แล้วไปบอกว่าพรรคการเมืองไหนดี เราจึงมุ่งเน้นที่จะทำให้ พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งทางกฎหมาย คือดำเนินกิจการทางการเมืองได้ถูกต้อง ไม่ถูกปรับ การรับเงินไปก็ไม่ถูกเรียกคืน ส่วนพรรคการเมืองจะได้ดีตามกฎหมายอย่างไร อยู่ที่พรรคการเมืองที่จะไปชี้แจงกับประชาชน ประชาชนได้เห็น ได้รู้ แล้วก็นิยมชมชอบ พรรคการเมืองโดยจะแสดงออกเมื่อเวลาเลือกตั้ง ตรงนี้เราก็วางตัวตนของเราไว้อยู่ที่ตรงนี้ครับ

มาถึงเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นที่พูดกันอยู่ทั่วไปในสังคมเวลาที่มี การเลือกตั้ง ประเด็นนี้สำนักงานก็อยู่ในความเป็นจริง เราไม่เคยบอกว่าเราไม่รับรู้เรื่อง การซื้อสิทธิขายเสียง อย่างที่ผมได้นำกราบเรียนว่า ถ้าทั้ง ๓ ฝ่ายร่วมมือกันเรื่องพวกนี้ ก็คงจะเบาบางลง แต่ถ้ายังดำรงกันอยู่อย่างนี้ คนแรกที่จะรู้ว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงก็คือ ผู้สมัครกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สำนักงานก็ได้ตระหนักดี ได้สืบเสาะเจาะหา พยายามจะหา วิธีการที่จะไปถึงหรือจับกุมให้ได้ แต่ถ้าจับกุมไม่ได้สำนักงานก็จะมีวิธีในการป้องกัน ป้องปราม เราจะเน้นวิธีป้องกันและป้องปราม โดยมีชุดต่าง ๆ อยู่ในพื้นที่ตลอด ก็คงจะได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ว่าเรื่องที่พูดก็ยังมีอยู่ ก็แสดงว่าปัญหานี้คงยังดำรงอยู่ ซึ่งก็คงจะเป็นการบ้านหรือโจทย์ที่เราจะต้องนำไปแก้ไข แล้วต้องขอความร่วมมือกับทุกฝ่าย ที่จะทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงลดลง ซึ่งจะทำให้การเมืองหรือการเลือกตั้งของเราได้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนเรื่องของการตรวจสอบคุณสมบัติ ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องคุณสมบัติ ทั้งกฎหมาย ส.ส. และกฎหมายท้องถิ่น ได้กำหนดมาตรฐานของผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้ง ไว้สูงมาก มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ๒๖ วงเล็บ เราต้องส่งไปตรวจ แต่ละวงเล็บ ต้องส่งไปตรวจที่หน่วยงานเพราะข้อมูลกับเราไม่มี จริง ๆ ก็ได้ประสานกันว่าให้ตรวจเสร็จ ภายใน ๑ วัน ๒-๓ วัน แต่บางหน่วยงานก็ด้วยปริมาณงานที่มีมาก มีผู้สมัครมาก ยกตัวอย่าง การเลือกตั้งท้องถิ่น อบต. ครั้งที่แล้ว มีผู้สมัครทั่วประเทศ ๑๕๐,๐๐๐ คน ถือว่าในการ ตรวจสอบในระยะสั้น ๆ บางคุณสมบัติเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้สมัครคนนั้นไม่มีข้อมูล ในหน่วยงาน ท่านจึงต้องรับรองตัวเอง บางครั้งจึงมาทราบภายหลังเมื่อรับการเลือกตั้งแล้ว เพราะว่าถ้าผู้สมัครปิดบังข้อมูล เราไม่สามารถตรวจสอบได้ครับ เพราะบางข้อมูล ไม่อยู่ในข้อมูลของรัฐ บางลักษณะต้องห้าม จึงเกิดว่าเมื่อเลือกตั้งไปแล้วจึงมาพบทีหลัง ก็จะมีกฎหมายจึงลงโทษคนพวกนี้ว่า ทั้งที่เขารู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิมาสมัครนี่ก็คือประเด็น อยากจะเรียนชี้แจง

ในส่วนของข้อมูลการเลือกตั้งที่จังหวัดตรัง ในการเลือกตั้ง อบจ. มี ๑๔ สำนวน สำนักงานได้พิจารณาจบแล้ว มี ๒ เรื่องที่จะส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป ก็จะกราบเรียนภาพรวมเบื้องต้นเป็นอย่างนี้ ในนามของสำนักงานและคณะกรรมการ การเลือกตั้ง กระผมและคณะพร้อมที่จะน้อมรับข้อเสนอแนะข้อสงสัย แล้วก็วิธีการทำงาน ที่จะทำให้การเลือกตั้งของเราดีขึ้น ให้เป็นที่คาดหวังของประชาชน และมีการเมืองที่ดี การบริหารบ้านเมืองดี กราบขอบพระคุณครับ