สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕

วราวุธ ศิลปอาชา ระบุปัญหาอากาศเป็นพิษจากหมอกควันและไฟป่า และเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การสร้างแผนป้องกันไฟป่าและหมอกควันในจังหวัด การขยายการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การสร้างเครือข่ายอาสาสมัคร และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ ของท่านสมาชิก ท่านนพพล เหลืองทองนารา ขออภัยที่เอ่ยนาม จากพิษณุโลก ประเด็น เรื่องปัญหาอากาศเป็นพิษจากหมอกควันและการดูแลเรื่องไฟป่า ต้องเรียนว่าประเด็น เรื่องการประชาสัมพันธ์อันนี้ต้องขออนุญาตไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ว่าเท่าที่ทราบว่า ภารกิจของการดับไฟป่านั้นในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมาจริง ๆ แล้วน่าจะเป็นเกือบนับสิบปี ที่ผ่านมาแล้วก็ว่าได้ ได้ถูกถ่ายโอนจากกรมป่าไม้ให้ไปอยู่ยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ทั้ง อบต. และเทศบาลต่าง ๆ นั้นจะต้องตั้งงบในการที่จะป้องกันไฟป่าขึ้นมา ทีนี้ปัญหา ก็คือว่าที่ผ่านมาบาง อบต. บางเทศบาลนั้นยังไม่มีความพร้อมในการที่จะรับ ทีนี้ผมไม่แน่ใจว่า ในส่วนที่ถ่ายโอนภารกิจหน้าที่เรื่องดับไฟป่าไปอยู่ที่ท้องถิ่นนั้นรวมไปถึงงบประชาสัมพันธ์ หรือไม่ อันนี้ต้องขออนุญาตกลับไปทำการบ้านก่อน แต่นี่คือข้อมูลที่ผมได้รับทราบมา ทีนี้เรื่องการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงเรื่องฝุ่นละอองนั้น ในแต่ละปี ยกตัวอย่างเช่นในปี ๒๕๖๕ ในขณะนี้ทางกรมควบคุมมลพิษเราได้มีมาตรการออกมาทั้งหมด ๙ ด้านด้วยกัน ก็คือเรียกว่า ๑ สื่อสาร ๕ ป้องกัน แล้วก็ ๓ เผชิญเหตุ การสื่อสารนั้น เป็นตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ก็คือการให้พี่น้องได้เข้าใจถึงพิษ แล้วก็ปัญหาที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงการสื่อสารถึงข้อมูลสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นว่า สภาพอากาศแบบนี้ขออนุญาตอย่าเพิ่งเผา ขออนุญาตว่าละเว้นก่อนช่วง ๓ วัน ๕ วันนี้ แต่บางช่วงครับท่านประธานไม่ได้แปลว่าเราไม่ให้เผาเลย จะมีบางช่วงที่เราอนุญาตให้เผาได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยเช่นกัน ในการทำอันนี้เรามีการใช้แอปพลิเคชัน (Application) ชื่อเบิร์นเช็ค (Burn check) ขึ้นมา ซึ่งขณะนี้เรียกว่าเกษตรกรและพี่น้องประชาชนค่อย ๆ ทยอยเข้ามาเริ่มใช้บริการของแอปพลิเคชัน (Application) อันนี้ นั่นคือในส่วนของสื่อสาร ๕ ป้องกัน เรามีแนวทางอย่างไรบ้าง ประเด็นแรกก็คือ เราขอให้ทุกจังหวัดนั้นทำแผน แก้ไฟป่าหมอกควันแล้วก็บรรจุเรื่องแผนฝุ่นละอองในแผนป้องกันภัยของแต่ละจังหวัด ในส่วนที่ ๒ โดยกรมอุทยานและกรมป่าไม้เองนั้นเราได้มีการขยายการบริหารจัดการ เชื้อเพลิงโดยใช้โครงการชิงเก็บรถเผา คือเก็บวัตถุทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเศษไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ หญ้าแห้ง ที่เราทำเมื่อปีที่แล้วเราเก็บได้เกือบประมาณ ๒,๕๐๐ ตันครับท่านประธาน แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่ทั้งพื้นที่ป่าพื้นที่เกษตร แล้วก็พื้นที่ชุมชน แล้วเชื้อเพลิงเหล่านั้นเมื่อเก็บ มาได้แล้วเรามีภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็น เอสซีจี (SCG) และบริษัทเอกชนต่าง ๆ ยินดีที่จะรับซื้อ ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ๑ ใน ๕ ป้องกัน ก็คือการเร่งรัดโครงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน แล้วก็ป้องกันไฟป่าภายใต้การประสานงานของศูนย์อำนวยการใหญ่ จิตอาสาพระราชทาน ข้อที่ ๔ ก็คือการสร้างเครือข่ายอันนี้สำคัญที่สุดเลย ก็คือการที่พี่น้อง ประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละตำบลนั้นเหมือนเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ของ กรมป่าไม้ ของกรมอุทยาน ในการที่จะดูว่ามีคนไหนที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปแล้วก็ทำ กิจกรรมที่จะก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมของเราได้ แล้วส่วนสุดท้ายก็คือสนับสนุน ให้ใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้ว ๓ เผชิญเหตุ เรื่องแรกก็คือ การเข้มงวด อันนี้น่าจะยังไม่เกี่ยวกับในพื้นที่เกษตรกรรม แต่ว่าเป็น การตรวจวัดควันดำให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ดูแลเรื่องภาคผลิตของภาคโรงงาน ส่วนที่ ๒ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ซึ่งอันนี้เราจะใช้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการเพิ่มการเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มข้นของการเดินตรวจลาดตะเวน แล้วประเด็นสุดท้ายก็คือว่า การประสานงานกับต่างประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดทรานบาวเดรี (Transboundary) หรือว่าการที่มีหมอกควันข้ามแดนเข้ามา อันนี้ก็เป็นแนวทางที่จะป้องกัน เรื่องฝุ่นละอองแล้วก็มลพิษที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งพิษณุโลกเองก็มีพื้นที่เกษตร อยู่เยอะ ตอนนี้เราก็ได้ประสานงานไม่ว่าจากทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็เจ้าหน้าที่ ป่าไม้ของเราในการเข้มงวดกวดขันครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ